HTML SitemapExplore

Wat Phra Phutthabat Pha Nam — Attraction in Lamphun Province

Name
Wat Phra Phutthabat Pha Nam
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Phra Phutthabat Pha Nam tourism.Wat Phra Phutthabat Pha Nam hotels.Wat Phra Phutthabat Pha Nam bed and breakfast. flights to Wat Phra Phutthabat Pha Nam.Wat Phra Phutthabat Pha Nam attractions.Wat Phra Phutthabat Pha Nam restaurants.Wat Phra Phutthabat Pha Nam local services.Wat Phra Phutthabat Pha Nam travel.Wat Phra Phutthabat Pha Nam travel guide.Wat Phra Phutthabat Pha Nam travel blog.Wat Phra Phutthabat Pha Nam pictures.Wat Phra Phutthabat Pha Nam photos.Wat Phra Phutthabat Pha Nam travel tips.Wat Phra Phutthabat Pha Nam maps.Wat Phra Phutthabat Pha Nam things to do.
Wat Phra Phutthabat Pha Nam things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Phra Phutthabat Pha Nam
ThailandLamphun ProvinceWat Phra Phutthabat Pha Nam

Basic Info

Wat Phra Phutthabat Pha Nam

RWPG+627, Pa Phai, Li District, Lamphun 51110, Thailand
4.7(379)
Open 24 hours
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Scenic
attractions: , restaurants: , local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Phone
+66 89 954 6889
Website
facebook.com

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Lamphun Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Lamphun Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Lamphun Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Phra Phutthabat Pha Nam

4.7
(379)
avatar
5.0
47w

อ่านประวัติครูบาเจ้าอภิชัยขาวปีแล้ว น่าเห็นใจท่าน โดนกลั่นแกล้ง โดนจับสึกถึง 3 ครั้ง จริงๆแล้วโทษยังไม่ถึงปาราชิกเลย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นพระอยู่ที่ใจจริงๆ นุ่งห่มขาวแต่ทำความดีไว้อย่างมากมาย หมุดตรงนี้เป็นที่สักการะรอยพระพุทธบาทนะครับ ขับขึ้นเขามานิดนึง มีพระนอนองค์สีขาวสวยงาม“พระนอนตาหวาน” ที่จำลองมาจากพม่า มีพระธาตุเจดีย์ทอง พระธาตุเจดีย์องค์สีขาว(พระธาตุเงิน) มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท และ รอยพระบาทพระอานนท์เถระมีเจดีย์สีทองครอบอยู่ ส่วนสรีระสังขารครูบาขาวปีไม่ได้อยู่หมุดนี้นะครับ อยู่วัดทางด้านล่างติดถนนเลย ด้านบนเขามีน้องหมาและนกยูง ผมเอาขนมน้องหมามาด้วยเลยให้น้อง น้องชอบใหญ่ ใครมาจะติดขนมน้องหมามาด้วยก็ได้นะครับ ส่วนนกยูงผมไม่รู้ว่าน้องกินอะไรเหมือนกันเลยไม่ได้ให้ แต่น้องเดินตามตลอดพยายามจะกระโดดจิกอาหารหมาแต่มันกินไม่ได้ ผมมาวันที่ 21/2/68 ส่วนตำนานของที่นี้ก็ประมาณนี้

