อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาท ท้องที่อำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 1,000 เมตร มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อถือทางศาสนาเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ มีเนื้อที่ประมาณ 58.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,444.05 ไร่
เมื่อปี พ.ศ. 2501 นายกนิยมไพรสมาคม ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เสนอให้รักษาป่าเขาคิชฌกูฏ ท้องที่จังหวัดจันทบุรี ไว้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงให้ป่าไม้เขตศรีราชาประสานงานกับป่าไม้จังหวัดจันทบุรีดำเนินการ และได้มีคำสั่ง ที่ 852/2517 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2517 ให้นายสมพล วรรณกุล นักวิชาการป่าไม้ ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งผลการสำรวจ ตามรายงานการสำรวจลงวันที่ 16 มิถุนายน 2518 พบว่า สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสภาพทางธรรมชาติสวยงาม ประกอบด้วย ถ้ำ น้ำตก และมีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะกับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ
กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มีมติการประชุมครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 เห็นสมควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏให้เป็นอุทยานแห่งชาติ
กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนป่าเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีสถานภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 49 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 39 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2508 ออกจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติก่อน โดยมีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 108 ลงวันที่ 7 กันยายน 2519
ต่อมาดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฏเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาคิชฌกูฏ ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน ตำบลพลวง และตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 36,687 ไร่ หรือ 58.70 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 38 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 14 ของประเทศไทย
ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเนื้อที่บางส่วน จำนวน 242.95 ไร่ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 64 ก ลงวันที่ 24 ก.ย.2541 จึงคงเหลือพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ 36,444.05 ไร่ หรือ 58.31 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน เนื่องจากการดันตัวของเปลือกโลก หินฐานเป็นหินอัคนีพวกหินแกรนิต ยุคจูแรสสิค มีอายุประมาณ 135-180 ล้านปี ทางด้านทิศตะวันออกจะมีความลาดชันมาก แนวสันเขาวางตัวไปในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ เชิงเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้มีความลาดชันน้อย มียอดเขาพระบาทเป็นภูเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,085 เมตร มีที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเพียงเล็กน้อย บนเขาพระบาทมีหินก้อนใหญ่ลักษณะกลมเกลี้ยงกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณรอยพระพุทธบาทมีหินก้อนใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้จากพื้นราบนอกเขตอุทยานแห่งชาติ เทือกเขาสูงในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่สำคัญ เช่น คลองกระทิง คลองตะเคียน คลองทุ่งเพล คลองพลวง เป็นต้น ลำน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำจันทบุรี
ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยช่วงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าโปร่ง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมจะมีความชื้นในอากาศสูง เกิดเมฆและฝนตกหนัก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 2,900 มิลลิเมตร ช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 27 องศาเซลเซียส
พืชพรรณและสัตว์ป่า ระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏสามารถแบ่งออกได้หลักๆ 2 ประเภท คือ ป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ ยางแดง กระบาก หย่อง มะก่อ บุนนาค ลูกดิ่ง สารภี เนียนดำ มะไฟ จิกดง มะซาง ดีหมี เลือดควาย สำรอง กระบกกรัง ฯลฯ และป่าดิบเขา จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตรขึ้นไป หรือจะพบเฉพาะบริเวณยอดเขา เช่น เขาพระบาทพลวง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะก่อ กระบกกรัง สารภี บุนนาค ทำมัง พิมเสนป่า พลอง คอเหี้ย ชันใบใหญ่ รง พลับ อบเชย และดีหมี เป็นต้น ในส่วนของสัตว์ป่า เนื่องจากสภาพป่าอยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน และประกอบกับราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติไม่ลักลอบล่าสัตว์ เพราะมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งและทำรายได้ดีอยู่แล้ว คือ การทำสวนผลไม้...
