อ่านประวัติครูบาเจ้าอภิชัยขาวปีแล้ว น่าเห็นใจท่าน โดนกลั่นแกล้ง โดนจับสึกถึง 3 ครั้ง จริงๆแล้วโทษยังไม่ถึงปาราชิกเลย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ความเป็นพระอยู่ที่ใจจริงๆ นุ่งห่มขาวแต่ทำความดีไว้อย่างมากมาย หมุดตรงนี้เป็นที่สักการะรอยพระพุทธบาทนะครับ ขับขึ้นเขามานิดนึง มีพระนอนองค์สีขาวสวยงาม“พระนอนตาหวาน” ที่จำลองมาจากพม่า มีพระธาตุเจดีย์ทอง พระธาตุเจดีย์องค์สีขาว(พระธาตุเงิน) มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท และ รอยพระบาทพระอานนท์เถระมีเจดีย์สีทองครอบอยู่ ส่วนสรีระสังขารครูบาขาวปีไม่ได้อยู่หมุดนี้นะครับ อยู่วัดทางด้านล่างติดถนนเลย ด้านบนเขามีน้องหมาและนกยูง ผมเอาขนมน้องหมามาด้วยเลยให้น้อง น้องชอบใหญ่ ใครมาจะติดขนมน้องหมามาด้วยก็ได้นะครับ ส่วนนกยูงผมไม่รู้ว่าน้องกินอะไรเหมือนกันเลยไม่ได้ให้ แต่น้องเดินตามตลอดพยายามจะกระโดดจิกอาหารหมาแต่มันกินไม่ได้ ผมมาวันที่ 21/2/68 ส่วนตำนานของที่นี้ก็ประมาณนี้
ตำนานพระพุทธบาทผาหนามที่จารึกไว้บนใบลานได้เล่าว่า ครั้งพุทธกาลสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์อันพอที่พระองค์จะทรงโปรดได้ ทรงเล็งเห็นว่านาคราชตนหนึ่งอยู่ในถ้ำดอยผาหนามมีอุปนิสัยดุร้าย ชอบจับคนและสัตว์เป็นอาหารอยู่เสมอ มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้ผ่านมาที่หน้าถ้ำอันที่สถิตอยู่ของพญานาค พญานาคนั้นเห็นจึงเลื้อยพุ่งเข้าหาสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเพื่อหมายจะจับกิน สุนัขจิ้งจอกวิ่งหนีไปทางที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ โดยมีนาคราชยักษ์ไล่ตามติดๆ พระองค์จึงเอื้อมพระหัตถ์แล้วทรงใช้พระดรรชนีจิ้มตรงแผ่นหิน ก็มีสายน้ำพุ่งขึ้นมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ให้สุนัขจิ้งจอกได้ดื่มกิน ณ สถานที่ปัจจุบันเรียกว่า ดอยตั้ง ฝ่ายนาคราชไล่ตามมาถึงเห็นสุนัขจิ้งจอกอยู่แทบพระบาทพระพุทธองค์ก็มิอาจเข้าใกล้ได้ด้วยอำนาจพุทธฤทธิ์ จึงหันกลับสู่ถ้ำด้วยความโกรธและอาฆาตแค้นในพระองค์ที่ทรงขัดขวางไม่ให้มันกินสุนัขจิ้งจอก หลังจากที่ทรงช่วยสุนัขตัวนั้นให้พ้นภัย พระองค์จึงเสด็จมาที่ดอยผาหนาม พญานาคเห็นพระองค์เสด็จมา จึงได้เนรมิตให้ดอยทั้งลูกกลายเป็นหนามแหลมพร้อมทั้งแผ่พังพานกั้นทางเสด็จหวังไม่ให้พระองค์ขึ้นบนดอยได้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าจะโปรดนาคราชตัวนี้ โดยเหยียบพระบาทลงบนพังพานกดเศียรพญานาคลงกับพื้นหินจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้แล้วมันก็หายไปด้วยอิทธิวิธี พระองค์เสด็จเข้าไปในถ้ำที่อยู่ของพญานาค สักครู่หนึ่งก็มีมานพรูปกายสวยงามเข้ามาหา พระองค์ทรงทราบด้วยพระญาณว่า มานพคนนี้คือพญานาคจำแลงนั่นเอง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ดูกรนาคราช” เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เว้นจากเบียดเบียน เมื่อใจเราปราศจากกิเลส เหตุเศร้าหมอง ใจเราจึงผ่องแผ้ว ร่างกายเราจึงผ่องใส พญานาคได้ฟังพุทธดำรัสก็เกิดความเลื่อมใส ดังนั้นพระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่หลังดอยทรงอธิษฐานเหยียบประทับรอยพระบาทไว้บนแผ่นหินแล้วตรัสว่า “ดูกรนาคราช” ท่านจงรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้เถิด เพราะต่อไปในอนาคตรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นที่แห่งมหาชนมาบูชาเป็นสังเวชนียสถาน เมื่อเขาทั้งหลายได้มาถึงน้อมรำลึกถึงเรา ย่อมเข้าถึงธรรม เหตุนั้นเขาทั้งหลายย่อมมีความสุขมีสุคติเป็นที่หวัง หลังจากโปรดพญานาคแล้ว พระองค์จึงเสด็จกลับ ฝ่ายพญานาคก็สมาทานเอาศีลตั้งมั่นอยู่ในธรรม เมื่อขาดจากการจับสัตว์กินเป็นอาหาร ร่างกายอยู่ไม่ได้จึงถึงแก่ความตาย ด้วยอานิสงส์แห่งศีลและการได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดเป็นเทพเทวดามีวิมานอันเป็นทิพย์สถิตอยู่ ณ ผาหนาม รักษาพระพุทธบาทอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากนั้นรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ก็ได้ถูกค้นพบ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๗ พระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี ร่วมกับราษฎรหมู่บ้านผาหนาม ได้ช่วยกันสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เป็นวัดพระพุทธบาทผาหนามขึ้น และต่อมามีศรัทธาพุทธศาสนิกชนมานมัสการมิได้ขาด...
Read moreランプーン県リー郡の106号線沿いにある寺院です。リー郡の106号線沿線には、クルーバー・シーウィチャイ(ครูบาศรีวิชัย、1878-1938)師のいたワット・バーンパーンをはじめ、「クルーバー」と呼ばれる高僧たちゆかりの寺院がたくさんあります。このワット・プラプッタバート・パーナームもその1つです。 ここは、シーウィチャイ師の高弟の1人であり、後継者的存在であったクルーバー・カーウピー・アピチャイ(ครูบาอภิชัย...
Read moreคณะงานบุญคุณอาคม ทันนิเทศได้พาชาวคณะมากราบนมัสการเยี่ยมชมพระครูบาเจ้าอภิชัยขาวปี วัดพระพุทธบาทผาหนาม อันเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนชาวเหนือ วัดสงบร่มรื่น เหมาะเป็นที่ก่อบุญกุศลสงบจิตใจแก่ท่านผู้ที่มีใจใฝ่ในธรรม (พฤ. 22 ส.ค. 2567)
วัดพระพุทธบาทผาหนาม แต่เดิมเคยเป็นวัดร้างมาก่อน พื้นที่เคยเป็นป่ารกร้างและมีแต่ซากปรักหักพัง จนเมื่อพระครูบาอภิชัยขาวปี (ศิษย์ของครูบาศรีวิชัย) ได้ร่วมกับชาวบ้านผาหนามที่อพยพหนีน้ำท่วมจากเขื่อนภูมิพล ได้เข้ามาบูรณะวัดนี้ขึ้นมา[1] ข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2478 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537[2]
วัดพระพุทธบาทผาหนาม แบ่งออกเป็นวัดทางด้านล่างและพระธาตุเจดีย์ทางด้านบน ด้านล่ามีรูปปั้นปูนขนาดใหญ่ของครูบาอภิชัยขาวปีในเครื่องนุ่งห่มแบบชีปะขาวอยู่บริเวณเชิงดอยผาหนาม ยังมีเมรุมณฑปซึ่งมีสังขรารของพระครูบาอภิชัยขาวปี พุทธศาสนิกชนจะเดินทางมาสักการะสังขารของท่าน โดยเฉพาะในวันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี จะมีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร ด้านบนดอยผาหนาม ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ 2 องค์ เดินขึ้นโดยมีบันไดนาคจำนวน 432 ขั้น ด้านบนยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ในมณฑป มีบ่อน้ำทิพย์ พระนอนตาหวานที่จำลองมาจากพม่า พระธาตุเจดีย์ทอง-พระธาตุเจดีย์เงิน ซึ่งมีสะพานทางเดินเชื่อมถึงกัน เรียกว่า สะพานบุญจารึก มีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ได้แก่ พระเจ้าทันใจ พระธรรมราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธอรุณโรจน์ พระพุทธเมตตา...
Read more