HTML SitemapExplore

Wat Phra Borommathat Worawihan — Attraction in Chai Nat Province

Name
Wat Phra Borommathat Worawihan
Description
Nearby attractions
Chainatmuni National Museum
Chai Nat, Mueang Chai Nat District, Chai Nat 17000, Thailand
Nearby restaurants
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Phra Borommathat Worawihan tourism.Wat Phra Borommathat Worawihan hotels.Wat Phra Borommathat Worawihan bed and breakfast. flights to Wat Phra Borommathat Worawihan.Wat Phra Borommathat Worawihan attractions.Wat Phra Borommathat Worawihan restaurants.Wat Phra Borommathat Worawihan local services.Wat Phra Borommathat Worawihan travel.Wat Phra Borommathat Worawihan travel guide.Wat Phra Borommathat Worawihan travel blog.Wat Phra Borommathat Worawihan pictures.Wat Phra Borommathat Worawihan photos.Wat Phra Borommathat Worawihan travel tips.Wat Phra Borommathat Worawihan maps.Wat Phra Borommathat Worawihan things to do.
Wat Phra Borommathat Worawihan things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Phra Borommathat Worawihan
ThailandChai Nat ProvinceWat Phra Borommathat Worawihan

Basic Info

Wat Phra Borommathat Worawihan

5552+QWQ ทางหลวงหมายเลข 3183 Chai Nat, Mueang Chai Nat District, Chai Nat 17000, Thailand
4.6(212)
Open until 12:00 AM
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Scenic
Family friendly
Accessibility
attractions: Chainatmuni National Museum, restaurants: , local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Phone
+66 96 982 8295
Website
facebook.com
Open hoursSee all hours
ThuOpen 24 hoursOpen

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Chai Nat Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Nearby attractions of Wat Phra Borommathat Worawihan

Chainatmuni National Museum

Chainatmuni National Museum

Chainatmuni National Museum

4.5

(43)

Closed
Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Posts

Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
มากราบและติดทองพระบรมธาตุเจดีย์ศรีไชยนาท(จำลอง) รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โต รูปหล่อพระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ (หลวงพ่อช้าง) อดีตเจ้าอาวาส รูปหล่อพระชัยนาทมุนี (หรุ่น) อดีตเจ้าอาวาส และรูปหล่อพระชัยนาทมุนี (นวม) อดีตเจ้าอาวาส ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆให้ชมด้วยครับ ใกล้ๆก็มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี มาเยี่ยมชมกันได้ผมมาวันที่ 9/2/68 ส่วนข้อมูลที่หาได้จากเน็ตตามนี้ครับ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหารมีโบราณสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ ดังนี้ เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ศึกษาเล่าเรียนกับพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ จนถึงอายุ ๑๓ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร จากพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ครั้นถึงปีจอ โทศก จุลศักราช ๑๑๕๒ อายุสามเณรโตได้ ๑๕ ปี บวชเป็นสามเณรได้ ๓ พรรษา ได้ศึกษา ๓ ปี เล่าเรียนบาลีไวยากรณ์และคัมภีร์มูลกัจจายนะจบ จนเข้าใจไวยากรณ์ รู้สัมพันธ์บริบูรณ์ ครั้นถึงเดือน ๑๒ ปีจอ โทศกนั้น สามเณรโตมีความประสงค์จะเรียนต่อ พระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตรจึงได้แนะนำให้สามเณรโตไปศึกษาต่อกับท่านพระครูวัดเมืองไชยนาทบุรี หรือพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรี ที่เมืองชัยนาทบุรี พระครูเมืองชัยนาทบุรีเป็นสำนักเรียนใหญ่ มีครูฝึกสอนที่มีความรู้เชี่ยวชาญพระบาลีในธรรมบททีปนี ทศชาติ (๑๐ ชาติ) สารัตถะ ฎีกาโยชนาคัณฐี ในคัมภีร์พระไตรปิฎกธรรมนั้น แปลเป็นภาษาบาลีบ้าง ภาษาเขมรบ้าง แปลเป็นภาษาพม่าบ้าง มีพระครูเมธังกร เป็นผู้มีอายุ เป็นครูผู้ฝึกสอนนักเรียนบาลี เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ได้มาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดพระบรมธาตุ ๓ ปี เรียนจบหมด จนอายุได้ ๑๘ ปี สามเณรโตต้องการศึกษาอีก ฝ่ายท่านพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรีจึงส่งให้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ (บางกอก) ไปอาศัยอยู่กับหลวงพ่อแก้ว วัดบางลำภูบน เพื่อจะเรียนบาลีต่อไป พระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ หรือ หลวงพ่อช้าง ท่านมีนามเดิมว่า ช้าง เกิดที่บ้านคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๒ เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาชื่อ โชติ มารดาชื่อ มัว ท่านเป็นบุตรคนโต มีร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ บิดาจึงตั้งชื่อว่า ช้าง ซึ่งเป็นคนมีอัธยาศัยมีเมตตากรุณามาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่ออายุได้ ๙ ขวบ ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ในเขตท้องถิ่นอำเภอเมือง บิดาได้พาไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอักขรขอม ทันสมัยกับพระครูเมธังกร วัดพระบรมธาตุ ด้วยเหตุที่ท่านมีสติปัญญาดีเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่ยกย่องและโปรดปรานของพระครูเมธังกร พออายุได้ ๑๓ ปี ได้บรรพชาได้เป็นสามเณร และเริ่มเรียนภาษาบาลี เช่น คัมภีร์มูลกัจจายน์ ธรรมบท และมังคลัตถทีปนี หรือมงคลทีปนี จนแตกฉานสามารถแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยได้อย่างเชี่ยวชาญ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงทำพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูเมธังกร (จู) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอินทชาติวรญาณ (อินทร) เจ้าคณะแขวงมโนรมย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการคง วัดบางกะพี้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามฉายาว่า “อินทสโร” หลังจากได้ศึกษาด้านคันถธุระ จนสามารถค้นคว้าหาหลักธรรมได้อย่างดีแล้ว จึงมุ่งทางด้านปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้รับการถ่ายทอดหลักการปฏิบัติจากพระครูอินทชาติวรญาณ พระชัยนาทมุนี ศรีบรมธาตุบริหาร สังฆปาโมกข์ หรุ่น อินฺทโชโต วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอชัยนาท จ้งหวัดชัยนาท อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ปีพ.ศ. ๒๔๐๗ - ปีพ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม(บ้านแค) ผู้เรืองฤทย์แห่งบ้านแค
natthaphon witinatthaphon witi
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ พระวิหารเก้าห้อง สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับเจดีย์พระบรมธาตุ ภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ อายุ 700 กว่าปี พระอุโบสถ ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ลงรักปิดทองปางมารวิชัย
Chaiyakit ThanabriboonChaiyakit Thanabriboon
วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3183 อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท วัดมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ให้สักการะบูชา มีพระนอนองค์ใหญ่ พระนารายณ์ทรงสุบรรณ พระชัยนาทมุนี และที่รับบริจาคต่างๆ มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาท เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ พระพุทธรูปโบราณ พระพิมพ์ พระเครื่องโบราณต่างๆ และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางมารวิชัย (หลวงพ่อเพชร) มีเจดีย์ บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ และยังมีบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก และพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