ตำนานพระพุทธบาทผาหนามที่จารึกไว้บนใบลานได้เล่าว่า ครั้งพุทธกาลสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์อันพอที่พระองค์จะทรงโปรดได้ ทรงเล็งเห็นว่านาคราชตนหนึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนามมีอุปนิสัยดุร้าย ชอบจับคนและสัตว์เป็นอาหารอยู่เสมอ มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ผ่านมาที่หน้าถ้ำอันที่สถิตอยู่ของพญานาค พญานาคนั้นเห็นจึงเลื้อยพุ่งเข้าหาสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเพื่อหมายจะจับกิน สุนัขจิ้งจอกวิ่งหนีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ โดยมีนาคราชยักษ์ไล่ตามติดๆ พระองค์จึงเอื้อมพระหัตถ์แล้วทรงใช้พระดรรชนีจิ้มตรงแผ่นหิน ก็มีสายน้ำพุ่งขึ้นมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ให้สุนัขจิ้งจอกได้ดื่มกิน ณ สถานที่ปัจจุบันเรียกว่า ดอยตั้ง ฝ่ายนาคราชไล่ตามมาถึงเห็นสุนัขจิ้งจอกอยู่แทบพระบาทพระพุทธองค์ก็มิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับสู่ถ้ำด้วยความโกรธและอาฆาตแค้นในพระองค์ที่ทรงขัดขวางไม่ให้มันกินสุนัขจิ้งจอก หลังจากที่ทรงช่วยสุนัขตัวนั้นให้พ้นภัย พระองค์จึงเสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นพระองค์เสด็จมา จึงได้เนรมิตให้ดอยทั้งลูกกลายเป็นหนามแหลมพร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จหวังไม่ให้พระองค์ขึ้นบนดอยได้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าจะโปรดนาคราชตัวนี้ โดยเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหินจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้วมันก็หายไปด้วยอิทธิวิธี พระองค์เสด็จเข้าไปในถ้ำที่อยู่ของพญานาค สักครู่หนึ่งก็มีมานพรูปกายสวยงามเข้ามาหา พระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่า มานพคนนี้คือพญานาคจำแลงนั่นเอง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ดูกรนาคราช” เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เว้นจากเบียดเบียน เมื่อใจเราปราศจากกิเลส เหตุเศร้าหมอง ใจเราจึงผ่องแผ้ว ร่างกายเราจึงผ่องใส พญานาคได้ฟังพุทธดำรัสก็เกิดความเลื่อมใส ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอยทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นหินแล้วตรัสว่า “ดูกรนาคราช” ท่านจงรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เถิด เพราะต่อไปในอนาคตรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นที่แห่งมหาชนมาบูชาเป็นสังเวชนียสถาน เมื่อเขาทั้งหลายได้มาถึงน้อมรำลึกถึงเรา ย่อมเข้าถึงธรรม เหตุนั้นเขาทั้งหลายย่อมมีความสุขมีสุคติเป็นที่หวัง หลังจากโปรดพญานาคแล้ว พระองค์จึงเสด็จกลับ ฝ่ายพญานาคก็สมาทานเอาศีลตั้งมั่นอยู่ในธรรม เมื่อขาดจากการจับสัตว์กินเป็นอาหาร ร่างกายอยู่ไม่ได้จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีลและการได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นเทพเทวดามีวิมานอันเป็นทิพย์สถิตอยู่ ณ ผาหนาม รักษาพระพุทธบาทอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากนั้นรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ก็ได้ถูกค้นพบ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี ร่วมกับราษฎรหมู่บ้านผาหนาม ได้ช่วยกันสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามขึ้น และต่อมามีศรัทธาพุทธศาสนิกชนมานมัสการมิได้ขาด...

   Read more
avatar
5.0
6y

ランプーン県リー郡の106号線沿いにある寺院です。リー郡の106号線沿線には、クルーバー・シーウィチャイ(ครูบาศรีวิชัย、1878-1938)師のいたワット・バーンパーンをはじめ、「クルーバー」と呼ばれる高僧たちゆかりの寺院がたくさんあります。このワット・プラプッタバート・パーナームもその1つです。 ここは、シーウィチャイ師の高弟の1人であり、後継者的存在であったクルーバー・カーウピー・アピチャイ(ครูบาอภิชัย...

   Read more
avatar
5.0
1y

คณะงาน​บุญคุณ​อาคม​ ทัน​นิเทศ​ได้พาชาวคณะ​มากราบนมัสการ​เยี่ยมชมพระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี วัดพระพุทธบาท​ผาหนาม อันเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิก​ชนชาวเหนือ วัดสงบร่มรื่น เหมาะเป็นที่ก่อบุญกุศล​สงบจิตใจแก่ท่านผู้ที่มีใจใฝ่ในธรรม (พฤ. 22 ส.ค. 2567​)

วัดพระพุทธบาทผาหนาม แต่เดิมเคยเป็นวัดร้างมาก่อน พื้นที่เคยเป็นป่ารกร้างและมีแต่ซากปรักหักพัง จนเมื่อพระครูบาอภิชัยขาวปี (ศิษย์ของครูบาศรีวิชัย) ได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล ได้เข้ามาบูรณะวัดนี้ขึ้นมา[1] ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537[2]