Read moreน้ำตกกระทิง อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
🛣 การเดินทาง 🛣
ทางเข้าอุทยานอยู่ริมถนนหมายเลข 3249 ติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ปากทางเข้ามีป้ายบอกอยู่ จากปากทางขับต่อมาตามทางอีกประมาณ 1 กม. ก็จะถึงด่านเก็บเงิน
สามารถตั้งจีพีเอสนำทางใน google maps มาได้ ไม่หลงแน่นอน พิมพ์ว่า “อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ”
🌡💰📖 ด่านเก็บเงิน 📖💰🌡
มาถึงลงรถติดต่อเจ้าหน้าที่ ทำการวัดไข้ แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน ลงชื่อเข้าอุทยาน และจ่ายค่าธรรมเนียมของคนและรถกันก่อน
🏘 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 🏘
เสร็จแล้วขับตรงเข้ามาด้านในอีกนิดนึง จะเจอศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางด้านขวามือ สำหรับคนที่มาติดต่อบ้านพักหรือกางเต็นท์
ให้เข้าไปลงทะเบียนแสดงเอกสารการจองบ้านพัก รับกุญแจ และยื่นบัตรประชาชนทิ้งไว้ รับกลับได้ตอนมาคืนกุญแจ ส่วนคนที่มากางเต็นท์ก็จ่ายค่ากางตรงนี้ และสามารถขอประทับตราพาสปอร์ตอุทยานได้เช่นกัน
🏍🚙 ลานจอดรถ 🦽🚲
จากนั้นขับรถต่อเข้าไปด้านในไม่ไกลนัก ข้ามสะพานเล็กๆ แล้วจะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางจะเจอลานจอดรถ สำหรับคนที่มาเที่ยวน้ำตก สามารถจอดรถแล้วเดินเข้าไปได้เลย จากลานจอดรถเดินเข้าไปจะเจอบริเวณน้ำตกชั้นที่ 3 ก่อน
ส่วนลานจอดรถอีก 2 จุด จะอยู่บริเวณทางเลี้ยวเข้าไปบ้านพักกับบริเวณลานกางเต็นท์ตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
🏠 บ้านพักของอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว 🏠
บ้านพักของอุทยาน มีทั้งหมดดังนี้ บ้านคิชฌกูฏ 103 บ้านไม้เดี่ยว ห้องแอร์ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สำหรับ 2 ท่าน ราคาหลังละ 600 บาท บ้านคิชฌกูฏ 104 บ้านปูนเดี่ยว เตียงคู่ มีทั้งแอร์และพัดลม ตู้เย็น โทรทัศน์ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สำหรับ 2 ท่าน ราคาหลังละ 600 บาท บ้านคิชฌกูฏ 105 บ้านปูนเดี่ยว เตียงเดี่ยว มีทั้งแอร์และพัดลม ตู้เย็น โทรทัศน์ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สำหรับ 2 ท่าน ราคาหลังละ 600 บาท บ้านคิชฌกูฏ 106 บ้านปูนเดี่ยว เตียงคู่ มีทั้งแอร์และพัดลม ตู้เย็น โทรทัศน์ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สำหรับ 2 ท่าน ราคาหลังละ 600 บาท บ้านคิชฌกูฏ 107 บ้านปูนเดี่ยว เตียงเดี่ยว มีทั้งแอร์และพัดลม ตู้เย็น โทรทัศน์ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ สำหรับ 2 ท่าน ราคาหลังละ 600 บาท
⛺️ ลานกางเต็นท์ ⛺️
มีชื่อว่า “ลานกระทิง” อยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นลานที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำกระทิง มีห้องน้ำบริการหลายจุด ห้ามประกอบอาหารที่มีกลิ่นและควันทุกประเภทบริเวณเต็นท์ ยกเว้นต้มน้ำ ชงชา กาแฟหรือต้มมาม่า และทางอุทยานจะจัดเตรียมพื้นที่แยกไว้ให้ประกอบอาหาร
💦 น้ำตกกระทิง 💦
น้ำตกกระทิง มีทั้งหมด 13 ชั้น
จากลานจอดรถเดินเข้าไปจะเจอบริเวณชั้นที่ 3 ก่อน จากบ้านพักเดินเข้าไปจะเจอบริเวณชั้นที่ 1 ก่อน และยังสามารถเดินไปชมน้ำตกจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณลานกางเต็นท์ข้ามสะพานอ่างเก็บน้ำได้ด้วย
ชั้น 1 - 3 จะเดินเข้าถึงได้สะดวกสุด และเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทางอุทยานจึงเปิดให้เล่นน้ำได้แค่น้ำตกชั้นที่ 1 ถึง ชั้นที่ 3
น้ำตกชั้นที่ 4 - 8 จะเป็นทางเดินขึ้นเขา มีความลาดชันเป็นช่วงๆ ควรใส่รองเท้าที่รัดกุมเพื่อความปลอดภัย
น้ำตกชั้นที่ 9 เป็นต้นไป จะมีป้ายบอกว่าห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ต้องติดต่อเจ้าที่ก่อนนะคะ
🍽🥤 อาหารการกินและเครื่องดื่ม 🥤🍽
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มานอนกางเต็นท์หรือบ้านพัก ต้องเตรียมของมาให้พร้อม เพราะที่อุทยานไม่มีอาหารขาย แต่ว่ามีร้านค้าสวัสดิการ ขายพวกขนม น้ำดื่ม น้ำแข็ง ของแห้งพวกมาม่า โจ๊ก และของใช้พวกยาสระผม ครีมอาบน้ำ เป็นต้น และมีร้านขายกาแฟและไอติมด้วย
