มากราบและติดทองรูปหล่อหลวงปู่ศุข รูปหล่อหลวงปู่สำราญ รูปหล่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไปมาวันที่ 16/3/68 จริงๆ เคยมาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นวัดยังไม่เจริญเท่านี้ ตอนนี้วัดเจริญขึ้นเยอะเลย ด้วยบารมีหลวงปู่ศุข แต่ดูเหมือนวิหารที่ประดิษฐานรูปหล่อองค์ใหญ่ ของ หลวงปู่ศุข หลวงปู่สำราญ และ กรมหลวงชุมพร ยังไม่เสร็จ มาทำบุญกันได้นะครับ หลวงปู่ศุข ท่านถือว่าเป็นเกจิประจำจังหวัด ใครมาเที่ยวชัยนาทหลายๆคนก็คงคิดถึงหลวงปู่ศุข ส่วนประวัติย่อๆ ก็ตามนี้ครับ
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2390 มรณภาพ พ.ศ. 2466 เป็นพระภิกษุสงฆ์สังกัดมหานิกาย ดำรงตำแหน่งอดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์และอดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงปู่ศุข นามเดิมว่า “ศุข” เป็นบุตรคนโต มีพี่น้อง 9 คน เกิดในสกุล เกษเวช เป็นชาวชัยนาท ปีเกิดตรงกับปีฉลูปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นามสกุลนี้ภายหลังใช้ว่า เกษเวชสุริยา ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท บิดาชื่อน่วม มารดาชื่อทองดี ประกอบอาชีพค้าขาย และทำสวน ศุข เกษเวช ในวัยเด็กขณะว่ายน้ำแข่งขันกับเพื่อน มารดามาตามให้ขึ้นจากน้ำ ได้พูดประชดประชันคาดโทษว่า “หากไม่ขึ้นมาละก็ ไม่ต้องขึ้นมาอีกเลย” ขณะนั้นมีเรือโยงแล่นผ่าน ท่านจึงเกาะเรือมาด้วย ผ่านจังหวัดต่างๆ จนมาขึ้นที่ย่านวัดโพธิ์ทอง จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน) และได้แต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชื่อว่า “สมบุญ” ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน เมื่อถึงวัย 22 ปี ท่านต้องการบวชทดแทนคุณบิดามารดา ที่วัดโพธิ์ทองล่าง โดยพระครูเชย จันทสิริ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้เป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านวิปัสสนาและพุทธาคมจากพระอธิการเชย จันทสิริ เมื่อเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนเวทมนตร์คาถา ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน พุทฺธโชติ วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกันท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ท่านได้ธุดงธ์เข้าเขตชัยนาทมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน ท่านได้ศิษย์เอกคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่าง ๆ ให้พระองค์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี ยัง หาญทะเล นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงในยุคมวยคาดเชือก เขาเป็นลูกศิษย์ และเป็นทหารคนสำคัญของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นผู้รับอาสาทดลอง หลวงปู่ศุข ได้รับสมณศักดิ์เป็น เจ้าคณะอำเภอคนแรกของอำเภอวัดสิงห์ หลวงปู่ศุขอาพาธด้วยโรคชราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 มรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ 76 ปี นับพรรษาได้ 54 พรรษา
“พระมงคลชัยสิทธิ์” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “หลวงปู่สำราญ กาญจนาโภ” อดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ท่านมีนามเดิมว่า สำราญ จงกสิกิจ เป็นชาวอุทัยธานี ถือกำเนิดที่ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัย ธานี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2455 อายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดศรีสิทธิการาม ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีพระครูสุนทรธรรมวินิฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า กาญจนาโภ หมายถึง ผู้มีความงามดุจดั่งทองจำ พรรษาอยู่ที่วัดเนินเหล็ก อ.เมือง จ.อุทัย ธานี ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เพื่อเรียนหนังสือและศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อพุฒ สุทัตโต วัดทุ่งแก้ว, หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี และหลวงพ่อสด วัดหนองสะแก อย่างจริงจัง พ.ศ.2499 ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ได้ศึกษาวิชาอาคมกับหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว และตำราหลวงปู่ศุข พร้อมกับเรียนวิชาแพทย์แผนไทย กับหมออุ่น ศุภรัตน์ เกี่ยวกับการต่อกระดูก จนมีความชำนาญ หลวงปู่สำราญ มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2548 สิริอายุ...
