HTML SitemapExplore

Wat Tham Phra Phothisat — Attraction in Saraburi Province

Name
Wat Tham Phra Phothisat
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Tham Phra Phothisat tourism.Wat Tham Phra Phothisat hotels.Wat Tham Phra Phothisat bed and breakfast. flights to Wat Tham Phra Phothisat.Wat Tham Phra Phothisat attractions.Wat Tham Phra Phothisat restaurants.Wat Tham Phra Phothisat travel.Wat Tham Phra Phothisat travel guide.Wat Tham Phra Phothisat travel blog.Wat Tham Phra Phothisat pictures.Wat Tham Phra Phothisat photos.Wat Tham Phra Phothisat travel tips.Wat Tham Phra Phothisat maps.Wat Tham Phra Phothisat things to do.
Wat Tham Phra Phothisat things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Tham Phra Phothisat
ThailandSaraburi ProvinceWat Tham Phra Phothisat

Basic Info

Wat Tham Phra Phothisat

ชุมชน บ้าน น้ำพุ หมู่ 10 Thap Kwang, Kaeng Khoi District, Saraburi 18260, Thailand
4.6(447)
Closed
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Scenic
Family friendly
attractions: , restaurants:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Phone
+66 86 400 9895
Website
facebook.com
Open hoursSee all hours
Wed7 AM - 6 PMClosed

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Saraburi Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Saraburi Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Saraburi Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Tham Phra Phothisat

4.6
(447)
avatar
5.0
1y

ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจาก กทม. ไปยัง อ. แก่งคอย จ.สระบุรี เพียงร้อยกว่าโล ขับสบายๆ ไปตามถนนมิตรภาพ ที่นี่เป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และน้ำตก วัดนี้ ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี คือ ร่องรอยแกะสลักลวดลายต่างๆบนผนังถ้ำ เป็นสถานที่สงบ เงียบ ปลีกวิเวกได้อย่างดี และมีสถานปฎิบัติธรรม เมื่อผ่านเข้าประตูวัดมาแล้ว เหมือนข้ามมาอีกพื้นที่นึงเลย เห็นชัดจากความ หนาแน่น เขียวขจีของต้นไม้ที่ได้ฝนชุ่มในฤดูฝน (25 ส.ค.67) และอยู่ในพื้นที่ป่าเขา รู้สึกสดชื่น สูดอากาศได้เต็มปอดทันที ผ่านประตูมาหน่อยจะมีลานจอดรถ ใครจะจอดแล้วเดินลงไปต่ออีกนิดก็ได้ เพราะทางที่จะลงไปถึงตัวโบสถ์นั้นจะเป็นถนนคอนกรีตแบบเลนเดียว รถสวนกันไม่ได้ ระยะทางคอนกรีตนี้ไม่ไกล ถ้ารถน้อย จะขับลงไปก็ได้ พอถึงโบสถ์ให้วนไปทางซ้าย เพราะทางขวาจะเป็นทางที่รถด้านในวนออก มีพื้นที่เป็นลานดิน จอดรถได้ หากวันไหนที่คนมากันเยอะ แนะนำให้จอดข้างบนน่าจะสะดวกกว่าในตอนขาออก เพราะความแคบของถนนคอนกรีต ในบริเวณวัดมีโบสถ์สวยงาม ซึ่งวันที่เราไปยังเช้ามาก ถึงวัดยังไม่ 8 โมง พระท่านกำลังจะสวดมนต์ เลยไม่ได้เข้าโบสถ์ ก่อนขึ้นเขาไปถ้ำ แวะไปไกว้สักการะพระพุทธเมตตาองค์ใหญ่ สวยงามมาก ใกล้กันมีอาคารที่เสมือนโบสถ์เล็กๆ บนเนินหญ้า ซึ่งจะเปิดเฉพาะพิธีสำคัญเช่น งานบวช จึงไม่ได้ชมข้างใน