🔔 ข้อกำหนดในการเข้าอุทยาน 🔔
ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยยืนยันด้วยแอพ “หมอพร้อม” หรือเอกสารอื่นๆที่ทางราชการออกให้ หรือ ได้รับการตรวจเชื้อ RT- PCR หรือ Antigen Test ว่าไม่พบเชื้อ
ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด 19 ต้องหายป่วยมาแล้วไม่เกิน 90 วัน
โหลดแอพ QueQ ลงทะเบียนจองเข้าเที่ยวอุทยานฯล่วงหน้าไม่เกิน 15 วัน เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด
ต้อง Check in & Check out ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้ง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมากางเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ต้องเตรียมเต็นท์และอุปกรณ์ต่างๆมาเอง และ Walk in เข้ามาที่อุทยานได้เลย
การจองบ้านพักนักท่องเที่ยวสามารถจองบ้านพักอุทยานได้ที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯนะคะ
ทางอุทยานจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อช่วงเวลา เพี่อลดความแออัด น้ำตกกระทิง จำนวน 400 คน/ช่วงเวลา น้ำตกคลองไพบูลย์ 300 คน/ช่วงเวลา น้ำตกคลองทุ่งเพล 150 คน/ช่วงเวลา
☎️ เบอร์ติดต่อ : 039 - 609 - 672
📣📣 ปล. เดินทางเมื่อวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ข้อมูลต่างๆอาจมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อสอบถามกับทางอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏโดยตรงอีกครั้งก่อนเดินทาง
ชมสถานที่เที่ยวเพิ่มเติมได้ที่เพจ...
Read moreน้ำตกกระทิง สวยมากๆ บรรยากาศในอุทยานร่มรื่น เงียบสงบ เย็นสบาย อยากให้ทุกคน พากันมาเที่ยวอุทยานไทยกันเยอะๆ เพราะอุทยานและน้ำตกสวยๆบ้านเรามีอะไรให้ค้นหา เรียนรู้ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติทุกๆอุทยาน หรือว่าจะมาพัก ตั้งแคมป์ ติดต่อสอบถามกับทางอุทยานได้เลยน่ะค่ะ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เปิดทุกวันเวลา08.0น.-17.00น. 📌อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาท ท้องที่อำเภอมะขาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 1,000 เมตร มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อถือทางศาสนาเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ มีเนื้อที่ประมาณ 58.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,444.05 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงชัน เนื่องจากการดันตัวของเปลือกโลก หินฐานเป็นหินอัคนีพวกหินแกรนิต ยุคจูแรสสิค มีอายุประมาณ 135-180 ล้านปี ทางด้านทิศตะวันออกจะมีความลาดชันมาก แนวสันเขาวางตัวไปในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ เชิงเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้มีความลาดชันน้อย มียอดเขาพระบาทเป็นภูเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,085 เมตร มีที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเพียงเล็กน้อย บนเขาพระบาทมีหินก้อนใหญ่ลักษณะกลมเกลี้ยงกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณรอยพระพุทธบาทมีหินก้อนใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้จากพื้นราบนอกเขตอุทยานแห่งชาติ เทือกเขาสูงในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่สำคัญ เช่น คลองกระทิง คลองตะเคียน คลองทุ่งเพล คลองพลวง เป็นต้น ลำน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำจันทบุรี
ระบบนิเวศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎสามารถแบ่งออกได้หลักๆ 2 ประเภท คือ
ป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ ยางแดง กระบาก หย่อง มะก่อ บุนนาค ลูกดิ่ง สารภี เนียนดำ มะไฟ จิกดง มะซาง ดีหมี เลือดควาย สำรอง กระบกกรัง ฯลฯ ป่าดิบเขา จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตรขึ้นไป หรือจะพบเฉพาะบริเวณยอดเขา เช่น เขาพระบาทพลวง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ มะก่อ กระบกกรัง สารภี บุนนาค ทำมัง พิมเสนป่า พลอง คอเหี้ย ชันใบใหญ่ รง พลับ อบเชย...
Read more