วัดโกรกกราก ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘๘ ถนนธรรมคุณากร ตำบลโกรกกราก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย สร้างเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๓๗๕ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน โดยมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ใส่แว่นตา เนื้อศิลาแลง สมัยสุโขทัย ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกท่านว่า “หลวงพ่อปู่” . สำหรับ “หลวงพ่อปู่” นั้น เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องสะเดา ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน โดยสิ่งก่อสร้าง ต่างๆ นั้น ได้หักพังไปหมดแล้ว ชาวรามัญบ้านกำพร้าจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปสององค์มาทางเรือ องค์หนึ่งเนื้อสำริด อีกองค์ หนึ่งเนื้อศิลาแลง ล่องมาตามแม่น้ำท่าจีน พอเรือใกล้ถึงหน้าวัดโกรกกราก ได้เกิดลมพายุฝนตกหนักจนล่องเรือต่อไปไม่ได้ จึงนำเรือ มาจอดหลบริมคลองข้างวัด แล้วก็ช่วยกันยกพระศิลาแลงขึ้นมาบนฝั่ง เพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝนกัดเซาะ เมื่อลมฝนสงบแล้ว จึงยก พระศิลาแลงลงเรือเพื่อจะเดินทางต่อไป แต่ปรากฏว่ายกอย่างไรก็ไม่ขึ้น ชาวรามัญคนหนึ่งจึงได้อธิษฐานว่า ถ้าพระศิลาแลง จะอยู่วัดโกรกกราก ก็ขออัญเชิญไปประดิษฐานยังอุโบสถ ปรากฏว่ายกขึ้น นับแต่นั้นมา ทางวัดจึงมีพระศิลาแลงเป็นพระประธาน ในอุโบสถจนถึงปัจจุบันนี้ . ส่วนสาเหตุที่ใส่แว่นดำนั้น เนื่องจากครั้งหนึ่งได้เกิดโรคตาแดงระบาดไปทั่วบ้านโกรกกราก การแพทย์ยังไม่เจริญ ชาวบ้าน จึงรักษากันตามมีตามเกิด แต่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระศิลาแลง จึงได้พากันมาบนบานว่า ถ้า ตาหายเจ็บหายแดง จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององค์พระศิลาแลง ปรากฏว่าหายจากโรคตาแดงกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึง ได้นำแผ่นทองมาปิดที่ตาขององค์พระศิลาแลงเต็มไปหมด . ต่อมา ในสมัยที่ พระครูธรรมสาคร หรือ หลวงปู่กรับ เป็นเจ้าอาวาส ได้หาอุบายเพื่อที่จะไม่ให้ญาติโยมปิดทองที่ดวงตา องค์พระศิลาแลง จึงได้นำแว่นตามาใส่ให้กับองค์พระศิลาแลง จากนั้น ชาวบ้านโกรกกรากและชาวบ้านใกล้เคียง จึงได้นำแว่นตา มาถวายแทนการปิดทองที่ดวงตาจนถือปฏิบัติเป็นประเพณีมาตั้งแต่บัดนั้น และได้ขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อปู่” . อนึ่ง ในอดีต บ้านท่าฉลอมและบ้านท่าจีน เป็นเมืองทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวจีนโพ้นทะเล สมัยนั้นใช้เรือ สำเภาใบสองเสาบรรทุกสินค้าเข้ามา พอเรือแล่นผ่านหน้าวัดโกรกกราก ก็จุดประทัดไหว้หลวงพ่อปู่ เพื่อขอพรให้สินค้าขายดี พอขายหมดเดินทางกลับ ก็จุดประทัดไหว้หลวงพ่อปู่ ขอให้เดินทางกลับถิ่นฐานด้วยความปลอดภัย ซึ่งชาวจีนถือปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด ต่อมาเรือประมง เมื่อจะออกทะเลหาปลา ก็จุดประทัดไหว้หลวงพ่อปู่ตามแบบอย่างชาวจีนด้วย รวมถึงการค้าขายทางบกด้วย หรือแม้แต่สาธุชนที่มาไหว้หลวงพ่อปู่ในปัจจุบัน ส่วนมากก็จุดประทัดถวายหลวงพ่อปู่เช่นเดียวกัน ส่วนคนในพื้นที่ถ้าขับยวดยาน พาหนะผ่านอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อปู่ก็จะบีบแตรถวายสักการะองค์หลวงพ่อปู่ทุกครั้ง . อุโบสถที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อปู่ จะเปิดให้เข้าทำการสักการะกราบไหว้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. - ๑๙.๐๐ น. และทางวัดได้จัดงานนมัสการปิดทองหลวงพ่อปู่ขึ้น ตรงกับวันกลางเดือนยี่ (ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๒) ของทุกปีตลอดมา . .คาถาบูชาหลวงพ่อปู่ ตั้ง นะโม ๓ จบ .ยาวะชีวัง พุทธะสาสะนิเกหิ ปูชิตัง อิมัสมิง สาคะระปุรัสมิง โกรกกรากวิหาเร อิทธิปาฏิหาริกัง พุทธะปะฏิมากะรัง ปูชามิหัง สาธุ สาธุ สาธุ . ข้าพเจ้าขอบูชาหลวงพ่อปู่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชา ซึ่งประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดโกรกกราก จังหวัดสมุทรสาคร แห่งนี้ ตลอดชีวิต...