ถ้ำมีหลายจุด ไฮไลท์ คือถ้ำพระโพธิสัตว์ ต้องเดินขึ้นเขาไปเกือบ 3 ร้อยขั้น แต่ทางวัดทำบันไดคอนกรีตเดินได้สบาย ชันและ แคบ แต่มีราวเหล็กให้เกาะฝั่งนึง หน้าฝนแบบนี้ ไส้เดือนจะเลื้อยมาจากดิน ดีดดิ้นโดดยุ่บยั่บ ตามขั้นบันไดให้ขนลุกตกใจนิดหน่อย หาดใส่รองเท้าเปลือยๆ คงตกใจตอนโดดมาโดนเท้า😅 ใส่ผ้าใบมาน่าจะดีกว่า เนื่องจากคืนวาน ฝนตกหนักแบบหมาดๆ ป่าเลยดูชุ่มฉ่ำ อากาศเย๋นสบาย เขียวขจีสดใส แต่ก็อุดมด้วย สัตว์เลื้อยคลานอย่าง ไส้เดือน กิ้งกือ หรืออาจจะมีอย่างอื่น เช่น งู ตะขาบ แต่โชคดีที่ไม่เจอ และจะไม่ได้เห็นน้ำใสๆ ในลำธารที่เป็นเนินน้ำตกเล็กๆ เพราะน้ำป่าผสมดินโคลนจนเข้มเป็นโกโก้ไปแล้ว วันหยุด จะมีเด็กๆ จากชุมชนละแวกนี้ มาเป็นไกด์พาขึ้นถ้ำ จะแบ่งทีมกัน 3 คนต่อ 1 กรุ๊ปนักท่องเที่ยว น้องจะนำทางไปถ้ำอย่าวคล่องแคล่ว เพราะขึ้นลงกันตั้งแต่เด็กๆ น้องบางคนมานั่งวิปัสนาในถ้พข้ามคืนด้วย เก่งและน่ารักมาก คุยเก่ง ไม่เหงาดี😆 เราก็ให้ค่าขนมน้องไปแบ่งกัน 3 คนเป็นรายได้ค่าขนมเค้าตามความเหมาะสม (เงินสดเท่านั้นเพราะน้องไม่มีมือถือ รับโอนไม่ได้) ก่อนทางขึ้นจะมีน้ำตก จปร. เป็นน้ำตกเล็กๆ ถ้าน้ำใสคงสวยงามกว่านี้มาก วันนี้ไปได้ถ้ำเดียว คือถ้ำพระโพธิสัตว์ เพราะถ้ำอื่นบางจุด น้ำท่วม อันตราย ประกอบกับพื้นที่ชื้นแฉะ กลัวสัตว์เลื้อยคลาน และเหนื่อยกับการขึ้นเขา จุดไฮไลท์ ระหว่างทางขึ้นคือ จุดหินหัวงู ซึ่งหันไปเห็นแว๊บแรกคือเหมือนงูผงกหัวกำลังจ้องมาที่เราจริงๆ แปลกตา ดูลึกลับดี และมีหินหัวงูใหญ่อีกจุด ที่น้องๆเรียกว่า พญานาคหมดอายุ🤣 ภายในถ้ำอับชื้นและไส้เดือนนอนตายกันเกลื่อนตรงปากถ้ำ😨 ดีที่ถ้ำกว้างขวางโล่งโปร่งพอหายใจได้สะดวก ผนังถ้ำมีภาพแกะสลักศิลปะแบบทวาราวดีที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี หินงอก หินย้อย รูปทรงแปลกสวยงามให้จินตนาการ ไฮไลทอีกจุด คือ หินหัวตะเข้ กับเงาจากหิน ที่รูปร่างเหมือนพระนอนริมผนัง นอกเหนือจากนี้ หากต้องการเดินดู ทรรศนีภาพของบริเวณวัด สูดอากาศชมต้นไม้ ป่าเขา น้ำตก ก็มีหลายจุด แนะนำให้มาถึงซักหลัง 8 โมง จะได้ขึ้นเขาสบายๆ อากาศกำลังเย็นดี ไม่ร้อนแดด แล้วค่อยมาเก็บพื้นที่ด้านล่างเป็นการ cool down 🙂 หากไม่ใช้บริการน้องๆ นำทาง ติดไฟฉายไปซักกระบอกก็ดี เพราะบางถ้ำ เราอาจไม่รู้จุดเปิด -ปิดไฟ เวลาเข้าชม

วัดนี้เป็นที่ ๆ เหมาะมาก สำหรับคนที่ชอบปฎิบัติธรรมแบบแสวงหาความสงบ เยือกเย็นและสันโดษ เทียบกับวัดเขาวัง (ถ้ำนารายณ์) แล้ว ที่นี่จะได้ความสงบธรรมชาติดิบๆ...

   Read more
avatar
4.0
1y

The temple is located at the foot of a beautiful limestone relief group plenty of caves. A steep staircase leads to the first two caves. The first one is open and not interesting, while the second has an entrance gate and a switch to light on (remember to turn it off when exiting) and it's beautiful, despite the excessive use of concrete into it. The path then descends steeply and leads to the third cave which unfortunately is not illuminated. Finally the path takes you back to the starting point. In the temple there are many monkeys, with whom you always have to be careful, too many dogs and a lot of mess, but also some wonderful gigantic trees. Before the temple a cement company is making a horrible ecological disaster. The area is full of fine dust. Free entrance...

