HTML SitemapExplore

Wat Pak Khlong Makham Thao — Attraction in Chai Nat Province

Name
Wat Pak Khlong Makham Thao
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
ครัวแม่เรียง
51/1 ม.1 มะขามเฒ่า Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
ร้านอาหารหอมไกล
7365+2Q9, Makham Thao, Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
เจ้าพระยา หมูกระทะ & coffee
49 หมู่ 1 มะขามเฒ่า Tambon Wat Sing, Wat Sing District, Uthai Thani 17120, Thailand
ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเจ๊ไก่
7373+5P8 ชน.4023 Makham Thao, Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
บ้านครัว ริมน้ำ
7355+MX8, Unnamed Road,, Makham Thao, Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
ร้านอาหารมุมอร่อย
113/1 Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
Baan Kanom Aroi by Ple Thai Dessert
110 ม.1 ตำบลมะขาม​เฒ่า​ อำเภอวัดสิงห์​ Chai Nat ​17120, Thailand
ร้านป้าแมวอาหารตามสั่ง
7365+J9P, Makham Thao, Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
ร้านส้มตำ10บาท
3244 105 Thammamun, Mueang Chai Nat District, Chang Wat Chai Nat 17000, Thailand
ครัวบ้านแม่ ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ตามสั่ง
เลขที่ 205 Hat Tha Sao, เมือง Chai Nat 17120, Thailand
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Pak Khlong Makham Thao tourism.Wat Pak Khlong Makham Thao hotels.Wat Pak Khlong Makham Thao bed and breakfast. flights to Wat Pak Khlong Makham Thao.Wat Pak Khlong Makham Thao attractions.Wat Pak Khlong Makham Thao restaurants.Wat Pak Khlong Makham Thao local services.Wat Pak Khlong Makham Thao travel.Wat Pak Khlong Makham Thao travel guide.Wat Pak Khlong Makham Thao travel blog.Wat Pak Khlong Makham Thao pictures.Wat Pak Khlong Makham Thao photos.Wat Pak Khlong Makham Thao travel tips.Wat Pak Khlong Makham Thao maps.Wat Pak Khlong Makham Thao things to do.
Wat Pak Khlong Makham Thao things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Pak Khlong Makham Thao
ThailandChai Nat ProvinceWat Pak Khlong Makham Thao

Basic Info

Wat Pak Khlong Makham Thao

7364+QP3 ทางหลวงชนบทสาย Makham Thao, Wat Sing District, Chai Nat 17120, Thailand
4.7(2.4K)
Open 24 hours
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Family friendly
Accessibility
attractions: , restaurants: ครัวแม่เรียง, ร้านอาหารหอมไกล, เจ้าพระยา หมูกระทะ & coffee, ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเจ๊ไก่, บ้านครัว ริมน้ำ, ร้านอาหารมุมอร่อย, Baan Kanom Aroi by Ple Thai Dessert, ร้านป้าแมวอาหารตามสั่ง, ร้านส้มตำ10บาท, ครัวบ้านแม่ ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ตามสั่ง, local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Website
facebook.com

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Nearby restaurants of Wat Pak Khlong Makham Thao

ครัวแม่เรียง

ร้านอาหารหอมไกล

เจ้าพระยา หมูกระทะ & coffee

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเจ๊ไก่

บ้านครัว ริมน้ำ

ร้านอาหารมุมอร่อย

Baan Kanom Aroi by Ple Thai Dessert

ร้านป้าแมวอาหารตามสั่ง

ร้านส้มตำ10บาท

ครัวบ้านแม่ ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ ตามสั่ง

ครัวแม่เรียง

ครัวแม่เรียง

4.7

(5)

Click for details
ร้านอาหารหอมไกล

ร้านอาหารหอมไกล

3.6

(154)

Closed
Click for details
เจ้าพระยา หมูกระทะ & coffee

เจ้าพระยา หมูกระทะ & coffee

3.9

(7)

Click for details
ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเจ๊ไก่

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านเจ๊ไก่

4.4

(12)

Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Posts

Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
มากราบและติดทองรูปหล่อหลวงปู่ศุข รูปหล่อหลวงปู่สำราญ รูปหล่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปมาวันที่ 16/3/68 จริงๆ เคยมาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นวัดยังไม่เจริญเท่านี้ ตอนนี้วัดเจริญขึ้นเยอะเลย ด้วยบารมีหลวงปู่ศุข แต่ดูเหมือนวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อองค์ใหญ่ ของ หลวงปู่ศุข หลวงปู่สำราญ และ กรมหลวงชุมพร ยังไม่เสร็จ มาทำบุญกันได้นะครับ หลวงปู่ศุข ท่านถือว่าเป็นเกจิประจำจังหวัด ใครมาเที่ยวชัยนาทหลายๆคนก็คงคิดถึงหลวงปู่ศุข ส่วนประวัติย่อๆ ก็ตามนี้ครับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2390 มรณภาพ พ.ศ. 2466 เป็นพระภิกษุสงฆ์สังกัดมหานิกาย ดำรงตำแหน่งอดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์และอดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ศุข นามเดิมว่า “ศุข” เป็นบุตรคนโต มีพี่น้อง 9 คน เกิดในสกุล เกษเวช เป็นชาวชัยนาท ปีเกิดตรงกับปีฉลูปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นามสกุลนี้ภายหลังใช้ว่า เกษเวชสุริยา ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท บิดาชื่อน่วม มารดาชื่อทองดี ประกอบอาชีพค้าขาย และทำสวน ศุข เกษเวช ในวัยเด็กขณะว่ายน้ำแข่งขันกับเพื่อน มารดามาตามให้ขึ้นจากน้ำ ได้พูดประชดประชันคาดโทษว่า “หากไม่ขึ้นมาละก็ ไม่ต้องขึ้นมาอีกเลย” ขณะนั้นมีเรือโยงแล่นผ่าน ท่านจึงเกาะเรือมาด้วย ผ่านจังหวัดต่างๆ จนมาขึ้นที่ย่านวัดโพธิ์ทอง จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน) และได้แต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชื่อว่า “สมบุญ” ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน เมื่อถึงวัย 22 ปี ท่านต้องการบวชทดแทนคุณบิดามารดา ที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยพระครูเชย จันทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านวิปัสสนาและพุทธาคมจากพระอธิการเชย จันทสิริ เมื่อเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนเวทมนตร์คาถา ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกันท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ท่านได้ธุดงธ์เข้าเขตชัยนาทมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน ท่านได้ศิษย์เอกคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่าง ๆ ให้พระองค์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี ยัง หาญทะเล นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในยุคมวยคาดเชือก เขาเป็นลูกศิษย์ และเป็นทหารคนสำคัญของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นผู้รับอาสาทดลอง หลวงปู่ศุข ได้รับสมณศักดิ์เป็น เจ้าคณะอำเภอคนแรกของอำเภอวัดสิงห์ หลวงปู่ศุขอาพาธด้วยโรคชราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ 76 ปี นับพรรษาได้ 54 พรรษา “พระมงคลชัยสิทธิ์” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “หลวงปู่สำราญ กาญจนาโภ” อดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านมีนามเดิมว่า สำราญ จงกสิกิจ เป็นชาวอุทัยธานี ถือกำเนิดที่ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัย ธานี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2455 อายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศรีสิทธิการาม ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีพระครูสุนทรธรรมวินิฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า กาญจนาโภ หมายถึง ผู้มีความงามดุจดั่งทองจำ พรรษาอยู่ที่วัดเนินเหล็ก อ.เมือง จ.อุทัย ธานี ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เพื่อเรียนหนังสือและศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อพุฒ สุทัตโต วัดทุ่งแก้ว, หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี และหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก อย่างจริงจัง พ.ศ.2499 ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ได้ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และตำราหลวงปู่ศุข พร้อมกับเรียนวิชาแพทย์แผนไทย กับหมออุ่น ศุภรัตน์ เกี่ยวกับการต่อกระดูก จนมีความชำนาญ หลวงปู่สำราญ มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2548 สิริอายุ 93 ปี พรรษา 71
Chanthawat BoonprasertsriChanthawat Boonprasertsri
วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือเรียกว่า วัดปากคลอง ตามชื่อบ้าน สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. 2432 เดิมมีนามว่า วัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่า ต่อมาคำว่า "อู่ทอง" ตัดหายไป การสร้างวัดเริ่มจากการที่สองสามีภรรยาได้บริจาคที่ดินเป็นที่สร้างวัด มีบุตรชายชื่อ "ศุข" ซึ่งต่อมาได้อุปสมบทที่วัดโพธิ์ทองล่าง และออกธุดงค์เป็นเวลานานประมาณ 10 ปี จึงกลับมาเยี่ยมโยมบิดามารดา และจำพรรษาที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เวลาต่อมาได้เป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2440 หลวงปู่ศุข เกสโร ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 ปีจอ พ.ศ. 2390 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ณ บ้านข้างวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านเป็นบุตรของนายน่วม และนางทองดี เกศเวชสุรยา หลวงปู่ศุขเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้องต่อมาอีก 8 คน ครอบครัวเป็นชาวไร่ พออายุได้ 7 ขวบ บิดามารดาก็นำไปฝากกับพระอาจารย์ ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อเล่าเรียนหนังสือไทย และขอม การเล่าเรียนของท่านเชี่ยวชาญ แตกฉาน จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี ก็อำลาวัดออกไปท่องเที่ยว หาประสบการณ์อยู่พักหนึ่ง และเมื่ออายุได้ 20 ปี ก็หวนกลับไปอุปสมบท เป็นพระภิกษุที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยมีอาจารย์เชย จันทสิริ เจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษา พระธรรมวินัยจนบังเกิดศรัทธาดื่มด่ำ ในรสพระธรรม รอบรู้ในพระไตรปิฎก และเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยเหตุที่ท่าน เป็นผู้แต่ฉานในภาษา และอักขระเลขยันต์มาก่อน จึงทำให้ท่านก้าวสู่โลกของไสยเวท และคาถาอาคมได้โดยง่ายมี พระอาจารย์เชยซึ่ง แก่กล้าทางพุทธาคม เป็นอาจารย์สอน วิปัสสนากรรมฐาน และการทำสมาธิจิตเพ่งกสิณจนแตกฉาน การเพ่งกสิณและทำสมาธิจิต ของหลวงปู่ศุขเป็นพื้นฐาน ในการศึกษา พระเวทอาคมต่างๆ ซึ่งท่านมีจิตใจที่แน่วแน่ มุ่งปฏิบัติอย่างจริงจัง จนเกิดพลังจิตที่กล้าแข็งเป็นอย่างยิ่ง กสิณที่ฝึกประกอบด้วย อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ ปฐวีกสิณ อันเป็นธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ จนสามารถแยกธาตุได้ด้วยความชำนาญ ความสามารถในด้านพุทธาคมของหลวงปู่ศุขทำให้ท่านมี ลูกศิษย์ลูกหา เข้ามาฝากตัวด้วยจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับชาวบ้านขึ้น ไปถึงชั้นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาแห่งกองทัพเรือไทย พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2466 สิริอายุ 76 ปี 54 พรรษา ศาสนสถานและศาสนวัตถุที่สำคัญของวัดแห่งนี้ อุโบสถซึ่งภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และมีข้าราชบริพารร่วมเขียนด้วย ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอม ผนังด้านใต้มีภาพเขียนที่บอกเวลาเขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 รูปเหมือนหลวงปู่ศุข มณฑปหลวงปู่ศุข (สร้างพ.ศ. 2456) รูปเหมือนกรมหลวงชุมพร เจ้าแม่กวนอิม
น้ากล้วยน้ากล้วย
วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตั้งอยู่ที่ อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน)  แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 25 กิโลเมตร วัดนี้มีความสำคัญ คือ เป็นวัดที่เคยมีพระเกจิอาจารย์ ชื่อดัง เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่ง ก็ คือ “พระครูวิมลคุณากร (ศุข)” หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม “หลวงปู่ศุข” ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ชื่อดังเป็นอาจารย์ของเสด็จใน “กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์” พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 บิดาแห่งกองทัพเรือ เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วย ด้วยตำนานที่ยังเล่าขานกันสืบมาในเรื่องของวิชาอาคมและเครื่องรางของขลัง ความนิยมในพระเครื่องหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีอยู่สูงมากในปัจจุบัน แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 แต่ความเคารพศรัทธานั้นไม่เคยเสื่อมคลาย หลวงปู่ศุขยังได้สร้างพระเครื่องที่เรียกว่า หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา หลวงปู่ศุขได้พัฒนาวัดปากคลองมะขามเฒ่าจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเมตตาของท่านนั้นทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาอย่างมากมาย และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนสิ้นอายุขัยด้วยวัย 76 พรรษา ในปัจจุบัน วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการปรับปรุงจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาประจำ ภายในวัด วัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีกุฏิของท่านเป็นแบบทรงไทยโบราณ ภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อของหลวงปู่ศุข พร้อมด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาโดยทั่วกัน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในพระอุโบสถติดอยู่ตามผนังเป็นภาพพุทธประวัติ ที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพาร ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียนบอกเวลาที่เขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 เพื่อถวายหลวงปู่ศุข เมื่อครั้งสร้างพระอุโบสถซึ่งทางวัดยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ความเชื่อและวิธีการบูชาชาวจังหวัดชัยนาทและชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่ศรัทธาในหลวงปู่ศุข เชื่อกันว่าบารมีของท่านจะช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