วัดพระพุทธบาทผาหนาม แบ่งออกเป็นวัดทางด้านล่างและพระธาตุเจดีย์ทางด้านบน ด้านล่ามีรูปปั้นปูนขนาดใหญ่ของครูบาอภิชัยขาวปีในเครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวอยู่บริเวณเชิงดอยผาหนาม ยังมีเมรุมณฑปซึ่งมีสังขรารของพระครูบาอภิชัยขาวปี พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาสักการะสังขารของท่าน โดยเฉพาะในวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี จะมีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร ด้านบนดอยผาหนาม ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ 2 องค์ เดินขึ้นโดยมีบันไดนาคจำนวน 432 ขั้น ด้านบนยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในมณฑป มีบ่อน้ำทิพย์ พระนอนตาหวานที่จำลองมาจากพม่า พระธาตุเจดีย์ทอง-พระธาตุเจดีย์เงิน ซึ่งมีสะพานทางเดินเชื่อมถึงกัน เรียกว่า สะพานบุญจารึก มีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ได้แก่ พระเจ้าทันใจ พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธอรุณโรจน์ พระพุทธเมตตา...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
อ่านประวัติครูบาเจ้าอภิชัยขาวปีแล้ว น่าเห็นใจท่าน โดนกลั่นแกล้ง โดนจับสึกถึง 3 ครั้ง จริงๆแล้วโทษยังไม่ถึงปาราชิกเลย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นพระอยู่ที่ใจจริงๆ นุ่งห่มขาวแต่ทำความดีไว้อย่างมากมาย หมุดตรงนี้เป็นที่สักการะรอยพระพุทธบาทนะครับ ขับขึ้นเขามานิดนึง มีพระนอนองค์สีขาวสวยงาม“พระนอนตาหวาน” ที่จำลองมาจากพม่า มีพระธาตุเจดีย์ทอง พระธาตุเจดีย์องค์สีขาว(พระธาตุเงิน) มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท และ รอยพระบาทพระอานนท์เถระมีเจดีย์สีทองครอบอยู่ ส่วนสรีระสังขารครูบาขาวปีไม่ได้อยู่หมุดนี้นะครับ อยู่วัดทางด้านล่างติดถนนเลย ด้านบนเขามีน้องหมาและนกยูง ผมเอาขนมน้องหมามาด้วยเลยให้น้อง น้องชอบใหญ่ ใครมาจะติดขนมน้องหมามาด้วยก็ได้นะครับ ส่วนนกยูงผมไม่รู้ว่าน้องกินอะไรเหมือนกันเลยไม่ได้ให้ แต่น้องเดินตามตลอดพยายามจะกระโดดจิกอาหารหมาแต่มันกินไม่ได้ ผมมาวันที่ 21/2/68 ส่วนตำนานของที่นี้ก็ประมาณนี้ ตำนานพระพุทธบาทผาหนามที่จารึกไว้บนใบลานได้เล่าว่า ครั้งพุทธกาลสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์อันพอที่พระองค์จะทรงโปรดได้ ทรงเล็งเห็นว่านาคราชตนหนึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนามมีอุปนิสัยดุร้าย ชอบจับคนและสัตว์เป็นอาหารอยู่เสมอ มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ผ่านมาที่หน้าถ้ำอันที่สถิตอยู่ของพญานาค พญานาคนั้นเห็นจึงเลื้อยพุ่งเข้าหาสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเพื่อหมายจะจับกิน สุนัขจิ้งจอกวิ่งหนีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ โดยมีนาคราชยักษ์ไล่ตามติดๆ พระองค์จึงเอื้อมพระหัตถ์แล้วทรงใช้พระดรรชนีจิ้มตรงแผ่นหิน ก็มีสายน้ำพุ่งขึ้นมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ให้สุนัขจิ้งจอกได้ดื่มกิน ณ สถานที่ปัจจุบันเรียกว่า ดอยตั้ง ฝ่ายนาคราชไล่ตามมาถึงเห็นสุนัขจิ้งจอกอยู่แทบพระบาทพระพุทธองค์ก็มิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับสู่ถ้ำด้วยความโกรธและอาฆาตแค้นในพระองค์ที่ทรงขัดขวางไม่ให้มันกินสุนัขจิ้งจอก หลังจากที่ทรงช่วยสุนัขตัวนั้นให้พ้นภัย พระองค์จึงเสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นพระองค์เสด็จมา จึงได้เนรมิตให้ดอยทั้งลูกกลายเป็นหนามแหลมพร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จหวังไม่ให้พระองค์ขึ้นบนดอยได้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าจะโปรดนาคราชตัวนี้ โดยเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหินจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้วมันก็หายไปด้วยอิทธิวิธี พระองค์เสด็จเข้าไปในถ้ำที่อยู่ของพญานาค สักครู่หนึ่งก็มีมานพรูปกายสวยงามเข้ามาหา พระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่า มานพคนนี้คือพญานาคจำแลงนั่นเอง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ดูกรนาคราช” เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เว้นจากเบียดเบียน เมื่อใจเราปราศจากกิเลส เหตุเศร้าหมอง ใจเราจึงผ่องแผ้ว ร่างกายเราจึงผ่องใส พญานาคได้ฟังพุทธดำรัสก็เกิดความเลื่อมใส ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอยทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นหินแล้วตรัสว่า “ดูกรนาคราช” ท่านจงรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เถิด เพราะต่อไปในอนาคตรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นที่แห่งมหาชนมาบูชาเป็นสังเวชนียสถาน เมื่อเขาทั้งหลายได้มาถึงน้อมรำลึกถึงเรา ย่อมเข้าถึงธรรม เหตุนั้นเขาทั้งหลายย่อมมีความสุขมีสุคติเป็นที่หวัง หลังจากโปรดพญานาคแล้ว พระองค์จึงเสด็จกลับ ฝ่ายพญานาคก็สมาทานเอาศีลตั้งมั่นอยู่ในธรรม เมื่อขาดจากการจับสัตว์กินเป็นอาหาร ร่างกายอยู่ไม่ได้จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีลและการได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นเทพเทวดามีวิมานอันเป็นทิพย์สถิตอยู่ ณ ผาหนาม รักษาพระพุทธบาทอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากนั้นรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ก็ได้ถูกค้นพบ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี ร่วมกับราษฎรหมู่บ้านผาหนาม ได้ช่วยกันสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามขึ้น และต่อมามีศรัทธาพุทธศาสนิกชนมานมัสการมิได้ขาด จนเกิดเป็นความเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามในปัจจุบัน
Your browser does not support the video tag.
pocky midipocky midi
มีเส้นทางให้เดินแบบบันไดและแบบทางเรียบนะคะ แต่เลือกแบบเดินขึ้นบันได อากาศกำลังดีเลยค่ะ เย็นสบายไม่มีแดดเพราะเป็นช่วงหน้าฝนแต่ทางอาจจะลื่นนิดหน่อยนะคะ
ธรรม บันดาลธรรม บันดาล
คณะงาน​บุญคุณ​อาคม​ ทัน​นิเทศ​ได้พาชาวคณะ​มากราบนมัสการ​เยี่ยมชมพระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี วัดพระพุทธบาท​ผาหนาม อันเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิก​ชนชาวเหนือ วัดสงบร่มรื่น เหมาะเป็นที่ก่อบุญกุศล​สงบจิตใจแก่ท่านผู้ที่มีใจใฝ่ในธรรม (พฤ. 22 ส.ค. 2567​) วัดพระพุทธบาทผาหนาม แต่เดิมเคยเป็นวัดร้างมาก่อน พื้นที่เคยเป็นป่ารกร้างและมีแต่ซากปรักหักพัง จนเมื่อพระครูบาอภิชัยขาวปี (ศิษย์ของครูบาศรีวิชัย) ได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล ได้เข้ามาบูรณะวัดนี้ขึ้นมา[1] ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537[2] วัดพระพุทธบาทผาหนาม แบ่งออกเป็นวัดทางด้านล่างและพระธาตุเจดีย์ทางด้านบน ด้านล่ามีรูปปั้นปูนขนาดใหญ่ของครูบาอภิชัยขาวปีในเครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวอยู่บริเวณเชิงดอยผาหนาม ยังมีเมรุมณฑปซึ่งมีสังขรารของพระครูบาอภิชัยขาวปี พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาสักการะสังขารของท่าน โดยเฉพาะในวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี จะมีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร ด้านบนดอยผาหนาม ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ 2 องค์ เดินขึ้นโดยมีบันไดนาคจำนวน 432 ขั้น ด้านบนยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในมณฑป มีบ่อน้ำทิพย์ พระนอนตาหวานที่จำลองมาจากพม่า พระธาตุเจดีย์ทอง-พระธาตุเจดีย์เงิน ซึ่งมีสะพานทางเดินเชื่อมถึงกัน เรียกว่า สะพานบุญจารึก มีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ได้แก่ พระเจ้าทันใจ พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธอรุณโรจน์ พระพุทธเมตตา เป็นต้น ขอขอบคุณ​ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Lamphun Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