   Read more
avatar
5.0
4y

ในจังหวัดสระบุรี มีวัดวาอารามที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ครั้งนี้เราอยู่ในเขตหมู่บ้านถ้ำน้ำพุ อำเภอแก่งคอย “วัดถ้ำพระโพธิสัตว์” เป็นวัดสายวิปัสสนาธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบสมกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่านอกจากธรรมชาติที่ร่มรื่นภายในบริเวณวัดแล้ว วัดถ้ำพระโพธิสัตว์แห่งนี้มีความน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เที่ยวไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ธรรมะให้แตกฉานมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์มีบริเวณวัดอยู่ในเขาน้ำพุ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดเขาน้ำพุ” หรือ “ถ้ำพระงาม” เนื่องจากลักษณะที่โดดเด่นของถ้ำหินขนาดเล็กและใหญ่บนเขาน้ำพุ ซึ่งมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และลักษณะถ้ำที่แปลกตา ทำให้เราอยากจะมาชมให้เห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชมภายในถ้ำ

เราขอชมความสวยงามของศาลาธรรมเจดีย์บริเวณเชิงเขาน้ำพุกันก่อน ซึ่งศาลาธรรมเจดีย์องค์นี้โดดเด่นด้วยลักษณะเจดีย์ทรงลังกา สีขาวสะอาดตาแซมด้วยสีทองที่ช่วยขับเน้นให้เจดีย์องค์นี้สง่างามท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม บริเวณบันไดทางขึ้นถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นนาคราช ซึ่งมีท่อนบนเป็นเทวดา

ส่วนท่อนล่างเป็นหางนาคขนานไปตลอดเส้นทางขึ้นสู่ภายในองค์ ภายในวัดถ้ำอยู่หลายถ้ำ ซึ่งถ้ำที่น่าสนใจที่สุดก็คือ “ถ้ำพระโพธิสัตว์” ตามชื่อวัดนั่นเอง ถ้าคนที่คุ้นเคยกับการเที่ยวถ้ำอยู่แล้วก็คงจะทราบกันดีว่า เราจะต้องออกแรงเดินขึ้นบันได

เราจะพบเห็นภาพสลักนูนต่ำรูปบุคคลในอิริยาบถต่างกัน ซึ่งเป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 สันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นภาพตอนที่บรรดาเทพกำลังเฝ้าทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเพื่อโปรดสรรพสัตว์ในโลก

นอกจากภาพสลักบนผนังถ้ำแล้ว ภายในถ้ำยังมีหินงอก หินย้อย รูปร่างต่างๆ อีกมากมาย และเคยมีนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ถ้ำนี้น่าจะถูกใช้เป็นที่จำศีลภาวนาของนักบวชและฤาษีมาก่อน

เราสามารถแวะไปนั่งพักผ่อนชมสายน้ำเย็นๆหรือจะเดินเล่นสงบจิต สงบใจรอบๆ วัดอีกซักหน่อยก็เป็นเรื่องที่น่าแนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะรอบๆ วัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งบางต้นมีอายุกว่า 300 ปี แถมรอบๆ วัดยังติดป้ายคำ ที่รวบรวมคติเตือนใจ ให้เราได้หยุดให้สติพิจารณา แฝงการเรียนรู้ธรรมะแบบอ้อมๆ ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย แบบนี้แหละนะเราถึงได้รู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้เข้าวัด

