วัดโบราณขนาดใหญ่พอควร แต่เดิมเรียกว่าวัดสัก อาจเนื่องมาจากสถานที่ตั้งวัดเดิมมีต้นสัก ไม่ทราบประวัติและนามผู้สร้าง สันนิษฐานจากวัสดุก่อสร้าง เช่นอิฐ ปูน เครื่องถ้วยที่หน้าบัน และพระประธานที่หล่อแบบอย่างสมัยอยุธยา ตามคำบอกเล่าว่า ขณะสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้เสด็จนำทัพผ่านมาทางวัดสัก ทอดพระเนตรเห็นต้นสักจำนวนมากเป็นที่ร่มรื่น จึงรับสั่งให้หยุดทัพที่วัดนี้ ให้ปักธงประจำทัพของพระองค์ลงบนกองทราย โดยให้ทหารไปหาเอาหินก้อนใหญ่ๆ มากองล้อมรอบเสาธงไว้มิให้ล้ม ไพร่พลทั้งหลายจึงเรียกขานจุดนัดหมายนี้ว่าเสาธงหิน จนกระทั่งทุกวันนี้ ขณะที่ทรงประทับอยู่ได้ทรงเห็นว่าวัดสักนั้นมีสภาพทรุดโทรมมาก เมื่อทรงเสร็จสิ้นการรบ จึงมีรับสั่งให้ทหารเอกนามว่าอำดำดิ่ง เดินทางไปที่ตำบลกระจิว (ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอภาชี) ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของภริยาท่านมีนามว่าอำแดงสุก ให้รวบรวมกำลังคนและกำลังทรัพย์มาก่อสร้างวัดที่ทรุดโทรม ให้เป็นวัดใหม่ที่สมบูรณ์ พร้อมกับให้สร้างพระประธานและพระอัครสาวกขึ้นใหม่ด้วย วัดตั้งอยู่ริมคลองอ้อมนนท์ฝั่งตะวันตก ปากคลองเสาธงหิน ในซอยวัดเสาธงหิน ถนนกาญจนาภิเษก จากถนนรัตนาธิเบศร์เลี้ยวซ้ายเข้าซอน ไปตามทางจนสุดซอย วัดจะอยู่ซ้ายมือตรงทางโค้ง ซุ้มประตูวัดเป็นยักษ์แบกตราสัญญลักษณ์ ครองราชย์ 50 ปีรัชกาลที่ 9 เมื่อเข้าวัดซ้ายมือจะเห็นพระอุโบสถตั้งคู่กับพระวิหาร ทั้ง 2 หลังเป็นแบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่คลอง เสาย่อมุมไม้สิบสอง หัวเสามีบัวแวง หลังซ้ายมือเป็นพระอุโบสถ ปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าถนน มีระเบียงรอบ ผนังก่อด้วยศิลาแลง ประตูและหน้าต่างมีซุ้มเศียรพระโพธิสัตว์สี่หน้า แบบปราสาทนครธม ไม่ได้เปิดให้เข้า ใบเสมาอยู่ในซุ้มปราสาท 8 ทิศ หลังขวามือยกสูง 2 ขั้น ชั้นบนยังก่อสร้างไม่เสร็จ มีหลวงพ่อโตพระปางเลไลย์ศิลปะอู่ทองเป็นพระประธาน ตั้งอยู่บนฐานชุกชีสูง พื้นและผนังภายในเป็นไม้ ด้านหน้ามีศาลาทรงไทยมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินประทับ ขวามือข้างซุ้มประตูวัดมีหอพระไตรปิฎก เป็นทรงตรีมุข มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทิศเหนือ ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง ไม่ได้เปิดให้เข้า ออกจากวัดไปทางขวามือตามถนนทางหลวงท้องถิ่นสายวัดราษฎร์ประคองธรรม-วัดเสาธงหิน ไปไม่ไกล ซ้ายมือเป็นสวนสาธารณะ มีเจ้าแม่กวนอิมหินแกะสลักองค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางน้ำ ถัดไปเป็นวัดราษฎร์ประคองธรรม เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนผมได้มาไหว้พระ 9 วัดแถบบางกร่าง วันนี้ผมมาไหว้พระต่อแถบบางเลน เริ่มจากวัดสวนแก้ว วัดศรีราษฎร์ นนทบุรี วัดบางเลนเจริญ วัดยุคันธาวาส วัดกระทาโหง (ร้าง) และวัดสะแก ก่อนเดินข้ามคลองมาวัดเสาธงหิน...