Read moreมากับพระ.....ทั้งองค์........ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ขอนอบน้อมกราบสักการะอาจาริยบูชา เนื่องในวาระครบรอบ ๙๘ ปี แห่งมรณกาลของ "พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร" มรณภาพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ตรงกับ วันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน
พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร นามเดิม ชื่อ ศุข นามสกุล เกษเวช (ต่อมาลูกหลานได้ใช้ เกษเวชสุริยา ก็มี) เกิดเมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๓๙๐ ที่บ้านมะขามเฒ่า ( เรียกกันในสมัยนั้น ปัจจุบันเรียก บ้านปากคลอง ) ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาชื่อ นายน่วม เกษเวช และมารดาชื่อ นางทองดี เกษเวช ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ ตำบลมะขามเฒ่า มีบุตรและธิดา ด้วยกัน ๙ คน ๑. หลวงปู่ศุข ๒. นางอ่ำ ๓. นายรุ่ง ๔. นางไข่ ๕. นายสิน ๖. นายมี ๗. นางขำ ๘. นายพลอย ๙. หลวงพ่อปลื้ม
ท่านได้ทำมาหากินอยู่ในคลองบางเขนอยู่ระยะหนึ่ง จนอายุได้ ๑๘ ปี ได้ภรรยาชื่อ นางสมบูรณ์ และเกิดบุตรชายคนหนึ่งชื่อ สอน เกษเวชสุริยา
เมื่ออายุได้ ๒๒ ปี ท่านได้ตัดสินใจอุปสมบทเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดา ณ พัทธสีมา วัดโพธิ์ทองล่าง จังหวัดนนทบุรี โดยมีพระอธิการเชย จนฺทสิริ เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่นี่ หลวงปู่ศุข ท่านได้อยู่ปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นพระที่เคร่งครัดในด้านวิปัสสนา จึงได้ศึกษาพระธรรมวินัยและเรียนวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนพระเวทวิทยาคม ต่อมาท่านได้กราบลาพระอุปัชฌาย์มาจำพรรษาอยู่ที่วัดสามง่าม ปทุมวัน เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงคราม บางลำพู ณ ที่นี่ท่านได้พบกับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร ได้ศึกษาวิชาต่าง ๆ ร่วมกัน ท่านทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ
ต่อมา ปีพุทธศักราช ๒๔๓๕ ท่านได้ธุดงค์เข้าเขตชัยนาท มาจำพรรษาอยู่ที่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ท่านได้บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน ท่านได้อบรมพระภิกษุศึกษาข้อวัตรปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดและฝึกการปฏิบัติสมาธิภาวนาทั้งสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน อบรมให้รักษาสัจจะวาจาให้มั่นคง ตลอดจนฝึกหัดการเขียนอักขระขอมและพระเวทวิทยาคมต่าง ๆ จนแตกฉาน
ปีพุทธศักราช ๒๔๖๐ "เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ได้เสด็จมากราบหลวงปู่ศุข ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขได้ให้สามเณรโด่ง (ลูกบุญธรรมของหลวงปู่ศุข) เด็ดหัวปลีมาถวาย หลวงปู่ได้เสกหัวปลีเป็นกระต่าย เสด็จในกรมฯ เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง ได้กราบขอเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ หลวงปู่ได้อบรมสั่งสอนการปฏิบัติสมาธิภาวนา ตลอดจนถ่ายทอดการเขียนอักขระขอมและวิทยาคมต่าง ๆ ให้ (สามเณรโด่ง ลูกบุญธรรมของหลวงปู่ศุข ภายหลังได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุชื่อ หลวงปู่พระครูสมุห์พุฒ ธมฺมิโก (สาระสุข) ชาตะเมื่อ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๕ - มรณภาพเมื่อ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙)
ขณะอยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่า เสด็จในกรมฯ สมาทานอุโบสถศีลเป็นนิจ เพื่อเป็นบาทฐานการเจริญสมาธิภาวนาให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เสด็จในกรมฯ เขียนอักขระขอมได้สวยงามเป็นระเบียบ หลวงปู่มักให้เสด็จในกรมฯ คัดลอกคัมภีร์ใบลานที่ชำรุดขึ้นใหม่ หลวงปู่มีเจตนาให้เสด็จในกรมฯ ได้เรียนรู้วิทยาคมให้แตกฉานมากขึ้น
พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร มรณภาพ เมื่ออาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ตรงกับ วันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน ตรงกับปลายรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริอายุได้ ๗๖ ปี พรรษา ๕๔ ขอบคุณ...