จุดเด่น : ภาพสลักบนผนังถ้ำพระโพธิสัตว์ เป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี สันนิษฐานว่าเป็นภาพของทวยเทพกำลังอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การศึกษา นอกจากนี้บริเวณรอบๆ วัดยังร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำตกที่บริเวณตีนเขา...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Thanyalux KSThanyalux KS
ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจาก กทม. ไปยัง อ. แก่งคอย จ.สระบุรี เพียงร้อยกว่าโล ขับสบายๆ ไปตามถนนมิตรภาพ ที่นี่เป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และน้ำตก วัดนี้ ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี คือ ร่องรอยแกะสลักลวดลายต่างๆบนผนังถ้ำ เป็นสถานที่สงบ เงียบ ปลีกวิเวกได้อย่างดี และมีสถานปฎิบัติธรรม เมื่อผ่านเข้าประตูวัดมาแล้ว เหมือนข้ามมาอีกพื้นที่นึงเลย เห็นชัดจากความ หนาแน่น เขียวขจีของต้นไม้ที่ได้ฝนชุ่มในฤดูฝน (25 ส.ค.67) และอยู่ในพื้นที่ป่าเขา รู้สึกสดชื่น สูดอากาศได้เต็มปอดทันที ผ่านประตูมาหน่อยจะมีลานจอดรถ ใครจะจอดแล้วเดินลงไปต่ออีกนิดก็ได้ เพราะทางที่จะลงไปถึงตัวโบสถ์นั้นจะเป็นถนนคอนกรีตแบบเลนเดียว รถสวนกันไม่ได้ ระยะทางคอนกรีตนี้ไม่ไกล ถ้ารถน้อย จะขับลงไปก็ได้ พอถึงโบสถ์ให้วนไปทางซ้าย เพราะทางขวาจะเป็นทางที่รถด้านในวนออก มีพื้นที่เป็นลานดิน จอดรถได้ หากวันไหนที่คนมากันเยอะ แนะนำให้จอดข้างบนน่าจะสะดวกกว่าในตอนขาออก เพราะความแคบของถนนคอนกรีต ในบริเวณวัดมีโบสถ์สวยงาม ซึ่งวันที่เราไปยังเช้ามาก ถึงวัดยังไม่ 8 โมง พระท่านกำลังจะสวดมนต์ เลยไม่ได้เข้าโบสถ์ ก่อนขึ้นเขาไปถ้ำ แวะไปไกว้สักการะพระพุทธเมตตาองค์ใหญ่ สวยงามมาก ใกล้กันมีอาคารที่เสมือนโบสถ์เล็กๆ บนเนินหญ้า ซึ่งจะเปิดเฉพาะพิธีสำคัญเช่น งานบวช จึงไม่ได้ชมข้างใน ถ้ำมีหลายจุด ไฮไลท์ คือถ้ำพระโพธิสัตว์ ต้องเดินขึ้นเขาไปเกือบ 3 ร้อยขั้น แต่ทางวัดทำบันไดคอนกรีตเดินได้สบาย ชันและ แคบ แต่มีราวเหล็กให้เกาะฝั่งนึง หน้าฝนแบบนี้ ไส้เดือนจะเลื้อยมาจากดิน ดีดดิ้นโดดยุ่บยั่บ ตามขั้นบันไดให้ขนลุกตกใจนิดหน่อย หาดใส่รองเท้าเปลือยๆ คงตกใจตอนโดดมาโดนเท้า😅 ใส่ผ้าใบมาน่าจะดีกว่า เนื่องจากคืนวาน ฝนตกหนักแบบหมาดๆ ป่าเลยดูชุ่มฉ่ำ อากาศเย๋นสบาย เขียวขจีสดใส แต่ก็อุดมด้วย สัตว์เลื้อยคลานอย่าง ไส้เดือน กิ้งกือ หรืออาจจะมีอย่างอื่น เช่น งู ตะขาบ แต่โชคดีที่ไม่เจอ และจะไม่ได้เห็นน้ำใสๆ ในลำธารที่เป็นเนินน้ำตกเล็กๆ เพราะน้ำป่าผสมดินโคลนจนเข้มเป็นโกโก้ไปแล้ว วันหยุด จะมีเด็กๆ จากชุมชนละแวกนี้ มาเป็นไกด์พาขึ้นถ้ำ จะแบ่งทีมกัน 3 คนต่อ 1 กรุ๊ปนักท่องเที่ยว น้องจะนำทางไปถ้ำอย่าวคล่องแคล่ว เพราะขึ้นลงกันตั้งแต่เด็กๆ น้องบางคนมานั่งวิปัสนาในถ้พข้ามคืนด้วย เก่งและน่ารักมาก คุยเก่ง ไม่เหงาดี😆 เราก็ให้ค่าขนมน้องไปแบ่งกัน 3 คนเป็นรายได้ค่าขนมเค้าตามความเหมาะสม (เงินสดเท่านั้นเพราะน้องไม่มีมือถือ รับโอนไม่ได้) ก่อนทางขึ้นจะมีน้ำตก จปร. เป็นน้ำตกเล็กๆ ถ้าน้ำใสคงสวยงามกว่านี้มาก วันนี้ไปได้ถ้ำเดียว คือถ้ำพระโพธิสัตว์ เพราะถ้ำอื่นบางจุด น้ำท่วม อันตราย