มากราบและติดทองรูปหล่อหลวงปู่ศุข รูปหล่อหลวงปู่สำราญ รูปหล่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปมาวันที่ 16/3/68 จริงๆ เคยมาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นวัดยังไม่เจริญเท่านี้ ตอนนี้วัดเจริญขึ้นเยอะเลย ด้วยบารมีหลวงปู่ศุข แต่ดูเหมือนวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อองค์ใหญ่ ของ หลวงปู่ศุข หลวงปู่สำราญ และ กรมหลวงชุมพร ยังไม่เสร็จ มาทำบุญกันได้นะครับ หลวงปู่ศุข ท่านถือว่าเป็นเกจิประจำจังหวัด ใครมาเที่ยวชัยนาทหลายๆคนก็คงคิดถึงหลวงปู่ศุข ส่วนประวัติย่อๆ ก็ตามนี้ครับ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2390 มรณภาพ พ.ศ. 2466 เป็นพระภิกษุสงฆ์สังกัดมหานิกาย ดำรงตำแหน่งอดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์และอดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ศุข นามเดิมว่า “ศุข” เป็นบุตรคนโต มีพี่น้อง 9 คน เกิดในสกุล เกษเวช เป็นชาวชัยนาท ปีเกิดตรงกับปีฉลูปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นามสกุลนี้ภายหลังใช้ว่า เกษเวชสุริยา ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท บิดาชื่อน่วม มารดาชื่อทองดี ประกอบอาชีพค้าขาย และทำสวน ศุข เกษเวช ในวัยเด็กขณะว่ายน้ำแข่งขันกับเพื่อน มารดามาตามให้ขึ้นจากน้ำ ได้พูดประชดประชันคาดโทษว่า “หากไม่ขึ้นมาละก็ ไม่ต้องขึ้นมาอีกเลย” ขณะนั้นมีเรือโยงแล่นผ่าน ท่านจึงเกาะเรือมาด้วย ผ่านจังหวัดต่างๆ จนมาขึ้นที่ย่านวัดโพธิ์ทอง จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน) และได้แต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชื่อว่า “สมบุญ” ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน เมื่อถึงวัย 22 ปี ท่านต้องการบวชทดแทนคุณบิดามารดา ที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยพระครูเชย จันทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านวิปัสสนาและพุทธาคมจากพระอธิการเชย จันทสิริ เมื่อเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนเวทมนตร์คาถา ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกันท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ท่านได้ธุดงธ์เข้าเขตชัยนาทมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน ท่านได้ศิษย์เอกคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่าง ๆ ให้พระองค์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี ยัง หาญทะเล นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในยุคมวยคาดเชือก เขาเป็นลูกศิษย์ และเป็นทหารคนสำคัญของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นผู้รับอาสาทดลอง หลวงปู่ศุข ได้รับสมณศักดิ์เป็น เจ้าคณะอำเภอคนแรกของอำเภอวัดสิงห์ หลวงปู่ศุขอาพาธด้วยโรคชราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ 76 ปี นับพรรษาได้ 54 พรรษา “พระมงคลชัยสิทธิ์” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “หลวงปู่สำราญ กาญจนาโภ” อดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านมีนามเดิมว่า สำราญ จงกสิกิจ เป็นชาวอุทัยธานี ถือกำเนิดที่ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัย ธานี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2455 อายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศรีสิทธิการาม ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีพระครูสุนทรธรรมวินิฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า กาญจนาโภ หมายถึง ผู้มีความงามดุจดั่งทองจำ พรรษาอยู่ที่วัดเนินเหล็ก อ.เมือง จ.อุทัย ธานี ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เพื่อเรียนหนังสือและศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อพุฒ สุทัตโต วัดทุ่งแก้ว, หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี และหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก อย่างจริงจัง พ.ศ.2499 ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ได้ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และตำราหลวงปู่ศุข พร้อมกับเรียนวิชาแพทย์แผนไทย กับหมออุ่น ศุภรัตน์ เกี่ยวกับการต่อกระดูก จนมีความชำนาญ หลวงปู่สำราญ มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2548 สิริอายุ 93 ปี พรรษา 71
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือเรียกว่า วัดปากคลอง ตามชื่อบ้าน สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. 2432 เดิมมีนามว่า วัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่า ต่อมาคำว่า "อู่ทอง" ตัดหายไป การสร้างวัดเริ่มจากการที่สองสามีภรรยาได้บริจาคที่ดินเป็นที่สร้างวัด มีบุตรชายชื่อ "ศุข" ซึ่งต่อมาได้อุปสมบทที่วัดโพธิ์ทองล่าง และออกธุดงค์เป็นเวลานานประมาณ 10 ปี จึงกลับมาเยี่ยมโยมบิดามารดา และจำพรรษาที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เวลาต่อมาได้เป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2440 หลวงปู่ศุข เกสโร ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 ปีจอ พ.ศ. 2390 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ณ บ้านข้างวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านเป็นบุตรของนายน่วม และนางทองดี เกศเวชสุรยา หลวงปู่ศุขเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้องต่อมาอีก 8 คน ครอบครัวเป็นชาวไร่ พออายุได้ 7 ขวบ บิดามารดาก็นำไปฝากกับพระอาจารย์ ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อเล่าเรียนหนังสือไทย และขอม การเล่าเรียนของท่านเชี่ยวชาญ แตกฉาน จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี ก็อำลาวัดออกไปท่องเที่ยว หาประสบการณ์อยู่พักหนึ่ง และเมื่ออายุได้ 20 ปี ก็หวนกลับไปอุปสมบท เป็นพระภิกษุที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยมีอาจารย์เชย จันทสิริ เจ้าอาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษา พระธรรมวินัยจนบังเกิดศรัทธาดื่มด่ำ ในรสพระธรรม รอบรู้ในพระไตรปิฎก และเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยเหตุที่ท่าน เป็นผู้แต่ฉานในภาษา และอักขระเลขยันต์มาก่อน จึงทำให้ท่านก้าวสู่โลกของไสยเวท และคาถาอาคมได้โดยง่ายมี พระอาจารย์เชยซึ่ง แก่กล้าทางพุทธาคม เป็นอาจารย์สอน วิปัสสนากรรมฐาน และการทำสมาธิจิตเพ่งกสิณจนแตกฉาน การเพ่งกสิณและทำสมาธิจิต ของหลวงปู่ศุขเป็นพื้นฐาน ในการศึกษา พระเวทอาคมต่างๆ ซึ่งท่านมีจิตใจที่แน่วแน่ มุ่งปฏิบัติอย่างจริงจัง จนเกิดพลังจิตที่กล้าแข็งเป็นอย่างยิ่ง กสิณที่ฝึกประกอบด้วย อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ ปฐวีกสิณ อันเป็นธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ จนสามารถแยกธาตุได้ด้วยความชำนาญ ความสามารถในด้านพุทธาคมของหลวงปู่ศุขทำให้ท่านมี ลูกศิษย์ลูกหา เข้ามาฝากตัวด้วยจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับชาวบ้านขึ้น ไปถึงชั้นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาแห่งกองทัพเรือไทย พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2466 สิริอายุ 76 ปี 54 พรรษา ศาสนสถานและศาสนวัตถุที่สำคัญของวัดแห่งนี้ อุโบสถซึ่งภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และมีข้าราชบริพารร่วมเขียนด้วย ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอม ผนังด้านใต้มีภาพเขียนที่บอกเวลาเขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 รูปเหมือนหลวงปู่ศุข มณฑปหลวงปู่ศุข (สร้างพ.ศ. 2456) รูปเหมือนกรมหลวงชุมพร เจ้าแม่กวนอิม
Chanthawat Boonprasertsri

