วัดเขาดีสลัก บนเทือกเขาในเขตอำเภออู่ทอง มีวัดวัดหนึ่งเป็นวัดที่สวยงามสงบเงียบ และรายล้อมด้วยธรรมชาติ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าเยี่ยมชม ในความเป็นธรรมชาติ มีสิ่งก่อสร้างในความเชื่อทางศาสนา ที่มีอายุนับพันปี ที่งดงามทั้งรูปแบบ มากด้วยคุณค่ามีเรื่องราวที่น่าศึกษาค้นคว้าความเป็นมา ของประวัติศาสตร์ที่ยังคงปริศนา สถานที่ตั้ง ถึงแม้จะอยู่แยกห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองสุพรรณ แต่ความสวยงามก็คุ้มค่ากับการเดินทาง รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินทรายแดง มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบตามที่อื่นๆ คือ เป็นรอยพระพุทธบาทนูนต่ำ ขนาดกว้างประมาณ 65.5 ซม. ยาว 141.5 ซม. นักโบราณคดีให้ความเห็นแตกต่างกันไป บางท่านว่าเป็น ศิลปะสมัยทวาราวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-16 บางท่านว่า แม้รูปแบบลวดลายจะคล้ายกับศิลปะสมัยทวาราวดี แต่ก็มีรูปแบบอื่นเข้ามาปะปน ซึ่งอาจเป็นผลงานที่สร้างในสมัยอยุธยา ราวพุทธศวรรษที่ 19-23 ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม นั้นเป็นการสันนิษฐานจากข้อมูลเบื้องต้น ที่ต้องหาหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติมถึงกำเนิดที่แท้จริงของงานพุทธศิลปะชิ้นนี้ และนอกจากนี้ที่วัดเขาดีสลักแห่งนี้ ยังขุดค้นพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูปและโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด ทุกปีทางวัดจะมีงาน ประเพณีตักบาตรเทโว วัดเขาดีสลัก ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 มีพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 200 รูป ซึ่งพระภิกษุสงฆ์จะเดินลงมาจาก มณฑปรอยพระพุทธบาทตามบันไดนาค โดยมีประธานสงฆ์พรมน้ำพระพุทธมนต์ มีขบวนเสลี่ยงพระพุทธ ขบวนเทวดา ขบวนนางฟ้า ขบวนกลองยาว ขบวนเปรต การแสดงพื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ และสร้างมณฑปทรงไทยสวยงามครอบไว้ มีการดูแลโดยรอบบริเวณอย่างดี มีถนนราดยางขึ้นสู่มณฑปบนยอดเขา มองเห็นทุ่งโล่งกว้าง และทิวเขาสลับสับซ้อนของอำเภออู่ทอง และสร้างระฆัง 72 ใบ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 72...
Read moreรอยพระพุทธบาทที่วัดเขาดีสลัก เป็นรอยพระพุทธบาทแบบนูนซึ่งแตกต่างจากรอยพระพุทธบาท อื่นๆในบ้านเราที่เป็นแบบเว้าสลักบนหินทรายแดงขนาดกว้าง 66 เซนติเมตร ยาว 142 เซนติเมตร ลักษณะเด่นของรอยพระพุทธบาทนี้คือ มีการสลักลวดลายมงคล 108 ประการอยู่ในรูปวงกลมเป็นดวงๆเรียงเป็นแถวๆละ 8 ดวง ตรงกลางมีภาพธรรมจักร 16 ซี่เป็นศุนย์กลางของพระบาท บริเวณนิ้วพระบาทจะทำเป็นรูปก้นหอย ซึ่งเป็นลวดลายของสมัยทวารวดี นักวิชาการจึงเชื่อว่ารอยพระบาทนี้น่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ได้มาทำการปรับปรุงมณฑปและวิหารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เมื่อวันที่ 4 กันยายน2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นประธานยกยอดพุ่มข้าวบิณฑ์องค์พระมณฑปแห่งนี้ การขึ้นสักการะรอยพระพุทธบาทท่านสามารถเดินขึ้นบนไดนาคหรือขับรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ บนยอดเขาวิวสวยมากๆลมเย็นตลอดเวลาซึ่งบันไดนาคนี้ทางวัดเขาดีสลักจะใช้ในการจัดงานตักบาตรเทโวทุกปี โดยพระจะเดินจากยอดเขาลงไปด้านล่างเป็นภาพที่สวยงาม มาเมืองโบราณอู่ทองแล้ว ขับรถไปอีก 12 กิโลเมตรจะถึงวัดเขาดีสลักได้ไปสักการะรอยพระ พุทบาทสักครั้ง...
Read moreวัดเขาดีสลักตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2470 ไม่ทราบประวัติความเป็นมาที่แน่นอน ได้สำรวจพบพระพุทธบาทที่คาดว่าอยู่ในสมัยทวารวดี ทำจากหินทรายอยู่บนยอดเขาเมื่อ พ.ศ. 2534 กรมศิลปากรร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรีได้จัดสร้างมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทนี้ไว้บนยอดเขา และพัฒนาปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์วัดนี้
วัดสวย บรรยากาศดี วิวสวย โบราณสถานภายในวัด ได้แก่ รอยพระพุทธบาทหินทรายสีแดง[1] เป็นรอยพระพุทธบาทนูนต่ำ ขนาดกว้างประมาณ 65.5 ซม. ยาว 141.5 ซม.[2] สลักลวดลายมงคล 108 ประการในกรอบวงกลม มีลักษณะศิลปะทวารวดีตอนปลายที่ได้รับอิทธิพลศิลปะขอม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 และมีซากเจดีย์บนยอดเขา เป็นเนินโบราณสถานก่อด้วยอิฐผสมก้อนหินปูนธรรมชาติ โบราณสถานแห่งนี้ถูกลักลอบขุดทำลายเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถระบุรูปทรงได้ อิฐที่พบเป็นอิฐสมัยอยุธยา มีอิฐสมัยทวารวดีเป็นส่วนน้อย จึงสันนิษฐานว่าคงเป็นโบราณสถานสมัยทวารวดีแล้วมีการซ่อมแซมบูรณะในสมัยอยุธยา หรืออาจเป็นโบราณสถานสมัยอยุธยาที่เก็บอิฐสมัยทวารวดีจากบริเวณใกล้เคียงมาเป็นวัสดุก่อสร้างในบางส่วน นอกจากนี้ยังขุดค้นพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูปและโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด
ทุกปีทางวัดจะมีงานประเพณีตักบาตรเทโว ในวันแรม 1...
Read more