Read more... "วัดเสาธงหิน" : นามเดิมคือ "วัดสัก" เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ หนึ่งในเส้นทางเดิมทัพกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. *พระองค์เคลื่อนทัพ และทรงหยุดพัก ณ วัดสัก เนื่องจากในช่วงเวลานั้นพื้นที่ ร่มรื่นด้วยร่มเงาของต้นสัก. - เสาธงประจำทัพของพระองค์ ถูกปักบนกองทรายล้อมด้วยกองหิน ณ วัดแห่งนี้ เพื่อเป็นจุดนัดหมายทางทหาร คือที่มาของนาม"วัดเสาธงหิน" ...ภายในวัดมีจุดสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนี้ *อุโบสถ *วิหารหลวงพ่อโต วิหารอยู่ในระหว่างจัดสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่ขึ้นไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อโตได้ครับ. -"หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ พระสงฆ์ที่ริเริ่มจัดสร้างแต่ครั้งโบาราณกาล ได้จัดสร้างปางป่าเลไลยก์จากศรัทธา ในองค์หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อคราที่ท่านออกธุดงค์ ปักกลดข้างวัดป่าเลไลยก์. -พุทธลักษณะองค์หลวงพ่อโต วัดเสาธงหิน แตกต่างจาก วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้ *หลวงพ่อโต วัดเสาธงหิน คว่ำพระหัตถ์ขวาและหงายพระหัตถ์ซ้าย *หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี จะคว่ำพระหัตถ์ซ้ายและหงายพระหัตถ์ขวา ... สักการะขอพรพระบรมรูปปั้น พระเจ้าตากสินมหาราช ณ หอพระไตรปิฎก. ... ศาลาไทยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ... จุดจำลองเสาธงหิน บริเวณพื้นที่วัดส่วนติดริมคลองอ้อมนนท์ (ช่วงที่ผู้รีวิวเดินทางไปอยู่ในระหว่างปรับปรุงพื้นที่ครับ.) *พระพุทธรูปปางป่าลิไลยก์ หรือป่าเลไลยก์ ปรากฎพุทธลักษณะดังนี้ -พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งบนก้อนหินขนาดใหญ่ พระหัตถ์ซ้ายคว่ำวางบนพระชานุซ้าย พระหัตถ์ขวาหงายวางบน พระชานุขวากิริยาทรงรับ มีช้างนาม "ปาลิไลยกะ" หมอบใช้งวงจับกระบอกตักน้ำยื่นถวาย และมีลิงหมอบถือรวงผึ้งถวาย อยู่เบื้องหน้า. *พญาช้างปาลิไลยกะกับลิงเป็นพุทธอุปัฏฐาก ช่วงเวลาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่ที่โคนต้นไม้สาละใหญ่ในป่าชื่อ "รักขิตวันสัณฑะ. *พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ เป็นพระประจำสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ... ทางวัดอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดสร้างวิหารหลวงพ่อโต และถาวรวัตถุ...
Read moreแอบแวะเข้ามาไหว้พระที่นี้ วัดเงียบสงบ ผู้คนไม่มากนัก มีส่วนศาลาพระเจ้าตาก และวิหารพระป่าเลไลย์ เปิดให้เข้ากราบไหว้ พระอุโบสถ์ไม่เปิด วัดเสาธงหิน เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เดิมเรียกว่า "วัดสัก" อาจเนื่องมาจากสถานที่ตั้งของวัดเดิมมีต้นสักและต้นยางอยู่มากในสมัยก่อน หลักฐานรายละเอียดของวัดสักยังหาไม่พบ เพียงแต่สันนิษฐานและคาดคะเนจากวัสดุก่อสร้างที่ยังพอมีเหลืออยู่ในขณะนี้และคำบอกเล่าจากผู้สูงอายุ เช่น พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าที่หล่อด้วยเนื้อชินเงินหมดทั้งองค์ พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรก็หล่อแบบอย่างสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนอุโบสถหลังเก่าก็เป็นเครื่องยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวัดเก่าแก่จริง ๆ วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น อิฐก่อผนัง ชุกชี (ฐานพระประธาน) ก็ทำมาจากอิฐก้อนใหญ่เหมือนกันกับอิฐที่ใช้สร้างวัดวาอารามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนผสมปูนที่ก่อสร้างหรือปูนที่ใช้ฉาบนั้นก็คงใช้ส่วนผสมต่าง ๆ ตามแบบช่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา...
Read more