Read more้เป็นวัดที่โด่งดังตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ที่น่ายกย่องเป็นอย่างมากเลยละครับ?ท่านฯ....มีหลวงปู่.ซึ่งเป็นพระเกจิระดับปรมาจารย์(ชาวบ้านต่างยกย่องท่าน) ที่มีศีลยาจริยวัตร ที่เพียบพร้อม ไม่เลือกที่รักมักที่ชังต่อประชาชน และผู้คนทั่วๆไป ให้ความเสมอภาคต่อทุกผู้คนเท่าๆกันหมด ชื่อเสียงของท่านจึงขจรขจายไปทั่ว ทั้งในและต่างประเทศฯ ท่านเป็นคนที่มีวิชา อาคม ที่แก่กล้ายิ่ง วาจาสิทธิ์ มีลูกศิษย์ ลูกหาอยู่ทั่วประเทศฯ ในสมัยโบราณนั้น ประชาชนและชาวบ้านทั้งหลาย ยังนับถือและเชื่อใน เครื่องราง ของขลัง(ซึ่งถ้าไม่ดีจริง คงไม่มีมูลค่าที่สูงมาก จนถึงปัจจุบัน โปรดใช้วิจารนญานของท่าน ลองตรองดู) มีอยู่เป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งเกิดโรคภัย ไข้เจ็บ ก็มักจะพึ่งหมอแผนโบราณ กับยาสมุนไพรต่างๆ แก่ผู้ที่ได้ศึกษามา(สมัยก่อนตำรายาโบราณ เป็นภาษาขอม และจะจารึกลงในสมุด.ข่อย ต้องรักและชอบและศรัทธาจริงๆ) จะหาคนที่ชอบและมีความรู้นั้นน้อยมาก ประเพณีของคนไทยสมัยโบราณนั้น เมื่อเกิดจนกระทั่งเริ่มเติบโต พ่อแม่มักจะให้บวชเรียนตั้งเด็ก ที่เราเรียกกันว่า.สามเณร พอเติบใหญ่จนถึงอายุประมาณ ๒๐ ปีขึ้นไป ก็มักจะเรียกกันว่า.พระ.(จะเรียกไปตามลำดับชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ พระที่บวชอยู่นานๆ จึงมีพรรษาที่มากขึ้นตามอายุ ในการเล่าเรียน ซึ่งก็มักจะแตกฉานคำบาลี ในภาษา.ขอม.ซึ่งบรรจุอยู่ในสมุด.ข่อย.นั้นๆ) สมัยโบราณการเล่าเรียนจึงมักตกไปอยู่กับ.พระ.ซะเป็นส่วนใหญ่ ในคัมภีร์เหล่านั้น มักจะมีการรวบรวมเรื่องต่างๆเข้าไว้ด้วยกันเช่น.มีเรื่อง.สมุนไพรและการรักษาโรคต่างๆ บทสวดมนต์ทั้งภาษา.บาลี.และสันสกฤต บทเจริญพระพุทธมนต์ และพระคาถาต่างๆ ตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ที่ได้บัญญัติไว้ในผู้ที่นับถือศาสนา.พุทธ จะเห็นว่าเป็นกุศโลบายที่น่ายกย่อง และนับถือกันมาจากรุ่นหนึ่ง มาสู่่อีกรุ่นหนึ่งได้ยอดเยี่ยมมาก แม้กระทั่งพระราชโอรส ในรัชกาลที่.๕.(ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือ.กรมหลวง.ชุมพร.เขตอุดมศักดิ์หรือ.เสด็จ.เตี่ย.ยังให้การยอมรับและนับถือต่อ.วัดและเจ้าอาวาสแห่งวัดนี้.คือ.หลวงปู่.ศุข.เกสสโร. หรือ.หลวงปู่.ศุข.แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่่า.ต.วัดสิงห์.อ.วัดสิงห์.จ.ชัยนาท.ซึ่ง.วัดนั้นอยู่ติดและเรียบชายฝั่ง แม่น๋้าเจ้าพระยาเลยละครับ? ผมไม่ได้เกิดในยุคท่านหรอกครับ? แต่ผมมีคำถาม? และผมจะออกไปค้นหา คำตอบด้วยตัวเอง? ว่าสถานที่นี้เป็นอย่างไร? แล้วก็มีคำตอบให้ตัวเองได้เสมอ มีเรื่องราวมาเล่าได้เสมอๆจากรุ่นสู่รุ่น....บอกได้เลยครับ? ว่าเป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาก มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒธรรมเป็นอันมากตราบจนปัจจุบันนี้? ผมไปประจำทุกปีครับ? เมื่อถึงเทศกาลสำคัญๆของคนไทยเรานั่นคือวัน.อาสาฬหัสบูชาและวัน.เข้าพรรษา ผมไม่ได้ไปเพียงแค่วัดเดียวครับ? จะไปทั้งหมด ๙ วัดทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เดี๋ยวนี้สะดวกสบายมากครับ? มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทั้งสถานที่ ร้านอาหาร ถนนหนทางในการเดินทาง โทรมนาคม จะไปเป็นครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง หมู่คณะ ทัศนศึกษา ไม่ตัองรอเทศกาลก็ไปได้ครับ? เอาความสะดวกและความพร้อม ของตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วออกไปค้นหาคำตอบ ซึ่งบางคำตอบ มันมีอยู่ในตัวของมันเอง ร้อยเรื่องเล่า ร้อยล้านคำ ก็ไม่เหมือนเราออกไปทำมัน...
Read more