ประกอบกับพื้นที่ชื้นแฉะ กลัวสัตว์เลื้อยคลาน และเหนื่อยกับการขึ้นเขา จุดไฮไลท์ ระหว่างทางขึ้นคือ จุดหินหัวงู ซึ่งหันไปเห็นแว๊บแรกคือเหมือนงูผงกหัวกำลังจ้องมาที่เราจริงๆ แปลกตา ดูลึกลับดี และมีหินหัวงูใหญ่อีกจุด ที่น้องๆเรียกว่า พญานาคหมดอายุ🤣 ภายในถ้ำอับชื้นและไส้เดือนนอนตายกันเกลื่อนตรงปากถ้ำ😨 ดีที่ถ้ำกว้างขวางโล่งโปร่งพอหายใจได้สะดวก ผนังถ้ำมีภาพแกะสลักศิลปะแบบทวาราวดีที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี หินงอก หินย้อย รูปทรงแปลกสวยงามให้จินตนาการ ไฮไลทอีกจุด คือ หินหัวตะเข้ กับเงาจากหิน ที่รูปร่างเหมือนพระนอนริมผนัง นอกเหนือจากนี้ หากต้องการเดินดู ทรรศนีภาพของบริเวณวัด สูดอากาศชมต้นไม้ ป่าเขา น้ำตก ก็มีหลายจุด แนะนำให้มาถึงซักหลัง 8 โมง จะได้ขึ้นเขาสบายๆ อากาศกำลังเย็นดี ไม่ร้อนแดด แล้วค่อยมาเก็บพื้นที่ด้านล่างเป็นการ cool down 🙂 หากไม่ใช้บริการน้องๆ นำทาง ติดไฟฉายไปซักกระบอกก็ดี เพราะบางถ้ำ เราอาจไม่รู้จุดเปิด -ปิดไฟ เวลาเข้าชม วัดนี้เป็นที่ ๆ เหมาะมาก สำหรับคนที่ชอบปฎิบัติธรรมแบบแสวงหาความสงบ เยือกเย็นและสันโดษ เทียบกับวัดเขาวัง (ถ้ำนารายณ์) แล้ว ที่นี่จะได้ความสงบธรรมชาติดิบๆ และวิเวกกว่ามาก
Giuseppe GuermandiGiuseppe Guermandi
The temple is located at the foot of a beautiful limestone relief group plenty of caves. A steep staircase leads to the first two caves. The first one is open and not interesting, while the second has an entrance gate and a switch to light on (remember to turn it off when exiting) and it's beautiful, despite the excessive use of concrete into it. The path then descends steeply and leads to the third cave which unfortunately is not illuminated. Finally the path takes you back to the starting point. In the temple there are many monkeys, with whom you always have to be careful, too many dogs and a lot of mess, but also some wonderful gigantic trees. Before the temple a cement company is making a horrible ecological disaster. The area is full of fine dust. Free entrance to the caves.
PONG HorwangPONG Horwang
ในจังหวัดสระบุรี มีวัดวาอารามที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ครั้งนี้เราอยู่ในเขตหมู่บ้านถ้ำน้ำพุ อำเภอแก่งคอย “วัดถ้ำพระโพธิสัตว์” เป็นวัดสายวิปัสสนาธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบสมกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่านอกจากธรรมชาติที่ร่มรื่นภายในบริเวณวัดแล้ว วัดถ้ำพระโพธิสัตว์แห่งนี้มีความน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เที่ยวไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ธรรมะให้แตกฉานมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์มีบริเวณวัดอยู่ในเขาน้ำพุ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดเขาน้ำพุ” หรือ “ถ้ำพระงาม” เนื่องจากลักษณะที่โดดเด่นของถ้ำหินขนาดเล็กและใหญ่บนเขาน้ำพุ ซึ่งมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และลักษณะถ้ำที่แปลกตา