มากราบและติดทองพระบรมธาตุเจดีย์ศรีไชยนาท(จำลอง) รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โต รูปหล่อพระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ (หลวงพ่อช้าง) อดีตเจ้าอาวาส รูปหล่อพระชัยนาทมุนี (หรุ่น) อดีตเจ้าอาวาส และรูปหล่อพระชัยนาทมุนี (นวม) อดีตเจ้าอาวาส ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆให้ชมด้วยครับ ใกล้ๆก็มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี มาเยี่ยมชมกันได้ผมมาวันที่ 9/2/68 ส่วนข้อมูลที่หาได้จากเน็ตตามนี้ครับ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหารมีโบราณสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ ดังนี้ เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ศึกษาเล่าเรียนกับพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ จนถึงอายุ ๑๓ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร จากพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ครั้นถึงปีจอ โทศก จุลศักราช ๑๑๕๒ อายุสามเณรโตได้ ๑๕ ปี บวชเป็นสามเณรได้ ๓ พรรษา ได้ศึกษา ๓ ปี เล่าเรียนบาลีไวยากรณ์และคัมภีร์มูลกัจจายนะจบ จนเข้าใจไวยากรณ์ รู้สัมพันธ์บริบูรณ์ ครั้นถึงเดือน ๑๒ ปีจอ โทศกนั้น สามเณรโตมีความประสงค์จะเรียนต่อ พระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตรจึงได้แนะนำให้สามเณรโตไปศึกษาต่อกับท่านพระครูวัดเมืองไชยนาทบุรี หรือพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรี ที่เมืองชัยนาทบุรี พระครูเมืองชัยนาทบุรีเป็นสำนักเรียนใหญ่ มีครูฝึกสอนที่มีความรู้เชี่ยวชาญพระบาลีในธรรมบททีปนี ทศชาติ (๑๐ ชาติ) สารัตถะ ฎีกาโยชนาคัณฐี ในคัมภีร์พระไตรปิฎกธรรมนั้น แปลเป็นภาษาบาลีบ้าง ภาษาเขมรบ้าง แปลเป็นภาษาพม่าบ้าง มีพระครูเมธังกร เป็นผู้มีอายุ เป็นครูผู้ฝึกสอนนักเรียนบาลี เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ได้มาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดพระบรมธาตุ ๓ ปี เรียนจบหมด จนอายุได้ ๑๘ ปี สามเณรโตต้องการศึกษาอีก ฝ่ายท่านพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรีจึงส่งให้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ (บางกอก) ไปอาศัยอยู่กับหลวงพ่อแก้ว วัดบางลำภูบน เพื่อจะเรียนบาลีต่อไป พระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ หรือ หลวงพ่อช้าง ท่านมีนามเดิมว่า ช้าง เกิดที่บ้านคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๒ เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาชื่อ โชติ มารดาชื่อ มัว ท่านเป็นบุตรคนโต มีร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ บิดาจึงตั้งชื่อว่า ช้าง ซึ่งเป็นคนมีอัธยาศัยมีเมตตากรุณามาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่ออายุได้ ๙ ขวบ ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ในเขตท้องถิ่นอำเภอเมือง บิดาได้พาไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอักขรขอม ทันสมัยกับพระครูเมธังกร วัดพระบรมธาตุ ด้วยเหตุที่ท่านมีสติปัญญาดีเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่ยกย่องและโปรดปรานของพระครูเมธังกร พออายุได้ ๑๓ ปี ได้บรรพชาได้เป็นสามเณร และเริ่มเรียนภาษาบาลี เช่น คัมภีร์มูลกัจจายน์ ธรรมบท และมังคลัตถทีปนี หรือมงคลทีปนี จนแตกฉานสามารถแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยได้อย่างเชี่ยวชาญ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงทำพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูเมธังกร (จู) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอินทชาติวรญาณ (อินทร) เจ้าคณะแขวงมโนรมย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการคง วัดบางกะพี้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามฉายาว่า “อินทสโร” หลังจากได้ศึกษาด้านคันถธุระ จนสามารถค้นคว้าหาหลักธรรมได้อย่างดีแล้ว จึงมุ่งทางด้านปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้รับการถ่ายทอดหลักการปฏิบัติจากพระครูอินทชาติวรญาณ พระชัยนาทมุนี ศรีบรมธาตุบริหาร สังฆปาโมกข์ หรุ่น อินฺทโชโต วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอชัยนาท จ้งหวัดชัยนาท อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ปีพ.ศ. ๒๔๐๗ - ปีพ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม(บ้านแค) ผู้เรืองฤทย์แห่งบ้านแค
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ พระวิหารเก้าห้อง สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับเจดีย์พระบรมธาตุ ภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ อายุ 700 กว่าปี พระอุโบสถ ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ลงรักปิดทองปางมารวิชัย
natthaphon witi

