วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นวัดสำคัญที่สุดในจังหวัดสมุทรสงครามเพราะวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เรียกกันว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม” เป็นที่เลื่องลือรู้จักกันทั่วไปในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ จึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม บรรดาพุทธศาสนิกชนพากันมานมัสการตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนทุกวันนี้ วัดนี้ เป็นวัดโบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง เดิมชื่อว่า “วัดศรีจำปา” มีอายุไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ปี เหตุที่เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบ้านแหลม” ก็เนื่องมาจากชาวบ้านแหลมหนีภัยพม่ามาจากเพชรบุรี อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองแม่กลองฝั่งใต้ใกล้กับวัดศรีจำปา เรียกหมู่บ้านนี้ว่า “พวกบ้านแหลม” ต่อมากลายเป็น “หมู่บ้านแหลม” แล้วช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาที่ร่วงโรยทรุดโทรมให้ดีขึ้น จึงเรียกวัดศรีจำปาเสียใหม่ว่า “วัดบ้านแหลม” ได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๐ สิ่งสำคัญที่สุดของวัดดังกล่าวข้างต้น คือ “หลวงพ่อบ้านแหลม” พอเอ่ยถึงชื่อนี้ พุทธศาสนิกชนทั่วไปย่อมรู้จักกันดีว่า ท่านเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหาร ผู้ที่มีความศรัทธาในพระองค์ท่านมักจะไปขอให้ช่วยเหลือเนืองๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายจากโรคภัยไข้เจ็บและการแคล้วคลาดรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ เป็นต้น มีเรื่องเล่ากันมากมายในความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหาร ซึ่งไม่สามารถจะนำลงในที่นี้ได้ จากหลักฐานปรากฏว่า มีชาวบ้านแหลมเพชรบุรีกลุ่มหนึ่งหนีโจรภัยพม่าที่ชอบเข้ามาปล้นสะดมเมืองเพชรเนืองๆ ชาวบ้านแหลมจึงได้พากันอพยพมาอยู่ที่ปากคลองแม่กลองเหนือ วัดศรีจำปา ชาวบ้านแหลมมีอาชีพทำการประมง ออกทะเลจับปลา วันหนึ่งไปล้อมอวนจับปลาที่ปากอ่าวแม่กลอง ได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระยืนอุ้มบาตร แต่บาตรหายไปในทะเลแล้ว ภายหลังสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุวงศ์วรเดช ได้ประทานบาตรให้ใหม่เป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน ส่วนอีกองค์หนึ่งเป็นพระนั่งปางมารวิชัย ชาวบ้านได้แบ่งให้ญาติชาวบางตะบูนไป (บางตะบูนอยู่ติดกับบ้านแหลม) นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา มีความศักดิ์สิทธิ์มากเช่นเดียวกัน ขนานนามว่า “หลวงพ่อวัดเขาตะเครา” มาจนทุกวันนี้ ชาวบ้านแหลมจะนำพระยืนไปประดิษฐานไว้ที่วัดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปริมแม่น้ำแม่กลอง เพราะวัดศรีจำปานั้นร่วงโรยหญ้าขึ้นรกรุงรัง มีป่าจาก ต้นโกงกางขึ้นอยู่มาก วัดใหญ่นั้นเจริญกว่าแต่ไม่สามารถนำไปไว้ที่วัดใหญ่ได้ เพราะขณะที่นำไปได้เกิดพายุใหญ่รุนแรงนำพระขึ้นวัดไม่ได้ ต้องนำกลับมาไว้ที่วัดศรีจำปา แล้วช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาให้ดีขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น “วัดบ้านแหลม” เมื่อได้พระพุทธรูปมาใหม่ก็เรียกชื่อหลวงพ่อที่ได้มาใหม่ว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม” ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อบ้านแหลมเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ สาเหตุที่หลวงพ่อวัดบ้านแหลมต้องมาจมน้ำอยู่ที่ปากอ่าวแม่กลองนั้น มีข้อสันนิษฐานกันหลายอย่างแต่ที่น่าจะพิจารณา มี ๒ ประการ คือ ๑. พ.