ทำให้เราอยากจะมาชมให้เห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชมภายในถ้ำ เราขอชมความสวยงามของศาลาธรรมเจดีย์บริเวณเชิงเขาน้ำพุกันก่อน ซึ่งศาลาธรรมเจดีย์องค์นี้โดดเด่นด้วยลักษณะเจดีย์ทรงลังกา สีขาวสะอาดตาแซมด้วยสีทองที่ช่วยขับเน้นให้เจดีย์องค์นี้สง่างามท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม บริเวณบันไดทางขึ้นถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นนาคราช ซึ่งมีท่อนบนเป็นเทวดา ส่วนท่อนล่างเป็นหางนาคขนานไปตลอดเส้นทางขึ้นสู่ภายในองค์ ภายในวัดถ้ำอยู่หลายถ้ำ ซึ่งถ้ำที่น่าสนใจที่สุดก็คือ “ถ้ำพระโพธิสัตว์” ตามชื่อวัดนั่นเอง ถ้าคนที่คุ้นเคยกับการเที่ยวถ้ำอยู่แล้วก็คงจะทราบกันดีว่า เราจะต้องออกแรงเดินขึ้นบันได เราจะพบเห็นภาพสลักนูนต่ำรูปบุคคลในอิริยาบถต่างกัน ซึ่งเป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 สันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นภาพตอนที่บรรดาเทพกำลังเฝ้าทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเพื่อโปรดสรรพสัตว์ในโลก นอกจากภาพสลักบนผนังถ้ำแล้ว ภายในถ้ำยังมีหินงอก หินย้อย รูปร่างต่างๆ อีกมากมาย และเคยมีนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ถ้ำนี้น่าจะถูกใช้เป็นที่จำศีลภาวนาของนักบวชและฤาษีมาก่อน เราสามารถแวะไปนั่งพักผ่อนชมสายน้ำเย็นๆหรือจะเดินเล่นสงบจิต สงบใจรอบๆ วัดอีกซักหน่อยก็เป็นเรื่องที่น่าแนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะรอบๆ วัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งบางต้นมีอายุกว่า 300 ปี แถมรอบๆ วัดยังติดป้ายคำ ที่รวบรวมคติเตือนใจ ให้เราได้หยุดให้สติพิจารณา แฝงการเรียนรู้ธรรมะแบบอ้อมๆ ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย แบบนี้แหละนะเราถึงได้รู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้เข้าวัด จุดเด่น : ภาพสลักบนผนังถ้ำพระโพธิสัตว์ เป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี สันนิษฐานว่าเป็นภาพของทวยเทพกำลังอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การศึกษา นอกจากนี้บริเวณรอบๆ วัดยังร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำตกที่บริเวณตีนเขา มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Saraburi Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจาก กทม. ไปยัง อ. แก่งคอย จ.สระบุรี เพียงร้อยกว่าโล ขับสบายๆ ไปตามถนนมิตรภาพ ที่นี่เป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และน้ำตก วัดนี้ ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี คือ ร่องรอยแกะสลักลวดลายต่างๆบนผนังถ้ำ เป็นสถานที่สงบ เงียบ ปลีกวิเวกได้อย่างดี และมีสถานปฎิบัติธรรม เมื่อผ่านเข้าประตูวัดมาแล้ว เหมือนข้ามมาอีกพื้นที่นึงเลย เห็นชัดจากความ หนาแน่น เขียวขจีของต้นไม้ที่ได้ฝนชุ่มในฤดูฝน (25 ส.