natthaphon witi

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Chai Nat Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3183 อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท วัดมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ให้สักการะบูชา มีพระนอนองค์ใหญ่ พระนารายณ์ทรงสุบรรณ พระชัยนาทมุนี และที่รับบริจาคต่างๆ มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาท เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ พระพุทธรูปโบราณ พระพิมพ์ พระเครื่องโบราณต่างๆ และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางมารวิชัย (หลวงพ่อเพชร) มีเจดีย์ บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ และยังมีบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก และพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา
Chaiyakit Thanabriboon

Chaiyakit Thanabriboon

See more posts
See more posts

Reviews of Wat Phra Borommathat Worawihan

4.6
(212)
avatar
5.0
48w

มากราบและติดทองพระบรมธาตุเจดีย์ศรีไชยนาท(จำลอง) รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์โต รูปหล่อพระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ (หลวงพ่อช้าง) อดีตเจ้าอาวาส รูปหล่อพระชัยนาทมุนี (หรุ่น) อดีตเจ้าอาวาส และรูปหล่อพระชัยนาทมุนี (นวม) อดีตเจ้าอาวาส ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆให้ชมด้วยครับ ใกล้ๆก็มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี มาเยี่ยมชมกันได้ผมมาวันที่ 9/2/68 ส่วนข้อมูลที่หาได้จากเน็ตตามนี้ครับ

