วัดสะแล่ง หรือ วัดป่าสุคันธธรรมาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นวัดเก่าแก่สมัยเดียวกับวัดพระธาตุศรีดอนคำ และเป็นที่บรรจุพระธาตุพระอุระพระพุทธเจ้า พระอุโบสถเป็นทรงล้านนาประยุกต์ ประวัติความเป็นมาของวัดมีว่า วัดนี้สร้างในสมัยพระนางจามเทวี เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีโบราณวัตถุเป็นพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรทวารวดี จนถึงอยุธยาตอนปลาย
มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่ดอยสะแล่งแก้วดอนมูล หรือดอยสะแล่งหลวง เจ้าเมืองและชาวบ้าน ต่างพากันไปถวายบิณฑบาตแก่พระพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวก เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยพระกระยาหารแล้ว ชายาเจ้าเมืองได้ถวายดอกสะแล่งดอกไม้ป่าชนิดหนึ่ง มีดอกสีขาวนวลเป็นพุทธบูชา พระพุทธเจ้าทรงรับและอนุโมทนา แล้วทรงมีพุทธฎีกาพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุของพระองค์ และสถานที่แห่งนี้จะมีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป จากการที่ชายาเจ้าเมืองถวายดอกสะแล่งเป็นพุทธบูชา และดอยแห่งนี้มีต้นสะแล่งอยู่ วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดสะแล่ง ประวัติความเป็นมา
เมื่อครั้งพระนางจามเทวีได้เสด็จมาครองเมืองหริภุญชัย ขบวนเสด็จได้ผ่านเมืองกุกกุฏไก่เอิก(อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น และบางส่วนของอำเภอเด่นชัยในปัจจุบัน) ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาได้มีการบูรณะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวัดมาหลายยุคสมัย จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2506 พระครูวิจิตรนวการโกศล (ครูบาสมจิต จิตฺตคุตโต) พร้อมด้วยพระครูสีลสังวราภิรัต (ครูบามิ่ง จิตฺตสํวโร) ขณะยังนั้นเป็นสามเณรมิ่ง เต็มใจ ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2527 ได้รับประกาศให้วัดสะแล่งพ้นจากวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์ วัดสะแล่งได้แบ่งเขตวัดเป็นเขตพุทธาวาสเก่าและเขตพุทธาวาสใหม่ ซึ่งมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันจึงได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์วัดสะแล่ง" ขึ้นมาทางด้านหลังของวัดมีเรือนรับรองอาคันตุกะ บ่อน้ำพุร้อน สถานที่อาบน้ำแร่ ลานกีฬา ไว้สำหรับบริการ ประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ทางเนินเขาด้านหลังวัด (ดอยโป่งมื่น) ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สวนสมุนไพร และเสนาสนะต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก...
Read moreจากประสบการณ์ของชาวอ.ลองคนหนึ่งของผม ตอนเป็นเด็ก มีเรื่องเล่าโจษขานกันไปทั่วว่า เย็นวันหนึ่งชายชาวบ้านผู้เลี้ยงวัวคนหนึ่งตามหาวัวหลายตัวที่ปล่อยหากินข้างป่าทึบรกร้างเต็มไปด้วยหนามที่เรียกว่าหนามแท่งซึ่งปรกติไม่มีใครอยากเข้าไปเพราะเล่าลือกันว่าเป็นป่าผีดุ คนเลี้ยงวัวจำใจเข้าไปตามหาวัวที่แกเข้าใจว่าพวกมันคงเตลิดหากินเข้าไปในป่านั้น จนแกไปเจอพระหนุ่มรูปหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนแต่เข้าใจว่าคงเป็นพระธุดงค์มา จึงถามพระว่าท่านนั่งตรงนี้เห็นฝูงวัวผ่านมาแถวนี้บ้างไหม พระหนุ่มชี้มือตอบว่าก็อยู่หลังโยมนั่นไง