ค.67) และอยู่ในพื้นที่ป่าเขา รู้สึกสดชื่น สูดอากาศได้เต็มปอดทันที ผ่านประตูมาหน่อยจะมีลานจอดรถ ใครจะจอดแล้วเดินลงไปต่ออีกนิดก็ได้ เพราะทางที่จะลงไปถึงตัวโบสถ์นั้นจะเป็นถนนคอนกรีตแบบเลนเดียว รถสวนกันไม่ได้ ระยะทางคอนกรีตนี้ไม่ไกล ถ้ารถน้อย จะขับลงไปก็ได้ พอถึงโบสถ์ให้วนไปทางซ้าย เพราะทางขวาจะเป็นทางที่รถด้านในวนออก มีพื้นที่เป็นลานดิน จอดรถได้ หากวันไหนที่คนมากันเยอะ แนะนำให้จอดข้างบนน่าจะสะดวกกว่าในตอนขาออก เพราะความแคบของถนนคอนกรีต ในบริเวณวัดมีโบสถ์สวยงาม ซึ่งวันที่เราไปยังเช้ามาก ถึงวัดยังไม่ 8 โมง พระท่านกำลังจะสวดมนต์ เลยไม่ได้เข้าโบสถ์ ก่อนขึ้นเขาไปถ้ำ แวะไปไกว้สักการะพระพุทธเมตตาองค์ใหญ่ สวยงามมาก ใกล้กันมีอาคารที่เสมือนโบสถ์เล็กๆ บนเนินหญ้า ซึ่งจะเปิดเฉพาะพิธีสำคัญเช่น งานบวช จึงไม่ได้ชมข้างใน ถ้ำมีหลายจุด ไฮไลท์ คือถ้ำพระโพธิสัตว์ ต้องเดินขึ้นเขาไปเกือบ 3 ร้อยขั้น แต่ทางวัดทำบันไดคอนกรีตเดินได้สบาย ชันและ แคบ แต่มีราวเหล็กให้เกาะฝั่งนึง หน้าฝนแบบนี้ ไส้เดือนจะเลื้อยมาจากดิน ดีดดิ้นโดดยุ่บยั่บ ตามขั้นบันไดให้ขนลุกตกใจนิดหน่อย หาดใส่รองเท้าเปลือยๆ คงตกใจตอนโดดมาโดนเท้า😅 ใส่ผ้าใบมาน่าจะดีกว่า เนื่องจากคืนวาน ฝนตกหนักแบบหมาดๆ ป่าเลยดูชุ่มฉ่ำ อากาศเย๋นสบาย เขียวขจีสดใส แต่ก็อุดมด้วย สัตว์เลื้อยคลานอย่าง ไส้เดือน กิ้งกือ หรืออาจจะมีอย่างอื่น เช่น งู ตะขาบ แต่โชคดีที่ไม่เจอ และจะไม่ได้เห็นน้ำใสๆ ในลำธารที่เป็นเนินน้ำตกเล็กๆ เพราะน้ำป่าผสมดินโคลนจนเข้มเป็นโกโก้ไปแล้ว วันหยุด จะมีเด็กๆ จากชุมชนละแวกนี้ มาเป็นไกด์พาขึ้นถ้ำ จะแบ่งทีมกัน 3 คนต่อ 1 กรุ๊ปนักท่องเที่ยว น้องจะนำทางไปถ้ำอย่าวคล่องแคล่ว เพราะขึ้นลงกันตั้งแต่เด็กๆ น้องบางคนมานั่งวิปัสนาในถ้พข้ามคืนด้วย เก่งและน่ารักมาก คุยเก่ง ไม่เหงาดี😆 เราก็ให้ค่าขนมน้องไปแบ่งกัน 3 คนเป็นรายได้ค่าขนมเค้าตามความเหมาะสม (เงินสดเท่านั้นเพราะน้องไม่มีมือถือ รับโอนไม่ได้) ก่อนทางขึ้นจะมีน้ำตก จปร. เป็นน้ำตกเล็กๆ ถ้าน้ำใสคงสวยงามกว่านี้มาก วันนี้ไปได้ถ้ำเดียว คือถ้ำพระโพธิสัตว์ เพราะถ้ำอื่นบางจุด น้ำท่วม อันตราย ประกอบกับพื้นที่ชื้นแฉะ กลัวสัตว์เลื้อยคลาน และเหนื่อยกับการขึ้นเขา จุดไฮไลท์ ระหว่างทางขึ้นคือ จุดหินหัวงู ซึ่งหันไปเห็นแว๊บแรกคือเหมือนงูผงกหัวกำลังจ้องมาที่เราจริงๆ แปลกตา ดูลึกลับดี และมีหินหัวงูใหญ่อีกจุด ที่น้องๆเรียกว่า พญานาคหมดอายุ🤣 ภายในถ้ำอับชื้นและไส้เดือนนอนตายกันเกลื่อนตรงปากถ้ำ😨 ดีที่ถ้ำกว้างขวางโล่งโปร่งพอหายใจได้สะดวก ผนังถ้ำมีภาพแกะสลักศิลปะแบบทวาราวดีที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี หินงอก หินย้อย รูปทรงแปลกสวยงามให้จินตนาการ ไฮไลทอีกจุด คือ หินหัวตะเข้ กับเงาจากหิน ที่รูปร่างเหมือนพระนอนริมผนัง นอกเหนือจากนี้ หากต้องการเดินดู ทรรศนีภาพของบริเวณวัด สูดอากาศชมต้นไม้ ป่าเขา น้ำตก ก็มีหลายจุด แนะนำให้มาถึงซักหลัง 8 โมง จะได้ขึ้นเขาสบายๆ อากาศกำลังเย็นดี ไม่ร้อนแดด แล้วค่อยมาเก็บพื้นที่ด้านล่างเป็นการ cool down 🙂 หากไม่ใช้บริการน้องๆ นำทาง ติดไฟฉายไปซักกระบอกก็ดี เพราะบางถ้ำ เราอาจไม่รู้จุดเปิด -ปิดไฟ เวลาเข้าชม วัดนี้เป็นที่ ๆ เหมาะมาก สำหรับคนที่ชอบปฎิบัติธรรมแบบแสวงหาความสงบ เยือกเย็นและสันโดษ เทียบกับวัดเขาวัง (ถ้ำนารายณ์) แล้ว ที่นี่จะได้ความสงบธรรมชาติดิบๆ และวิเวกกว่ามาก
Thanyalux KS