Chanthawat Boonprasertsri

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตั้งอยู่ที่ อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน)  แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 25 กิโลเมตร วัดนี้มีความสำคัญ คือ เป็นวัดที่เคยมีพระเกจิอาจารย์ ชื่อดัง เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่ง ก็ คือ “พระครูวิมลคุณากร (ศุข)” หรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม “หลวงปู่ศุข” ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ชื่อดังเป็นอาจารย์ของเสด็จใน “กรมหลวงชุมพรเขตตุอุดมศักดิ์” พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 บิดาแห่งกองทัพเรือ เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วย ด้วยตำนานที่ยังเล่าขานกันสืบมาในเรื่องของวิชาอาคมและเครื่องรางของขลัง ความนิยมในพระเครื่องหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีอยู่สูงมากในปัจจุบัน แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 แต่ความเคารพศรัทธานั้นไม่เคยเสื่อมคลาย หลวงปู่ศุขยังได้สร้างพระเครื่องที่เรียกว่า หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา หลวงปู่ศุขได้พัฒนาวัดปากคลองมะขามเฒ่าจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเมตตาของท่านนั้นทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาอย่างมากมาย และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนสิ้นอายุขัยด้วยวัย 76 พรรษา ในปัจจุบัน วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการปรับปรุงจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาประจำ ภายในวัด วัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีกุฏิของท่านเป็นแบบทรงไทยโบราณ ภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อของหลวงปู่ศุข พร้อมด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาโดยทั่วกัน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในพระอุโบสถติดอยู่ตามผนังเป็นภาพพุทธประวัติ ที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพาร ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียนบอกเวลาที่เขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 เพื่อถวายหลวงปู่ศุข เมื่อครั้งสร้างพระอุโบสถซึ่งทางวัดยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ความเชื่อและวิธีการบูชาชาวจังหวัดชัยนาทและชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่ศรัทธาในหลวงปู่ศุข เชื่อกันว่าบารมีของท่านจะช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน
น้ากล้วย