อ่านประวัติครูบาเจ้าอภิชัยขาวปีแล้ว น่าเห็นใจท่าน โดนกลั่นแกล้ง โดนจับสึกถึง 3 ครั้ง จริงๆแล้วโทษยังไม่ถึงปาราชิกเลย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นพระอยู่ที่ใจจริงๆ นุ่งห่มขาวแต่ทำความดีไว้อย่างมากมาย หมุดตรงนี้เป็นที่สักการะรอยพระพุทธบาทนะครับ ขับขึ้นเขามานิดนึง มีพระนอนองค์สีขาวสวยงาม“พระนอนตาหวาน” ที่จำลองมาจากพม่า มีพระธาตุเจดีย์ทอง พระธาตุเจดีย์องค์สีขาว(พระธาตุเงิน) มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท และ รอยพระบาทพระอานนท์เถระมีเจดีย์สีทองครอบอยู่ ส่วนสรีระสังขารครูบาขาวปีไม่ได้อยู่หมุดนี้นะครับ อยู่วัดทางด้านล่างติดถนนเลย ด้านบนเขามีน้องหมาและนกยูง ผมเอาขนมน้องหมามาด้วยเลยให้น้อง น้องชอบใหญ่ ใครมาจะติดขนมน้องหมามาด้วยก็ได้นะครับ ส่วนนกยูงผมไม่รู้ว่าน้องกินอะไรเหมือนกันเลยไม่ได้ให้ แต่น้องเดินตามตลอดพยายามจะกระโดดจิกอาหารหมาแต่มันกินไม่ได้ ผมมาวันที่ 21/2/68 ส่วนตำนานของที่นี้ก็ประมาณนี้ ตำนานพระพุทธบาทผาหนามที่จารึกไว้บนใบลานได้เล่าว่า ครั้งพุทธกาลสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์อันพอที่พระองค์จะทรงโปรดได้ ทรงเล็งเห็นว่านาคราชตนหนึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนามมีอุปนิสัยดุร้าย ชอบจับคนและสัตว์เป็นอาหารอยู่เสมอ มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ผ่านมาที่หน้าถ้ำอันที่สถิตอยู่ของพญานาค พญานาคนั้นเห็นจึงเลื้อยพุ่งเข้าหาสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเพื่อหมายจะจับกิน สุนัขจิ้งจอกวิ่งหนีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ โดยมีนาคราชยักษ์ไล่ตามติดๆ พระองค์จึงเอื้อมพระหัตถ์แล้วทรงใช้พระดรรชนีจิ้มตรงแผ่นหิน ก็มีสายน้ำพุ่งขึ้นมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ให้สุนัขจิ้งจอกได้ดื่มกิน ณ สถานที่ปัจจุบันเรียกว่า ดอยตั้ง ฝ่ายนาคราชไล่ตามมาถึงเห็นสุนัขจิ้งจอกอยู่แทบพระบาทพระพุทธองค์ก็มิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับสู่ถ้ำด้วยความโกรธและอาฆาตแค้นในพระองค์ที่ทรงขัดขวางไม่ให้มันกินสุนัขจิ้งจอก หลังจากที่ทรงช่วยสุนัขตัวนั้นให้พ้นภัย พระองค์จึงเสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นพระองค์เสด็จมา จึงได้เนรมิตให้ดอยทั้งลูกกลายเป็นหนามแหลมพร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จหวังไม่ให้พระองค์ขึ้นบนดอยได้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าจะโปรดนาคราชตัวนี้ โดยเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหินจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้วมันก็หายไปด้วยอิทธิวิธี พระองค์เสด็จเข้าไปในถ้ำที่อยู่ของพญานาค สักครู่หนึ่งก็มีมานพรูปกายสวยงามเข้ามาหา พระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่า มานพคนนี้คือพญานาคจำแลงนั่นเอง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ดูกรนาคราช” เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เว้นจากเบียดเบียน เมื่อใจเราปราศจากกิเลส เหตุเศร้าหมอง ใจเราจึงผ่องแผ้ว ร่างกายเราจึงผ่องใส พญานาคได้ฟังพุทธดำรัสก็เกิดความเลื่อมใส ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอยทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นหินแล้วตรัสว่า “ดูกรนาคราช” ท่านจงรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เถิด เพราะต่อไปในอนาคตรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นที่แห่งมหาชนมาบูชาเป็นสังเวชนียสถาน เมื่อเขาทั้งหลายได้มาถึงน้อมรำลึกถึงเรา ย่อมเข้าถึงธรรม เหตุนั้นเขาทั้งหลายย่อมมีความสุขมีสุคติเป็นที่หวัง หลังจากโปรดพญานาคแล้ว พระองค์จึงเสด็จกลับ ฝ่ายพญานาคก็สมาทานเอาศีลตั้งมั่นอยู่ในธรรม เมื่อขาดจากการจับสัตว์กินเป็นอาหาร ร่างกายอยู่ไม่ได้จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีลและการได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นเทพเทวดามีวิมานอันเป็นทิพย์สถิตอยู่ ณ ผาหนาม รักษาพระพุทธบาทอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากนั้นรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ก็ได้ถูกค้นพบ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี ร่วมกับราษฎรหมู่บ้านผาหนาม ได้ช่วยกันสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามขึ้น และต่อมามีศรัทธาพุทธศาสนิกชนมานมัสการมิได้ขาด จนเกิดเป็นความเจริญรุ่งเรืองกลายเป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามในปัจจุบัน
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Lamphun Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
มีเส้นทางให้เดินแบบบันไดและแบบทางเรียบนะคะ แต่เลือกแบบเดินขึ้นบันได อากาศกำลังดีเลยค่ะ เย็นสบายไม่มีแดดเพราะเป็นช่วงหน้าฝนแต่ทางอาจจะลื่นนิดหน่อยนะคะ
pocky midi

