วันนี้ขอพาเที่ยวดินแดนขององค์พญาครุฑครับ Wat Phathong, The Temple of Garuda
อยากบูชาท้าวเวสสุวรรณต้องไปวัดจุฬามณี อยากบูชาพญาครุฑต้องไปวัดโพธิทอง บางมด
ประวัติวัดโพธิทอง วัดโพธิทอง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บริเวณที่คลองลัดขี้เหล็กตัดกับคลองเจ้าคุณ ในแขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร วัดโพธิทองตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 เดิมชื่อ วัดทุ่ง สันนิษฐานว่าตระกูลบุนนาคเป็นผู้สร้าง เพราะตระกูลนี้มีสวนและที่นาอยู่บริเวณนี้ และให้ชาวเขมรที่อพยพมาทำไร่ทำนาบริเวณคลองเจ้าคุณ ต่อมาคลองนี้เรียกว่า คลองเขมร ที่ตั้งวัดอยู่ปลายสุดของสวนและนาที่เขมรทำอยู่ เดิมอุโบสถทำด้วยไม้ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัด แต่ไม่ปรากฏว่าสร้างอุโบสถเมื่อใด คาดว่าอุโบสถหลังนี้ได้ถูกยกเลิกไปหลังผูกพัทธสีมาอุโบสถหลังใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2450 ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดโพธิทอง" ด้วยเหตุผลที่ว่าบริเวณคลองบางปะแก้วมีวัดโพธิ์แก้วอยู่ทางต้นคลอง จึงตั้งชื่อ "วัดโพธิทอง" ควบคู่กันไป วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2513 อุโบสถหลังใหม่สร้างแทนหลังเดิมเมื่อ พ.ศ. 2515 บูรณะซ่อมแซมเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2555 ได้บูรณะอีกครั้ง ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตัก 60 นิ้ว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสถาบันเพาะช่าง ภาพพระราชกรณียกิจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครุฑ หรือ อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “สุบรรณ” หมายถึง ขนวิเศษ แต่เดิมครุฑมีนามว่า “เวนไตย” เกิดจากนางวินตา ครุฑแต่กำเนิดเกิดมามีกำลังมหาศาล มีรัศมีสีทองสว่างไสวกว่าพระอาทิตย์นับร้อยเท่า มีศรีษะ จะงอยปาก และปีกเหมือนนกอินทรี แต่แขนขา เหมือนมนุษย์ หลวงพ่อวราห์ ปุญญวโร (พระครูวิศิษฏ์วิทยาคม) หลวงพ่อวราห์ เกิดในครอบครัวที่มีบิดาเป็นชาวไทยมุสลิม ส่วนมารดาเป็นชาวไทยพุทธ ทำให้ในวัยเด็กท่านจึงนับถือทั้ง 2 ศาสนา ท่านถือกำเนิดที่ย่านบางมด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2504 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2527 เกิดอุทกภัยขึ้น ทำให้ครอบครัวของท่านได้รับความเดือดร้อน ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ครอบครัวของท่านรอดพ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปคำขอของท่านก็เป็นจริง ท่านจึงเข้าอุปสมบทตามที่ได้บนบานไว้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์ทอง หลังจากบวชเรียน ท่านได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วทุกสารทิศตั้งแต่เหนือสุดจรดใต้สุด เพื่อศึกษาวิชาธรรมะต่าง ๆ กับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในหลาย ๆ สำนัก โดยท่านมีความสนใจในด้านวิชาอาคม และด้านโหราศาสตร์ และนอกจากนี้ท่านยังได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาตำราพุทธศาสนาในต่างประเทศอีกด้วย เมื่อท่านได้ศึกษาเล่าเรียนธรรมะจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงเดินทางกลับมาที่วัดโพธิ์ทองเพื่อสงเคราะห์ญาติโยม และศรัทธาสาธุชนทั้งหลายที่ต่างเดินทางมาพึ่งใบบุญของท่าน ท่านพระอาจารย์วราห์ ได้สร้าง องค์ "พญาครุฑ" เพื่อให้ผู้มีความศรัทธาได้บูชาวัตถุมงคลเพื่อเป็นเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดโพธิ์ทอง ทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย หลายๆคนที่ได้บูชาพญาครุฑที่หลวงพ่อวราห์ปลุกเสกขึ้นมานั้น ล้วนแล้วแต่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเจริญรุ่งเรือง ค้าขายคล่องตัว มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ...