น้ากล้วย

See more posts
See more posts

Reviews of Wat Pak Khlong Makham Thao

4.7
(2,420)
avatar
5.0
43w

มากราบและติดทองรูปหล่อหลวงปู่ศุข รูปหล่อหลวงปู่สำราญ รูปหล่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปมาวันที่ 16/3/68 จริงๆ เคยมาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นวัดยังไม่เจริญเท่านี้ ตอนนี้วัดเจริญขึ้นเยอะเลย ด้วยบารมีหลวงปู่ศุข แต่ดูเหมือนวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อองค์ใหญ่ ของ หลวงปู่ศุข หลวงปู่สำราญ และ กรมหลวงชุมพร ยังไม่เสร็จ มาทำบุญกันได้นะครับ หลวงปู่ศุข ท่านถือว่าเป็นเกจิประจำจังหวัด ใครมาเที่ยวชัยนาทหลายๆคนก็คงคิดถึงหลวงปู่ศุข ส่วนประวัติย่อๆ ก็ตามนี้ครับ

หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2390 มรณภาพ พ.ศ. 2466 เป็นพระภิกษุสงฆ์สังกัดมหานิกาย ดำรงตำแหน่งอดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์และอดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ศุข นามเดิมว่า “ศุข” เป็นบุตรคนโต มีพี่น้อง 9 คน เกิดในสกุล เกษเวช เป็นชาวชัยนาท ปีเกิดตรงกับปีฉลูปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นามสกุลนี้ภายหลังใช้ว่า เกษเวชสุริยา ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท บิดาชื่อน่วม มารดาชื่อทองดี ประกอบอาชีพค้าขาย และทำสวน ศุข เกษเวช ในวัยเด็กขณะว่ายน้ำแข่งขันกับเพื่อน มารดามาตามให้ขึ้นจากน้ำ ได้พูดประชดประชันคาดโทษว่า “หากไม่ขึ้นมาละก็ ไม่ต้องขึ้นมาอีกเลย” ขณะนั้นมีเรือโยงแล่นผ่าน ท่านจึงเกาะเรือมาด้วย ผ่านจังหวัดต่างๆ จนมาขึ้นที่ย่านวัดโพธิ์ทอง จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน) และได้แต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชื่อว่า “สมบุญ” ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน เมื่อถึงวัย 22 ปี ท่านต้องการบวชทดแทนคุณบิดามารดา ที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยพระครูเชย จันทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านวิปัสสนาและพุทธาคมจากพระอธิการเชย จันทสิริ เมื่อเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนเวทมนตร์คาถา ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกันท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ท่านได้ธุดงธ์เข้าเขตชัยนาทมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน ท่านได้ศิษย์เอกคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่าง ๆ ให้พระองค์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี ยัง หาญทะเล นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในยุคมวยคาดเชือก เขาเป็นลูกศิษย์ และเป็นทหารคนสำคัญของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นผู้รับอาสาทดลอง หลวงปู่ศุข ได้รับสมณศักดิ์เป็น เจ้าคณะอำเภอคนแรกของอำเภอวัดสิงห์ หลวงปู่ศุขอาพาธด้วยโรคชราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ 76 ปี นับพรรษาได้ 54 พรรษา

“พระมงคลชัยสิทธิ์” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “หลวงปู่สำราญ กาญจนาโภ” อดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านมีนามเดิมว่า สำราญ จงกสิกิจ เป็นชาวอุทัยธานี ถือกำเนิดที่ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัย ธานี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2455 อายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศรีสิทธิการาม ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีพระครูสุนทรธรรมวินิฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า กาญจนาโภ หมายถึง ผู้มีความงามดุจดั่งทองจำ พรรษาอยู่ที่วัดเนินเหล็ก อ.เมือง จ.อุทัย ธานี ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เพื่อเรียนหนังสือและศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อพุฒ สุทัตโต วัดทุ่งแก้ว, หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี และหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก อย่างจริงจัง พ.ศ.2499 ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ได้ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และตำราหลวงปู่ศุข พร้อมกับเรียนวิชาแพทย์แผนไทย กับหมออุ่น ศุภรัตน์ เกี่ยวกับการต่อกระดูก จนมีความชำนาญ หลวงปู่สำราญ มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2548 สิริอายุ...

   Read more
avatar
5.0
5y

มากับพระ.....ทั้งองค์........ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช​ ๒๕๖๔ ขอนอบน้อม​กราบ​สัก​กา​ระอาจาริยบูชา เนื่องในวาระครบรอบ ๙๘ ปี แห่งมรณกาลของ​ "พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร" มรณภาพ​ เมื่อวันอาทิตย์​ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖​ ตรงกับ​ วันแรม​ ๑​ ค่ำ​ เดือน​อ้าย ปีกุน

พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร นามเดิม ชื่อ ศุข นามสกุล เกษเวช (ต่อมาลูกหลานได้ใช้ เกษเวชสุริยา ก็มี) เกิดเมื่อ ปีพุทธศักราช​ ๒๓๙๐ ที่บ้านมะขามเฒ่า ( เรียกกันในสมัยนั้น ปัจจุบันเรียก บ้านปากคลอง ) ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาชื่อ นายน่วม​ เกษเวช และมารดาชื่อ นางทองดี​ เกษเวช ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่​ ตำบลมะขามเฒ่า มีบุตรและธิดา ด้วยกัน ๙ คน ๑. หลวงปู่ศุข ๒. นางอ่ำ ๓. นายรุ่ง ๔. นางไข่ ๕. นายสิน ๖. นายมี ๗. นางขำ ๘. นายพลอย ๙. หลวงพ่อปลื้ม