Read moreKrok Krak Temple is located on the banks of the Tha Chin River, in Krok Krak Subdistrict, Mueang Samut Sakhon District, Samut Sakhon Province.
It is an ancient temple, nearly 200 years old. In the olden days, the entrance faced to the river. The temple’s name was first recorded when King Chulalongkorn (Rama V)’s royal barge docked at Krok Krak Temple during his royal journey from Bang Pa-In to Phetchaburi.
One of the temple’s most remarkable features is the principal Buddha image in the ordination hall. Besides its exquisite craftsmanship, it is unique because the Buddha image is wearing dark sunglasses—something rarely seen in other temples. There is real story the reason why people who pay respects to this Buddha, buying the dark sunglasses for the Buddha.
At present, the temple is constructing a new ordination hall made of beautifully carved wood. So beautiful. On the 2nd floor, there is shot skywalk...
Read moreรีวิวย้อนหลัง เคยไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไปกราบพระพุทธรูปใส่แว่น รูปหล่อหลวงปู่กรับและรูปหล่อหลวงพ่อแพ ส่วนประวัติก็ตามนึ้ครับ
“พระครูธรรมสาคร” หรือ “หลวงปู่กรับ ญาณวัฑฒโน” อดีตเจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ต.โกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และอดีตเจ้าคณะตำบลมหาชัย เขต 2 พระเกจิทรงวิทยาอาคม และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวมหาชัย มีนามเดิมว่า กรับ เจริญสุข เกิดเมื่อ วันที่ 13 ม.ค.2436 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง จุลศักราช 1255 สมัยรัชกาลที่ 5 ที่บ้านบางปิ้ง ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นบุตร นายไข่ และ นางลอย ไข่ม่วง มีพี่น้องต่างมารดา 2 คน ร่วมมารดาเดียวกัน 11 คน เมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดราษฎร์ รังสรรค์ ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตรงกับวันที่ 12 มี.ค.2456 โดยมี พระครูสมุทรคุณากร วัดตึกมหาชยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการโต วัดโกรกกราก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการชิด วัดราษฎร์รังสรรค์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ญาณวัฑฒโน จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดราษฎร์รังสรรค์ จากนั้นย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโกรกกราก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2463 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ริเริ่มพัฒนาวัดให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และในปี พ.ศ.2485 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลมหาชัย เขต 2 ต่อมาในปี พ.ศ.2513 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูชั้นเอกในราชทินนาม พระครูธรรมสาคร สำหรับวัดโกรกกราก เป็นหนึ่งในวัด เก่าแก่ ที่มีทั้งพระพุทธรูปชื่อดัง และพระเกจิอาจารย์ทรงวิทยาคม โดยพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ก็คือ “หลวงพ่อปู่” ซึ่งประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญของชาวลุ่มน้ำมหาชัยและใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่นเป็นที่กล่าวขวัญด้วยการสวมแว่นตาดำ องค์พระพุทธรูปมีการใส่แว่น ทั้งแว่นดำ แว่นแฟชั่นและแว่นสายตา รวมทั้งรูปหล่อหลวงปู่กรับ อดีตเจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ก็สวมแว่นตาสีดำเช่นเดียวกัน พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ หรือ หลวงพ่อ มหาสัมฤทธิ์ วิสุทธสีโล เจ้าอาวาสวัดโกรกกรากรูปปัจจุบัน เล่าว่า การถวายแว่นแก้บน เกิดขึ้นเมื่อเกือบร้อยปีมาแล้ว เกิดโรคตาแดงระบาด ชาวบ้านจึงบนบานให้หายจากโรคตาแดง ปรากฏว่าหายป่วยทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงแห่กันมาปิดทองที่ดวงตาของหลวงพ่อปู่ เพื่อแก้บนกันยกใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลวงปู่กรับ อดีตเจ้าอาวาส เกรงพระเก่าแก่จะเสียหายและขาดความสวยงาม ได้ออกอุบายนำแว่นตามาใส่แทน ชาวบ้านและผู้ศรัทธาเห็นเข้าก็ยึดถือปฏิบัติตั้งแต่นั้นมาประกอบคุณงามความดีและประพฤติพรหมจรรย์มั่นคงตลอดมา ตั้งแต่ได้รับบรรพชาอุปสมบท จนถึงกาลละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย.2517...
Read more