Read more"วัดโพธิ์ทอง" เป็นที่รู้จักแพร่หลาย กว้างไกล ในหมู่ของผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ทั้งเรื่องครอบครัว ความรัก การงาน สุขภาพ ครบเครื่องเรื่องทุกข์ที่มนุษย์มักจะวิ่งหาที่พึ่งก่อนคิดช่วยตัวเอง
ประวัติของวัดโพธิ์ทองจากคำบอกเล่า ของ พระอาจารย์วราห์ ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ที่เติบโตมาจากครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม
วัดโพธิ์ทอง เดิมชื่อ วัดทุ่ง มีอายุเก่าแก่ยาวนับร้อยกว่าปี สันนิษฐานจากคำบอกเล่าของ หลวงพ่อโอภาสี ผู้ทรงคุณวิเศษด้านกสิณไฟ แห่งวัดบางมด ในปี พ.ศ. 2498 เรือกสวนละแวกบางมดส่วนใหญ่เป็นที่ครอบครองของคนในตระกูลบุนนาค ซึ่งแบ่งที่ทางละแวกคลองเจ้าคุณให้ชาวเขมรซึ่งอพยพมาได้อาศัยทำไร่ทำสวนเลี้ยงชีพ พอเขมรมาอาศัยจำนวนเพิ่มขึ้น คลองเจ้าคุณก็เลยถูกเปลี่ยนคำเรียกขานเป็น "คลองเขมร"
สภาพปัจจุบันของคลองเขมรดำสนิท และส่งกลิ่นเหม็น ที่ตั้งของวัดโพธิ์ทอง หรือ วัดทุ่ง อยู่ท้ายสวนและที่นาของชาวเขมรมาไกลทีเดียว ปัจจุบันถ้าจะไปวัดโพธิ์ทองเดินทางเข้ามาทางซอยสุขสวัสดิ์ 26 แล้วขับรถมาตามป้าย ซอยสุขสวัสดิ์ 26 ซึ่งค่อนข้างแคบ แต่ยังพอขับสวนกันไปมาได้แบบเอื้ออาทร
วัดโพธิ์ทอง มีชื่อเป็นที่รู้จักครั้งเมื่อ พระครูวิศิษฏ์วิทยาคม หรือพระอาจารย์วราห์ ปุญญวโร เป็นเจ้าอาวาส เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่า วัตถุมงคลของวัดคือ พระครุฑ จนได้รับการยกย่องว่า เป็นราชาแห่งครุฑ เลยทีเดียว
แม้ก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของวัดนี้จะโด่งดังเล่าขานในเรื่องความมหัศจรรย์ของพระยามุจลินทร์นาคราชก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่แปลก การสร้างวัตถุมงคลจากรูปสมมุติของพญานาค สำหรับวัดโพธิ์ทองกลับไม่เป็นที่รู้จักมากเท่ากับพระครุฑ... วัดโพธิ์ทอง มีคนพูดถึงและเดินทางมากันมาก แต่น้อยคนนักที่มาถึงวัดนี้แล้วจะเดินเข้าโบสถ์เพื่อสักการะพระพุทธรูปในโบสถ์ กลับไปเข้าแถวรอบัตรคิว เพื่อรับคำบอกเล่าจากพระอาจารย์วราห์ ทั้งที่วัดโพธิ์ทองมีอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนถึงพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 โดยศิลปินแห่งชาติด้านจิตรกรรม
ปัจจุบันกำลังเขียนภาพจิตกรรมประวัติศาสตร์ ภาพเหตุการณ์ในพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 10 ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้สวยงามสมกับเป็นฝีมือของศิลปินแห่งชาติ ภายในวัดยังมีเรือนไทยเก่าแก่ที่อยู่คู่กับวัด มีเรื่องเล่าของรัชกาลที่ 5 ที่น่าสนใจทั้งเรื่องการเลิกทาสที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพวาด และตัวหนังสือ
"ทาสทางกายข้าปลดปล่อยให้เจ้าแล้ว แต่ทาสทางใจเจ้าต้องปลดปล่อยเอง” พระราชดำรัสของรัชกาลที่ 5 ครั้งเมื่อพระองค์ทรงประกาศเลิกทาส เมื่อวันที่ 1...
