Wat Bang Kraeng" is a temple affiliated with the Theravada Buddhist monastic community, belonging to the Mahanikaya sect. It is located adjacent to the Bang Kraeng Canal in Moo 3, Bang Kraeng Village, Bang Kraeng Subdistrict, Mueang Nonthaburi District, Nonthaburi Province. The temple occupies a land area of 10 Rai 80 Square Wah.
The temple was established in the year 2400 B.E., but it may have been built earlier, and information about the founders is not available. The name of the temple is likely derived from the nearby canal. The temple underwent reconstruction in 2493 B.E., with a new Ubosot (ordination hall) built to replace the original structure, and other renovations and constructions were carried out. The temple received royal sponsorship in the year 2400 B.E.
The significant structures within the temple include the Ubosot, measuring 8 meters in width and 23 meters in length, constructed in 2493 B.E. The building is made of brick and mortar. There are 10 additional buildings, including wooden and reinforced concrete structures, consisting of nine traditional Thai-style buildings, one Bell Tower, a two-story building, a sermon hall built in 2460 B.E., and a scripture library built...
Read moreวัดเก่าแก่ขนาดใหญ่พอควร ชื่อของวัดคงเรียกตามชื่อคลองที่อยู่หน้าวัด ไม่ทราบประวัติและนามผู้สร้าง สันนิษฐานว่าอาจจะมีมาก่อนการบูรณปฏิสังขรณ์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาวัดได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยการสร้างอุโบสถขึ้นใหม่แทนหลังเดิม และปรับปรุงก่อสร้างเสนาสนะอื่นอีก วัดตั้งอยู่ริมคลองบางกร่างฝั่งใต้ ในซอยบางกร่าง 63 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย เข้าซอยไม่ลึกเมื่อข้ามคลองจะเห็นพระปางลีลา มีเจดีย์ยอดปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ด้านซ้ายมือเป็นพระอุโบสถ แบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันมีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ อยู่เหนือภาพตอนอธิฐานเพศบรรพชิต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เสาย่อมุมไม้สิบสอง หัวเสามีบัวแวง ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง มีพระปางสมาธิศิลปะสมัยอยุธยา เป็นพระประธาน มีพระอัครสาวกยืน 2 ข้าง ข้างหน้ามีพระปางสมาธิขนาดรอง และพระปางมารวิชัย 2 ข้าง ตั้งบนฐานชุกชีเดียวกันแบบสมัยอยุธยา ใบเสมาอยู่ในซุ้มยอดเจดีย์ 8 ทิศ ด้านหล้งเป็นศาลาเอนกประสงค์ มีหลวงพ่อแกละพระปางมารวิชัยศิลปะอู่ทอง เดิมเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบางนางแกละ ซึ่งเป็นวัดร้างอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด เมื่อ พ.ศ.2504 หลวงปู่ชมได้ชะลอมาทางคลองบางกร่าง แล้วสร้างวิหารประดิษฐานไว้ริมคลอง จากนั้นวิหารทรุดโทรมลง จึงได้ย้ายมาที่ปัจจุบันเมื่อ พ.ศ.2551 ถัดเข้าไปด้านหลังวัดมีศาลาการเปรียญหลังใหม่สูง 2 ชั้น กำลังสร้างใกล้เสร็จแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มาไหว้พระ 9 วัดแถบบางสีทอง วันนี้ผมมาไหว้พระต่อแถบบางกร่าง เริ่มจากวัดพุฒิปรางค์ปราโมทย์ วัดโตนด (บางกร่าง) วัดบางระโหง วัดขวัญเมือง วัดประชารังสรรค์ วัดโบสถ์ดอนพรหม วัดแคใน และวัดปราสาทก่อนมาวัดบางกร่างเป็นวัดที่ 9...
Read moreวัดเก่ามาแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมมีวัดที่สร้างอยู่ก่อนชื่อวัดแกละ แต่ร้างไปในภายหลัง จนกระทั่งชาวบ้านบางกร่างได้รวมกันสร้างวัดขึ้นใหม่ โดยการผนวกวัดแกละร้างนี้เข้าด้วยกัน ดังเปนวัดบางกร่างมาจนทุกวันนี้ สิ่งที่เหลืออยู่เดิมของวัดแกละ คือพระพุทธรูปหินทรายแกะสลัก ศิลปะอยุธยาอู่ทองเก่า ยังคน งตั้งให้กราบไหว้ได้ที่ศาลา ภายในพระอุโบสถมีพระประธานปางสมาธิ หินทรายแกะสลักอยู่...
Read more