pocky midi

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Lamphun Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

คณะงาน​บุญคุณ​อาคม​ ทัน​นิเทศ​ได้พาชาวคณะ​มากราบนมัสการ​เยี่ยมชมพระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี วัดพระพุทธบาท​ผาหนาม อันเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิก​ชนชาวเหนือ วัดสงบร่มรื่น เหมาะเป็นที่ก่อบุญกุศล​สงบจิตใจแก่ท่านผู้ที่มีใจใฝ่ในธรรม (พฤ. 22 ส.ค. 2567​) วัดพระพุทธบาทผาหนาม แต่เดิมเคยเป็นวัดร้างมาก่อน พื้นที่เคยเป็นป่ารกร้างและมีแต่ซากปรักหักพัง จนเมื่อพระครูบาอภิชัยขาวปี (ศิษย์ของครูบาศรีวิชัย) ได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล ได้เข้ามาบูรณะวัดนี้ขึ้นมา[1] ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537[2] วัดพระพุทธบาทผาหนาม แบ่งออกเป็นวัดทางด้านล่างและพระธาตุเจดีย์ทางด้านบน ด้านล่ามีรูปปั้นปูนขนาดใหญ่ของครูบาอภิชัยขาวปีในเครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวอยู่บริเวณเชิงดอยผาหนาม ยังมีเมรุมณฑปซึ่งมีสังขรารของพระครูบาอภิชัยขาวปี พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาสักการะสังขารของท่าน โดยเฉพาะในวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี จะมีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร ด้านบนดอยผาหนาม ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ 2 องค์ เดินขึ้นโดยมีบันไดนาคจำนวน 432 ขั้น ด้านบนยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในมณฑป มีบ่อน้ำทิพย์ พระนอนตาหวานที่จำลองมาจากพม่า พระธาตุเจดีย์ทอง-พระธาตุเจดีย์เงิน ซึ่งมีสะพานทางเดินเชื่อมถึงกัน เรียกว่า สะพานบุญจารึก มีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ได้แก่ พระเจ้าทันใจ พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธอรุณโรจน์ พระพุทธเมตตา เป็นต้น ขอขอบคุณ​ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
ธรรม บันดาล

ธรรม บันดาล

See more posts
See more posts