ท่านได้ทำมาหากินอยู่ในคลองบางเขนอยู่ระยะหนึ่ง จนอายุได้ ๑๘ ปี ได้ภรรยาชื่อ นางสมบูรณ์ และเกิดบุตรชายคนหนึ่งชื่อ สอน เกษเวชสุริยา

เมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ท่านได้ตัดสินใจอุปสมบทเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา ณ พัทธสีมา​ วัดโพธิ์ทองล่าง จังหวัดนนทบุรี โดยมีพระอธิการเชย จนฺทสิริ เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่นี่ หลวงปู่ศุข ท่านได้อยู่ปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นพระที่เคร่งครัดในด้านวิปัสสนา จึงได้ศึกษาพระธรรมวินัยและเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนพระเวทวิทยาคม ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงคราม บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน​ จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกัน ท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

ต่อมา​ ปีพุทธศักราช​ ๒๔๓๕ ท่านได้ธุดงค์เข้าเขตชัยนาท มาจำพรรษาอยู่ที่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน ท่านได้อบรมพระภิกษุศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ​พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด​และฝึกการปฏิบัติสมาธิภาวนาทั้งสมถะ​และวิปัสสนากรรมฐาน อบรมให้รักษาสัจ​จะวาจา​ให้มั่นคง​ ตลอดจนฝึกหัดการเขียนอักขระขอมและพระเวทวิทยาคมต่าง​ ​ๆ​ จนแตกฉาน

ปีพุทธศักราช​ ๒๔๖๐ "เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ได้เสด็จมากราบหลวงปู่ศุข​ ที่วัดปากคลอง​มะขาม​เฒ่า​ หลวงปู่ศุข​ได้ให้สามเณรโด่ง​ (ลูกบุญธรรมของหลวงปู่ศุข)​ เด็ดหัวปลีมาถวาย หลวงปู่ได้เสกหัวปลีเป็นกระต่าย​ เสด็จในกรมฯ เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง​ ได้กราบขอเป็นลูกศิษย์​หลวงปู่​ หลวงปู่ได้อบรมสั่งสอน​การปฏิบัติ​สมาธิภาวนา​ ตลอดจนถ่ายทอดการเขียนอักขระขอมและวิทยาคมต่าง ๆ ให้​ (สามเณรโด่ง​ ลูกบุญธรรมของหลวงปู่ศุข​ ภายหลังได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุชื่อ​ หลวงปู่พระครู​สมุห์​พุฒ ธมฺมิโก (สาระสุข) ชาตะเมื่อ​ ๑๘​ กุมภาพันธ์​ พ.ศ. ๒๔๔๕​ -​ มรณภาพ​เมื่อ​ ๒๓​ กรกฎาคม​ พ.ศ.​ ๒๕๓๙)

ขณะอยู่วัดปากคลอง​มะขาม​เฒ่า​ เสด็จในกรมฯ สมาทานอุโบสถศีลเป็นนิจ​ เพื่อเป็นบาทฐานการเจริญสมาธิ​ภาวนาให้เจริญ​ก้าวหน้า​ยิ่งขึ้น​ เสด็จในกรมฯ เขียนอักขระขอมได้สวยงามเป็นระเบียบ​ หลวงปู่มักให้เสด็จในกรมฯ​ คัดลอกคัมภีร์​ใบลานที่ชำรุดขึ้นใหม่​ หลวงปู่มีเจตนาให้เสด็จในกรมฯ​ ได้เรียนรู้วิทยาคมให้แตกฉานมากขึ้น

พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร มรณภาพ​ เมื่ออาทิตย์​ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖​ ตรงกับ​ วันแรม​ ๑​ ค่ำ​ เดือน​อ้าย ปีกุน ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ ๗๖ ปี พรรษา ๕๔ ขอบคุณ...