Thanyalux KS

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Saraburi Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
The temple is located at the foot of a beautiful limestone relief group plenty of caves. A steep staircase leads to the first two caves. The first one is open and not interesting, while the second has an entrance gate and a switch to light on (remember to turn it off when exiting) and it's beautiful, despite the excessive use of concrete into it. The path then descends steeply and leads to the third cave which unfortunately is not illuminated. Finally the path takes you back to the starting point. In the temple there are many monkeys, with whom you always have to be careful, too many dogs and a lot of mess, but also some wonderful gigantic trees. Before the temple a cement company is making a horrible ecological disaster. The area is full of fine dust. Free entrance to the caves.
Giuseppe Guermandi

Giuseppe Guermandi

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Saraburi Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

ในจังหวัดสระบุรี มีวัดวาอารามที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ครั้งนี้เราอยู่ในเขตหมู่บ้านถ้ำน้ำพุ อำเภอแก่งคอย “วัดถ้ำพระโพธิสัตว์” เป็นวัดสายวิปัสสนาธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยความเงียบสงบสมกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่านอกจากธรรมชาติที่ร่มรื่นภายในบริเวณวัดแล้ว วัดถ้ำพระโพธิสัตว์แห่งนี้มีความน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายให้เราได้เที่ยวไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ธรรมะให้แตกฉานมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์มีบริเวณวัดอยู่ในเขาน้ำพุ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดเขาน้ำพุ” หรือ “ถ้ำพระงาม” เนื่องจากลักษณะที่โดดเด่นของถ้ำหินขนาดเล็กและใหญ่บนเขาน้ำพุ ซึ่งมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และลักษณะถ้ำที่แปลกตา ทำให้เราอยากจะมาชมให้เห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง แต่ก่อนที่จะขึ้นไปชมภายในถ้ำ เราขอชมความสวยงามของศาลาธรรมเจดีย์บริเวณเชิงเขาน้ำพุกันก่อน ซึ่งศาลาธรรมเจดีย์องค์นี้โดดเด่นด้วยลักษณะเจดีย์ทรงลังกา สีขาวสะอาดตาแซมด้วยสีทองที่ช่วยขับเน้นให้เจดีย์องค์นี้สง่างามท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม บริเวณบันไดทางขึ้นถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นนาคราช ซึ่งมีท่อนบนเป็นเทวดา ส่วนท่อนล่างเป็นหางนาคขนานไปตลอดเส้นทางขึ้นสู่ภายในองค์ ภายในวัดถ้ำอยู่หลายถ้ำ ซึ่งถ้ำที่น่าสนใจที่สุดก็คือ “ถ้ำพระโพธิสัตว์” ตามชื่อวัดนั่นเอง ถ้าคนที่คุ้นเคยกับการเที่ยวถ้ำอยู่แล้วก็คงจะทราบกันดีว่า เราจะต้องออกแรงเดินขึ้นบันได เราจะพบเห็นภาพสลักนูนต่ำรูปบุคคลในอิริยาบถต่างกัน ซึ่งเป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 สันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นภาพตอนที่บรรดาเทพกำลังเฝ้าทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเพื่อโปรดสรรพสัตว์ในโลก นอกจากภาพสลักบนผนังถ้ำแล้ว ภายในถ้ำยังมีหินงอก หินย้อย รูปร่างต่างๆ อีกมากมาย และเคยมีนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ถ้ำนี้น่าจะถูกใช้เป็นที่จำศีลภาวนาของนักบวชและฤาษีมาก่อน เราสามารถแวะไปนั่งพักผ่อนชมสายน้ำเย็นๆหรือจะเดินเล่นสงบจิต สงบใจรอบๆ วัดอีกซักหน่อยก็เป็นเรื่องที่น่าแนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะรอบๆ วัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งบางต้นมีอายุกว่า 300 ปี แถมรอบๆ วัดยังติดป้ายคำ ที่รวบรวมคติเตือนใจ ให้เราได้หยุดให้สติพิจารณา แฝงการเรียนรู้ธรรมะแบบอ้อมๆ ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย แบบนี้แหละนะเราถึงได้รู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้เข้าวัด จุดเด่น : ภาพสลักบนผนังถ้ำพระโพธิสัตว์ เป็นลวดลายศิลปะสมัยทวาราวดี สันนิษฐานว่าเป็นภาพของทวยเทพกำลังอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสรรพสัตว์ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การศึกษา นอกจากนี้บริเวณรอบๆ วัดยังร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำตกที่บริเวณตีนเขา มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
PONG Horwang

PONG Horwang

See more posts
See more posts