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง วัดพระบรมธาตุวรวิหารมีโบราณสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ ดังนี้ เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ศึกษาเล่าเรียนกับพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ จนถึงอายุ ๑๓ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร จากพระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตร ครั้นถึงปีจอ โทศก จุลศักราช ๑๑๕๒ อายุสามเณรโตได้ ๑๕ ปี บวชเป็นสามเณรได้ ๓ พรรษา ได้ศึกษา ๓ ปี เล่าเรียนบาลีไวยากรณ์และคัมภีร์มูลกัจจายนะจบ จนเข้าใจไวยากรณ์ รู้สัมพันธ์บริบูรณ์ ครั้นถึงเดือน ๑๒ ปีจอ โทศกนั้น สามเณรโตมีความประสงค์จะเรียนต่อ พระครูวัดใหญ่เมืองพิจิตรจึงได้แนะนำให้สามเณรโตไปศึกษาต่อกับท่านพระครูวัดเมืองไชยนาทบุรี หรือพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรี ที่เมืองชัยนาทบุรี พระครูเมืองชัยนาทบุรีเป็นสำนักเรียนใหญ่ มีครูฝึกสอนที่มีความรู้เชี่ยวชาญพระบาลีในธรรมบททีปนี ทศชาติ (๑๐ ชาติ) สารัตถะ ฎีกาโยชนาคัณฐี ในคัมภีร์พระไตรปิฎกธรรมนั้น แปลเป็นภาษาบาลีบ้าง ภาษาเขมรบ้าง แปลเป็นภาษาพม่าบ้าง มีพระครูเมธังกร เป็นผู้มีอายุ เป็นครูผู้ฝึกสอนนักเรียนบาลี เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ได้มาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดพระบรมธาตุ ๓ ปี เรียนจบหมด จนอายุได้ ๑๘ ปี สามเณรโตต้องการศึกษาอีก ฝ่ายท่านพระครูเจ้าคณะเมืองไชยนาทบุรีจึงส่งให้ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ (บางกอก) ไปอาศัยอยู่กับหลวงพ่อแก้ว วัดบางลำภูบน เพื่อจะเรียนบาลีต่อไป

พระอินทโมลีศรีบรมธาตุบริหารสุวิจารณ์สังฆปาโมกข์ หรือ หลวงพ่อช้าง ท่านมีนามเดิมว่า ช้าง เกิดที่บ้านคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๒ เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาชื่อ โชติ มารดาชื่อ มัว ท่านเป็นบุตรคนโต มีร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ บิดาจึงตั้งชื่อว่า ช้าง ซึ่งเป็นคนมีอัธยาศัยมีเมตตากรุณามาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่ออายุได้ ๙ ขวบ ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ในเขตท้องถิ่นอำเภอเมือง บิดาได้พาไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอักขรขอม ทันสมัยกับพระครูเมธังกร วัดพระบรมธาตุ ด้วยเหตุที่ท่านมีสติปัญญาดีเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่ยกย่องและโปรดปรานของพระครูเมธังกร พออายุได้ ๑๓ ปี ได้บรรพชาได้เป็นสามเณร และเริ่มเรียนภาษาบาลี เช่น คัมภีร์มูลกัจจายน์ ธรรมบท และมังคลัตถทีปนี หรือมงคลทีปนี จนแตกฉานสามารถแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยได้อย่างเชี่ยวชาญ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จึงทำพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูเมธังกร (จู) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอินทชาติวรญาณ (อินทร) เจ้าคณะแขวงมโนรมย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการคง วัดบางกะพี้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามฉายาว่า “อินทสโร” หลังจากได้ศึกษาด้านคันถธุระ จนสามารถค้นคว้าหาหลักธรรมได้อย่างดีแล้ว จึงมุ่งทางด้านปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้รับการถ่ายทอดหลักการปฏิบัติจากพระครูอินทชาติวรญาณ

พระชัยนาทมุนี ศรีบรมธาตุบริหาร สังฆปาโมกข์ หรุ่น อินฺทโชโต วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอชัยนาท จ้งหวัดชัยนาท อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ปีพ.ศ. ๒๔๐๗ - ปีพ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม(บ้านแค)...

   Read more
avatar
5.0
3y

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดิมมีนามว่า "วัดพระธาตุ" และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดหัวเมือง" สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีพุทธาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ น้ำหน้าวัดพระบรมธาตุถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอีกแห่งหนึ่ง

เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครสร้างมีแต่ตำนานกล่าวกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระเจดีย์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตริย์แห่งอินเดีย ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนายังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ

พระวิหารเก้าห้อง สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมกับเจดีย์พระบรมธาตุ ภายในวิหารมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มีน้ำออกมาตามธรรมชาติ อายุ 700 กว่าปี

พระอุโบสถ...

   Read more
avatar
4.0
1y

วัดพระบรมธาตุ วรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3183 อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท วัดมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง

ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ให้สักการะบูชา มีพระนอนองค์ใหญ่ พระนารายณ์ทรงสุบรรณ พระชัยนาทมุนี และที่รับบริจาคต่างๆ มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาท เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ พระพุทธรูปโบราณ พระพิมพ์ พระเครื่องโบราณต่างๆ และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางมารวิชัย (หลวงพ่อเพชร) มีเจดีย์ บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ และยังมีบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next