   Read more
avatar
5.0
6y

้เป็นวัดที่โด่งดังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ที่น่ายกย่องเป็นอย่างมากเลยละครับ?ท่านฯ....มีหลวงปู่.ซึ่งเป็นพระเกจิระดับปรมาจารย์(ชาวบ้านต่างยกย่องท่าน) ที่มีศีลยาจริยวัตร ที่เพียบพร้อม ไม่เลือกที่รักมักที่ชังต่อประชาชน และผู้คนทั่วๆไป ให้ความเสมอภาคต่อทุกผู้คนเท่าๆกันหมด ชื่อเสียงของท่านจึงขจรขจายไปทั่ว ทั้งในและต่างประเทศฯ ท่านเป็นคนที่มีวิชา อาคม ที่แก่กล้ายิ่ง วาจาสิทธิ์ มีลูกศิษย์ ลูกหาอยู่ทั่วประเทศฯ ในสมัยโบราณนั้น ประชาชนและชาวบ้านทั้งหลาย ยังนับถือและเชื่อใน เครื่องราง ของขลัง(ซึ่งถ้าไม่ดีจริง คงไม่มีมูลค่าที่สูงมาก จนถึงปัจจุบัน โปรดใช้วิจารนญานของท่าน ลองตรองดู) มีอยู่เป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งเกิดโรคภัย ไข้เจ็บ ก็มักจะพึ่งหมอแผนโบราณ กับยาสมุนไพรต่างๆ แก่ผู้ที่ได้ศึกษามา(สมัยก่อนตำรายาโบราณ เป็นภาษาขอม และจะจารึกลงในสมุด.ข่อย ต้องรักและชอบและศรัทธาจริงๆ) จะหาคนที่ชอบและมีความรู้นั้นน้อยมาก ประเพณีของคนไทยสมัยโบราณนั้น เมื่อเกิดจนกระทั่งเริ่มเติบโต พ่อแม่มักจะให้บวชเรียนตั้งเด็ก ที่เราเรียกกันว่า.สามเณร พอเติบใหญ่จนถึงอายุประมาณ ๒๐ ปีขึ้นไป ก็มักจะเรียกกันว่า.พระ.(จะเรียกไปตามลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ พระที่บวชอยู่นานๆ จึงมีพรรษาที่มากขึ้นตามอายุ ในการเล่าเรียน ซึ่งก็มักจะแตกฉานคำบาลี ในภาษา.ขอม.ซึ่งบรรจุอยู่ในสมุด.ข่อย.นั้นๆ) สมัยโบราณการเล่าเรียนจึงมักตกไปอยู่กับ.พระ.ซะเป็นส่วนใหญ่ ในคัมภีร์เหล่านั้น มักจะมีการรวบรวมเรื่องต่างๆเข้าไว้ด้วยกันเช่น.มีเรื่อง.สมุนไพรและการรักษาโรคต่างๆ บทสวดมนต์ทั้งภาษา.บาลี.และสันสกฤต บทเจริญพระพุทธมนต์ และพระคาถาต่างๆ ตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ที่ได้บัญญัติไว้ในผู้ที่นับถือศาสนา.พุทธ จะเห็นว่าเป็นกุศโลบายที่น่ายกย่อง และนับถือกันมาจากรุ่นหนึ่ง มาสู่่อีกรุ่นหนึ่งได้ยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่งพระราชโอรส ในรัชกาลที่.๕.(ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือ.กรมหลวง.ชุมพร.เขตอุดมศักดิ์หรือ.เสด็จ.เตี่ย.ยังให้การยอมรับและนับถือต่อ.วัดและเจ้าอาวาสแห่งวัดนี้.คือ.หลวงปู่.ศุข.เกสสโร. หรือ.หลวงปู่.ศุข.แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่่า.ต.วัดสิงห์.อ.วัดสิงห์.จ.ชัยนาท.ซึ่ง.วัดนั้นอยู่ติดและเรียบชายฝั่ง แม่น๋้าเจ้าพระยาเลยละครับ? ผมไม่ได้เกิดในยุคท่านหรอกครับ? แต่ผมมีคำถาม? และผมจะออกไปค้นหา คำตอบด้วยตัวเอง? ว่าสถานที่นี้เป็นอย่างไร? แล้วก็มีคำตอบให้ตัวเองได้เสมอ มีเรื่องราวมาเล่าได้เสมอๆจากรุ่นสู่รุ่น....บอกได้เลยครับ? ว่าเป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาก มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒธรรมเป็นอันมากตราบจนปัจจุบันนี้? ผมไปประจำทุกปีครับ? เมื่อถึงเทศกาลสำคัญๆของคนไทยเรานั่นคือวัน.อาสาฬหัสบูชาและวัน.เข้าพรรษา ผมไม่ได้ไปเพียงแค่วัดเดียวครับ? จะไปทั้งหมด ๙ วัดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เดี๋ยวนี้สะดวกสบายมากครับ? มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทั้งสถานที่ ร้านอาหาร ถนนหนทางในการเดินทาง โทรมนาคม จะไปเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง หมู่คณะ ทัศนศึกษา ไม่ตัองรอเทศกาลก็ไปได้ครับ? เอาความสะดวกและความพร้อม ของตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วออกไปค้นหาคำตอบ ซึ่งบางคำตอบ มันมีอยู่ในตัวของมันเอง ร้อยเรื่องเล่า ร้อยล้านคำ ก็ไม่เหมือนเราออกไปทำมัน...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next