คนเลี้ยงวัวหันไปก็เห็นฝูงวัวของตนกำลังยืนอยู่แถวนั้น รู้สึกอัศจรรย์ใจเพราะตนเองก็เดินหาบริเวณนั่นมาแหม่บๆทำไมไม่เห็น ดังนั้นเมื่อต้อนวัวกลับบ้านแล้วก็ไปเล่าให้คนในหมู่บ้านฟังถึงความอัศจรรย์ใจดังกล่าว รุ่งขึ้นชาวบ้านหลายคนพากันเข้าป่าหนามแท่งแห่งนั้นเพื่อไปดูพระหนุ่มที่คนเลี้ยงวัวบอก ก็พบว่าท่านนั่งอยู่ที่นั่นจริงๆ จากนั้นเสียงลือเสียงเล่าก็ขจรขจายไปทั่วอำเภอ ผู้คนจากทั่วสารทิศทั้งใกล้ไกลต่างทะยอยหลั่งไหลกันเข้าไปกราบพระหนุ่มที่ทราบนามภายหลังว่า พระสมจิต จากนั้นป่าหนามแท่งแห่งนั้นก็เริ่มได้รับการพัฒนาจากแรงศรัทธาของสาธุชนมากมายจากหลายจังหวัดไม่เว้นแม้กระทั่งแรงศรัทธาจากชนชั้นเชื้อพระวงศ์ระดับสูง จนกลายเป็นวัดสะแล่งสถานธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลองโดยพระหนุ่มรูปนั้นซึ่งได้รับการเรียกขานด้วยความเคารพศรัทธาของสาธุชนในเวลาต่อมาว่า หลวงพ่อครูบาสมจิต และพระที่ติดตามอีกหนึ่งองค์นามว่าตุ๊เจ้ามิ่งหลวงปู่มิ่งนักปฏิบัติผู้สันโดษสมถะนั้น จนปรากฏแปรเปลี่ยนสภาพเป็นวัดสะแล่งสถานธรรมอันร่มเย็นในทุกวันนี้นั่นเอง เมื่อหลวงพ่อครูบาสมจิตท่านได้ละสังขารจากภพนี้ไป...
Read moreวัดสะแล่ง ตั้งอยู่ที่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ที่มีรวบรวมไว้จากหลายยุคในอดีต คำว่า "สะแล่ง" เป็นชื่อของดอกไม้ป่าชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น ดอกสีขาวนวล ลักษณะของดอกคล้ายดอกปีป หรือ กาสะลอง คือมีลักษณะปลายแหลมเหมือนหอกโบราณ โดยสาเหตุที่วัดสะแล่งใช้ชื่อดอกไม้เป็นชื่อวัดนั้นมี ตำนานเล่าว่า ในสมัยพุทธกาลเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอนสะแล่ง หรือ สะแล่งแก้วดอนมูล หรือ ดอนสะแล่งหลวง เจ้าเมืองและชาวบ้านต่างพากันมาถวายภัตตาหาร ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้า เสวยภัตตาหารเสร็จแล้ว นางคำฟุ่น และนางคำเฟย มเหสีเจ้าเมืองจึงได้นำเอาดอกสะแล่งถวายพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นพุทธบูชา การบูรณปฏิสังขรณ์วัด และก่อสร้าง ศาสนวัตถุนั้นหลังจากที่มีการสร้างพระธาตุขะอูบคำแล้วประมาณ พ.ศ. 1300-2020 ได้มีการสร้างอุโบสถ กุฏิ กำแพง บ่อน้ำ ซุ้มพระ และซุ้มสิงห์จามเทวี ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ภายในวัดได้แบ่งเขตเป็นเขตพุทธาวาสเก่าและเขตพุทธาวาสใหม่ ตัวพระอุโบสถ วิหาร มีลักษณะเป็นศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ บริเวณวัดมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันจึงได้จัดตั้งเป็น "พิพิธภัณฑ์วัดสะแล่ง" ขึ้นมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บโบราณวัตถุตั้งแต่สมัย ทวารวดีจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลายเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทคู่สลุงหลวง (ขันน้ำทำด้วยสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ)
Cr. thai.tourismthailand.org
เป็นวัดเก่าแก่สมัยเดียวกับวัดพระธาตุศรีดอนคำ และเป็นที่บรรจุพระธาตุพระอุระพระพุทธเจ้า พระอุโบสถเป็นทรงล้านนาประยุกต์ ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจมากมาย อาคารแต่ละหลังสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่บนเขา ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล อยู่ห่างจากวัดไปทางด้านหลัง พิกัด 18°06'03.9"N...
Read more