มาทำบุญที่ วัดตูม จ.พระนครศรีอยุธยา วัดนี้ดูสงบ สะอาด ที่สำคัญเป็นที่พึ่งทางใจสำหรับคนที่เจ็บป่วย เพราะมีชื่อเสียงในเรื่องน้ำมนต์จากองค์พระหลวงพ่อทองสุข
วัดตูม พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างตั้งแต่เมื่อไร ทราบกันแต่เพียงว่าเป็นวัดโบราณมาตั้งแต่ครั้งเมืองอโยธยา ก่อนที่จะตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
วัดนี้เคยเป็นวัดร้างมาก่อน ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงได้มีผู้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกและเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จําพรรษาจนทุกวันนี้
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จฯ ไปทรงบําเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดตูม หลายครั้ง
วัดตูม นับเป็นวัดที่สําคัญวัดหนึ่ง กรมศิลปากรจึงประกาศเป็นโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๘
มีสิ่งที่สําคัญในวัดเฉพาะที่เป็นปูชนียวัตถุ คือ พระอุโบสถใหญ่ มีทางเข้าออกหน้า-หลัง หน้าบันเป็นเทพนม พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย จํานวน ๓ องค์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย ที่เรียกกันว่า “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์”
พระพุทธรูปองค์นี้สร้างแต่สมัยใดไม่มีตํานานปรากฏ เดิมเคยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถแถวหน้าพระประธาน สันนิษฐานคงจะมีมาแต่ดั้งเดิม สมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย วัดนี้ได้รอดพ้นจากการทําลายล้างผลาญของข้าศึกอย่างน่าอัศจรรย์ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามองค์หนึ่งมาก องค์พระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิราชาอธิวาส สวมมงกุฎ มีกุณฑลทับทรวง สังวาลพาหุรัด ประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ พระพุทธรูปองค์นี้มีความพิเศษกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นใดในประเทศไทย คือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฏเปิดออกได้ และ พระเกศมาลาถอดได้ เมื่อปิดไว้ตามเดิมแล้วจะแนบสนิทเกือบเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน ไม่ปรากฏร่องรอยเลย ภายในพระเศียรเป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีนํ้าไหลซึมออกมาตลอดเวลา เหมือนหยาดเหงื่อ เป็นนํ้าใสเย็น บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้ โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่ขาดแห้ง ปรากฏเป็นอัศจรรย์อยู่เช่นนี้ตลอดมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แม้จะตักออกมาแล้วใช้สําลีชุบหรือเช็ดให้แห้งหายไปสักกี่ครั้งก็ตาม นํ้านั้นก็กลับมีขึ้นมาอีก ชาวบ้านเชื่อกันว่านํ้าในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็นนํ้าศักดิ์สิทธิ์ เกิดขึ้นด้วยอํานาจอภินิหารและบารมี สามารถบําบัดและรักษาสรรพโรคภัยไข้เจ็บ และบรรเทาทุกข์ร้อน ให้ความสุขความร่มเย็นได้ ต่างพากันเคารพนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และประกอบด้วยอภินิหาร ทําให้พระพุทธรูปองค์นี้มีกิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วเมืองไทย จึงมีสาธุชนพากันเดินทางมานมัสการขอพึ่งบารมีท่าน ทั้งขอพร ขอนํ้ามนต์ และโชคลาภกันมิได้ขาด อนึ่ง น้ำในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยใช้ในพิธีชุบพระแสงและเครื่องศัตราวุธในการออกรบ โดยนำมารวมกับน้ำในบ่อพระพุทธมนต์ วัดพระพายหลวง บ่อพระร่วง...
Read moreวัดตูม ตั้งอยู่ริมถนนสายประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เป็นที่สำหรับลงเครื่องพิชัยสงคราม วัดตูมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาและได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินหลายครั้ง โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีการทำพิธีลงยันต์และอักขระลงในธงพระครุฑผ่าห์เพื่อพระราชทานเป็นธงไชยเฉลิมพลแก่ทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดตูม คือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์" เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องปางมารวิชัย โดยมีลักษณะพิเศา คือ บนพระเศียรขององค์พระสามารถเปิดออกและมีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยให้หายได้ และผู้มีขอพรมักจะประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะในด้านอาชีพหน้าที่การงาน
พระพุทธรูปซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฎ (หน้าผาก) เปิดออกได้และพระเกศมาลาถอดได้ ภายในพระเศียรเป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่แห้งขาดหาย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย นามเดิมของท่านคือ "หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์" เรียกกันเป็นสามัญว่า "หลวงพ่อสุข" หน้าตักกว้าง 87 เซนติเมตร สูง 1.50 เมตร สร้างสมัยใดไม่ปรากฏตำนาน เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาอธิวาสสวมมงกุฎ มีกุณฑลทับทรวง สังวาลพาหุรัดประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ...
Read moreรีวิว วัดตูม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา🕍🙏
🏯 ภาพรวมวัดตูม
วัดตูม เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและเกี่ยวข้องกับความรุ่งเรืองในอดีตของกรุงศรีอยุธยา วัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงศิลปกรรมและวิถีชุมชนดั้งเดิมที่ยังคงสืบต่อกันมา จุดเด่นของวัดคือความสงบ ร่มรื่น และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านยังคงใช้ทำบุญและประกอบกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
🕍 สิ่งที่น่าสนใจในวัดตูม • พระอุโบสถและพระวิหาร สถาปัตยกรรมเรียบง่าย แต่ทรงคุณค่า มีการบูรณะอยู่เสมอเพื่อรักษาความเป็นเอกลักษณ์ • พระประธานในอุโบสถ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน สะท้อนพลังศรัทธาที่มั่นคง • บรรยากาศรอบวัด เงียบสงบ มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การนั่งสมาธิหรือพักผ่อนจิตใจ • วิถีชุมชน วัดตูมยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวบ้านในพื้นที่ เช่น งานบุญ งานประเพณี ทำให้วัดยังมีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน
✨ จุดเด่นของวัดตูม • เป็นวัดที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นวัดเก่าแก่ในอยุธยา • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบ เรียบง่าย และแท้จริงของวัดชุมชน • ได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ ศาสนา และวิถีชีวิตท้องถิ่นในคราวเดียว
📝 ข้อแนะนำสำหรับผู้มาเยือน • ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ • แนะนำให้มาในช่วงเช้า จะได้สัมผัสความสงบและความเย็นสบายจากธรรมชาติ • หากสนใจ สามารถร่วมทำบุญเพื่อสนับสนุนการบูรณะวัดและกิจกรรมของชุมชนได้
🌟 สรุป
วัดตูม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สะท้อนทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชนอย่างแท้จริง แม้จะไม่ใช่วัดที่ใหญ่หรือโด่งดังมาก แต่มีคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม เหมาะแก่การแวะมาเยี่ยมชม ทำบุญ...
Read more