ศ. ๒๓๐๘ หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย เจ้านายไทย หรือคนไทยนำหลวงพ่อบรรทุกเรือมาเพื่อนำไปซ่อนพม่า เมื่อรู้ข่าวพม่ายกทัพมาตีเมืองไทย แล้วเรือได้ล่มลง ๒. หรืออาจจะเป็นพระชัยนำทัพ ของแม่ทัพนายกองครั้งรบกับพม่าที่เมืองเพชรบุรี เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทราบว่า พ.ศ. ๒๓๐๗ พม่ายกทัพมาทางใต้ เข้าตีถึงเมืองกระ เมืองระนอง จนถึงชุมพร ไชยา แล้วกลับขึ้นมาตีเมืองประทิว เมืองกำเนิดนพคุณ เมืองคลองวาน เมืองกุย เมืองปราณ จนถึงเมืองเพชรบุรี (หากมาทางบกมักเข้าทางด้านสิงขร ประจวบฯ) กรุงศรีอยุธยาทราบข่าวศึก ให้กองทัพพระยาพิพัฒน์โกษา และพระยาตากสินยกทัพไปทันรักษาเมืองไว้ได้ เรือลำหนึ่งลำใดที่นำท่านมาอาจจะล่มลง หลวงพ่อจมน้ำอยู่ไม่นานจึงติดอวนชาวประมงขึ้นมาได้ หากจมอยู่นาน ๕๐ – ๑๐๐ ปี โคลนทรายคงจะกลบองค์ท่านจมดินลงไปแล้ว องค์หลวงพ่อบ้านแหลมนั้น เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลือง ปางอุ้มบาตร ที่งดงามมาก (น่าเสียดายที่ประชาชนไม่มีบุญจะได้ชมความงามขององค์ท่าน เพราะถูกปิดทองเต็มไปหมดจนถึงพระพักตร์ เหมือนกับหลวงพ่อวัดเขาตะเครา หลวงพ่อวัดไร่ขิง ฯลฯ) ความสูงจากปลายนิ้ว พระบาทถึงยอดพระเกศามาลา ๑๖๗ ซ.ม. คือขนาดเท่าคนธรรมดา พุทธลักษณะผสมกลมกลืนกันระหว่างอยุธยาตอนต้นกับสุโขทัยตอนปลาย พระพักตร์งามเหมือนพักตร์เทพบุตร พระเกศามาลาเป็นเปลวเพลิงแบบพระพุทธรูปสุโขทัย สังฆาฏิเส้นเล็กพาดยาวมาถึงพระชงฆ์ จีวรทำแผ่เป็นแผ่นแผงอยู่เบื้องหลังมีแฉกมุมแบบอยุธยา ทรวดทรงเหมาะเจาะกะทัดรัดงดงามประดุจหนุ่มน้อยเทพบุตร กรมศิลปากรได้จดทะเบียนไว้เป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อบ้านแหลมเป็นที่เลื่องลือไปไกล พระมหากษัตริย์ไทย พระราชวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช...
Read moreหลวงพ่อวัดบ้านแหลม 1 ใน 5 พระศักดิ์สิทธิ์ 5 พี่น้อง ที่ทุกคนพอจะทราบกัน ซึ่งถ้านับถึงแม่น้ำโขง จะมีอีก 3 องค์ที่น่านับถือ บางตำรานับไว้ 6 พี่น้องครับ ซึ่งปกติผมจะไหว้ที่ 9 แม่น้ำในทุกๆปีครับ 1.หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ 2.หลวงพ่อโสธร แห่งวัดโสธรวรารามวรวิหาร แห่งลุ่มแม่น้ำบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 3.หลวงพ่อวัดไร่ขิง แห่งวัดไร่ขิง แห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน (แม่ม้ำสมุทรสาคร) จังหวัดสมุทรสาคร 4.หลวงพ่อวัดบ้านแหลม แห่งวัดเพชรสมุทรวรวิหาร แห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง (แม่ม้ำสมุทรสงคราม) จังหวัดสมุทรสงคราม 5.หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา แห่งวัดเขาตะเครา แห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
เผื่อท่านไหนอยากไปสักการะครับ 6.หลวงพ่อพระสุก หลวงพ่อพระเสริม หลวงพ่อพระใส แห่งลุ่มแม่น้ำโขง
-หลวงพ่อพระสุก (องค์พี่) ตามประวัติจมอยู่ที่แม่น้ำโขงเมืองบาดาลแล้ว (องค์จำลองหลวงพ่อพระสุก อยู่ที่วัดศรีเมืองและวัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคายครับ) -หลวงพ่อพระเสริม (องค์กลาง) ตอนถูกนี้อัญเชิญมาที่วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กทม. แล้วครับ -หลวงพ่อพระใส (องค์น้อง) แห่งวัดโพธิ์ชัย แห่งลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ปัจจุบัน
ประวัติของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร
เป็นวัดสำคัญที่สุดในจังหวัดสมุทรสงครามเพราะวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เรียกกันว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม” เป็นที่เลื่องลือรู้จักกันทั่วไปในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ จึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม บรรดาพุทธศาสนิกชนพากันมานมัสการตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนทุกวันนี้ วัดนี้ เป็นวัดโบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง เดิมชื่อว่า “วัดศรีจำปา” มีอายุไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ปี เหตุที่เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบ้านแหลม” ก็เนื่องมาจากชาวบ้านแหลมหนีภัยพม่ามาจากเพชรบุรี อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ปากคลองแม่กลองฝั่งใต้ใกล้กับวัดศรีจำปา เรียกหมู่บ้านนี้ว่า “พวกบ้านแหลม” ต่อมากลายเป็น “หมู่บ้านแหลม” แล้วช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาที่ร่วงโรยทรุดโทรมให้ดีขึ้น จึงเรียกวัดศรีจำปาเสียใหม่ว่า “วัดบ้านแหลม” ได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๐ สิ่งสำคัญที่สุดของวัดดังกล่าวข้างต้น คือ “หลวงพ่อบ้านแหลม” พอเอ่ยถึงชื่อนี้ พุทธศาสนิกชนทั่วไปย่อมรู้จักกันดีว่า ท่านเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหาร ผู้ที่มีความศรัทธาในพระองค์ท่านมักจะไปขอให้ช่วยเหลือเนืองๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหายจากโรคภัยไข้เจ็บและการแคล้วคลาดรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ เป็นต้น มีเรื่องเล่ากันมากมายในความศักดิ์สิทธิ์ และอภินิหาร ซึ่งไม่สามารถจะนำลงในที่นี้ได้ จากหลักฐานปรากฏว่า มีชาวบ้านแหลมเพชรบุรีกลุ่มหนึ่งหนีโจรภัยพม่าที่ชอบเข้ามาปล้นสะดมเมืองเพชรเนืองๆ ชาวบ้านแหลมจึงได้พากันอพยพมาอยู่ที่ปากคลองแม่กลองเหนือ วัดศรีจำปา ชาวบ้านแหลมมีอาชีพทำการประมง ออกทะเลจับปลา วันหนึ่งไปล้อมอวนจับปลาที่ปากอ่าวแม่กลอง ได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระยืนอุ้มบาตร แต่บาตรหายไปในทะเลแล้ว ภายหลังสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุวงศ์วรเดช ได้ประทานบาตรให้ใหม่เป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน ส่วนอีกองค์หนึ่งเป็นพระนั่งปางมารวิชัย ชาวบ้านได้แบ่งให้ญาติชาวบางตะบูนไป (บางตะบูนอยู่ติดกับบ้านแหลม) นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา มีความศักดิ์สิทธิ์มากเช่นเดียวกัน ขนานนามว่า “หลวงพ่อวัดเขาตะเครา” มาจนทุกวันนี้ ชาวบ้านแหลมจะนำพระยืนไปประดิษฐานไว้ที่วัดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปริมแม่น้ำแม่กลอง เพราะวัดศรีจำปานั้นร่วงโรยหญ้าขึ้นรกรุงรัง มีป่าจาก ต้นโกงกางขึ้นอยู่มาก วัดใหญ่นั้นเจริญกว่าแต่ไม่สามารถนำไปไว้ที่วัดใหญ่ได้ เพราะขณะที่นำไปได้เกิดพายุใหญ่รุนแรงนำพระขึ้นวัดไม่ได้ ต้องนำกลับมาไว้ที่วัดศรีจำปา แล้วช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาให้ดีขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น “วัดบ้านแหลม” เมื่อได้พระพุทธรูปมาใหม่ก็เรียกชื่อหลวงพ่อที่ได้มาใหม่ว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม”...
Read moreA peaceful and very clean temple, just a short walk from the train station. I didn’t come here with the intention to pray for my pain—just to visit and offer respects. But after a long walk and climbing the stairs, my back and leg pain suddenly became very intense. In that moment, I found myself sincerely praying for relief.
After our visit around 4:30pm, we had no other plans as our transport booking ended at 7pm. I suggested heading to ICONSIAM to enjoy the aircon and visit the indoor floating market.
Once we got there, my back pain worsened. Then we happened to pass by a massage shop offering a free 2-minute trial. I gave it a try—and it really worked. I went for a full 90-minute Tok Sen massage (something I had never even heard of before), and afterward, my back and leg pain were completely gone.
I truly believe I was spiritually guided. What an incredible and unexpected healing experience. Sadhu,...
Read more