Muang Boran Dong Lakhon is located at Baan Dong Lakhon , Tambon Dong Lakhon , Amphoe Muang , Chang Wat Nakhon Nayok, 12 kilometers on the south area of Nakhon Nayok city . Totally area of this ancient remains is 3,000 rais ( 1 acre =2.53 rais), formerly called “ Muang Laplae” ( Muang means city, Laplae means lost city), this ancient remains dating back to the 13-18th century B.E.during Dvaravati period , Dong Lakhon ( Dong means forest, Lakhon means play or a kind of state performance), some sources interpret that “ the city among forest “, city named after since then,the tale from villagers ‘ referenced that some villagers heard the stage performance song from this area.In A.D. 1988 ( B.E. 2531, the Fine Art Department work on their excavation job here and found the important ancient remains as followed: 1. Buddha Images and Dvaravati period of bake clay plate 2. decorations such as bronze and various colors stoneware rings, bangles, earrings, 2,000 seeds of carnelian and agates , carved stone with the pictures of crabs and elephants, hammers and pestles .Inside this ancient remains zoned as the first route, the oval-shaped moat is adjacent to outer city wall 4 sections 2.1 kilometers of length, entrance in each section totally 4 directions , the distance between outer and inner city doors are 250 meters , built in rectangle-shaped with 1.7 meters of width and 4 meters of length, 2 big layers cylinder laterite stupas centering, ( 500 meters of bike lanes for visitors ‘ view the moats and city walls that only mound remains), the second route, the inner mound of city walls shown with the 10 meters of height, 1.7 kilometers of length, 4 sections in total, market place was on the west area outside of city. Artificial rectangle- shaped ponds ( totally 4 directions near each entrance but only the north side remains),18 meters of width 30 meters of length and 5 meters of depth, rim of pond where cube of laterite were decorated ( easy access to the water in the pond and believed that the other ancient remains used laterite at this place to construct ),this artificial pond dug excess in depth from the underground water level so as to refill the water in the pond from both sources ( rain and underground water). No admission fee and...
Read moreแต่เดิมชาวบ้านเรียกเมืองนี้ว่าเมืองลับแล ส่วนชื่อเมืองว่าดงละครนั้นไม่ทราบที่มาแน่ ชัด บางแห่งกล่าวว่า เวลากลางคืน ได้ยิน เสียงดนตรีวงมโหรีแว่วมาจากในเมืองกลาง ป่า คล้ายกับมีการเล่นละครในวัง จึงเรียกว่า ดงละคร หมายถึงมาเล่นละครในดง ส่วนอีก แห่งก็กล่าวว่า เดิมเมืองนี้น่าจะเรียกว่า ดง นคร หมายถึงนครที่อยู่ในดง แต่นานเข้าจึง เรียกเพี้ยนกลายเป็น ดงละคร แต่อย่างไรก็ ตาม ไม่มีข้อสรุปท ี่ชัดเจนเกี่ยวกับที่มาของชื่อเมืองดงละครนี้ในปัจจุบันซึ่งเป็นตําบลในเขตการปกครองของ อําเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
บ้านดงละครเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปีสามารถสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยปลาย กรุงศรีอยุธยาระหว่างการสงครามไทย- พม่า พ.ศ. ๒๓๑๐ ภายหลังสงครามเสียกรุงฯ ผู้คนบางส่วนได้อพยพ เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณดงละคร เพราะมีสภาพเป็นป่าและหนองน้ําทั่วไป เมื่อราว ๕๐ - ๖๐ ปีก่อน ยังเป็น ที่อยู่อาศัยของช้างป่าจํานวนมากและมักจะเข้ามากินข้าวในนาเสมอ ต่อมาชาวบ้านเข้ามาอยู่มากขึ้นช้างป่าก็ หนีขึ้นไปอยู่ในเขตเขาใหญ่ ชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนี้โดยมากมีอาชีพทําการเกษตร ซึ่งระหว่างทํา การเกษตรมีการขุดดิน ชาวบ้านก็ได้ขุดพบของโบราณเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2515ได้มีการขุดแต่งเมือง โบราณดงละครอย่างเป็นทางการโดยนักวิชาการ โดยนายพิสิฐ เจริญวงศ์ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ศิลปากรในขณะนั้นได้ดําเนินการขุดแต่งและอนุรักษ์เมืองนี้มาเป็นลําดับ กระทั่งในปีพ.ศ. 2531 จึงมีการ ขุดค้น อีกครั้งและทําผังเมืองโบราณแห่งนี้ขึ้น ตามพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี นับแต่นั้นมาเมืองโบราณดงละครจึงเป็นที่สนใจมากขึ้น มีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มขึ้น สามารถ เชื่อมโยงถึงการตั้งหลักแหล่งของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในแถบ ริมคลอง บ้านนา จังหวัดนครนายก และได้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงการอยู่อาศัยของผู้คนในยุคพุทธศตวรรษที่ 13-15 เช่น พระ พิมพ์เนื้อเงิน ศิลปะแบบทวาราวดีเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบสีน้ําตาล เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถังและ ซ้อง รวมทั้งลูกปัดแก้วหลายสีลูกปัดแบบลูกตา ลูกปัดสลับสี ลูกปัดหินคาร์เนเลียนและอะเกต
เมืองโบราณดงละคร ตั้งอยู่ที่ตําบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร แต่ เดิมเรียกกันว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศ ตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกําแพง ๒ ชั้น ชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง” และมีคูน้ําล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วน ประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วง แรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดีช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ เป็น วัฒนธรรมขอม และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๑๙ ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐาน ตามลําน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสําคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่ จังหวัดปราจีนบุรีเพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง ๕๕ กิโลเมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๘...
Read moreมาเที่ยวเมืองโบราณยุคทวารวดี ใครชอบประวัติศาสตร์มาเที่ยวชมกันได้นะครับ ไปมาวันที่ 10/11/67 ส่วนประวัติตามนี้ครับ
เมืองโบราณดงละคร เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม อยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวเมือง ๙ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๖ เลี้ยวขวาเข้าไป ๖ กิโลเมตร ผ่านวัดเจดีย์ทอง แล้วเลี้ยวทางไปวัดดงละคร เดิมเรียกว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวาราวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีพื้นที่ ๖ ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกำแพง ๒ ชั้นเรียกว่า “สันคูเมือง” และมีคูน้ำล้อมรอบภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนตั้งบ้านเรือนเรียงรายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมืองความรุ่งเรืองแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ เป็นวัฒนธรรมแบบทวาราวดี ช่วงที่สองพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ เป็นวัฒนธรรมขอมและวัฒนธรรมก่อนอยุธยาพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง๕๕ กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบ ได้แก่เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูแหวนและกำไลสัมฤทธิ์แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง และสถูปศิลาแลง
ตามตำนานกล่าวว่า “เมืองโบราณดงละคร” เคยเป็นเมืองของราชินีขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานและบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปหากคนนอกเข้าไปแล้วจะหาทางออกไม่ได้ ในวันโกนและวันพระจะได้ยินเสียงกระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์มโหรีขับกล่อมคล้ายกับมีการเล่นละครในวังจึงเรียกกันว่า “ดงละคร”หรือคำว่า “ดงละคร”อาจเพี้ยนมาจาก“ดงนคร” ก็ได้...
Read more