Read moreวัดโพธิ์ทอง The Temple of Garuda เขตจอมทอง กรุงเทพฯ
วันพฤหัสบดีที่ 13 มี.ค. 2568
วัดดังในเขตจอมทอง บางมด พระราม 2 อยู่ใน ซอยสุขสวัสดิ์ 26 เห็นโดมสีทองมาแต่ไกล เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
เด่นดังในเรื่องของพญาครุฑ และพญานาคราช คนนิยมมาขอพร เสริมอำนาจเสริมบารมี ความมั่งคั่ง มั่นคงในชีวิต กับคำสอนของเจ้าอาวาส วราห์ ศรัทธาได้แต่อย่างงมงาย คนนิยมเช่าเหรียญพญาครุฑไปบูชา ราคาขึ้นอยู่ตามแต่ละรุ่น
วัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 เดิมชื่อ วัดทุ่ง สันนิษฐานว่าตระกูลบุนนาคเป็นผู้สร้าง เพราะตระกูลนี้มีสวนและที่นาอยู่บริเวณนี้ และให้ชาวเขมรที่อพยพมาทำไร่ทำนาบริเวณคลองเจ้าคุณ ต่อมาคลองนี้เรียกว่า คลองเขมร ที่ตั้งวัดอยู่ปลายสุดของสวนและนาที่เขมรทำอยู่ เดิมอุโบสถทำด้วยไม้ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัด แต่ไม่ปรากฏว่าสร้างอุโบสถเมื่อใด คาดว่าอุโบสถหลังนี้ได้ถูกยกเลิกไปหลังผูกพัทธสีมาอุโบสถหลังใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2450 ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดโพธิทอง" ด้วยเหตุผลที่ว่าบริเวณคลองบางปะแก้วมีวัดโพธิ์แก้วอยู่ทางต้นคลอง จึงตั้งชื่อ "วัดโพธิ์ทอง" ควบคู่กันไป วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2513
ครุฑ หรือ อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “สุบรรณ” หมายถึง ขนวิเศษ แต่เดิมครุฑมีนามว่า “เวนไตย” เกิดจากนางวินตา ครุฑแต่กำเนิดเกิดมามีกำลังมหาศาล มีรัศมีสีทองสว่างไสวกว่าพระอาทิตย์นับร้อยเท่า มีศรีษะ จะงอยปาก และปีกเหมือนนกอินทรี แต่แขนขา เหมือนมนุษย์
มีความเชื่อศรัทธากันว่า บูชาพญาครุฑ แล้วจะเสริมส่งเรื่องหน้าที่การงาน หนุนนำชื่อเสียง รวมทั้งเพิ่มอำนาจวาสนาบารมี นับเป็นเครื่องรางของขลังที่มีพุทธคุณขึ้นชื่อทางด้านอำนาจบารมี เสริมพลังผู้นำ ป้องกันภูตผีปีศาจไม่ให้กล้ำกรายเข้าใกล้ รอดพ้นภยันตรายได้ ในประเทศไทยมีความเชื่อผูกโยงเรื่องครุฑกับนาค จึงมีสถานที่ที่สร้างครุฑและนาคไว้มากมายหลายแห่ง วัดโพธิ์ทอง เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เน้นการบูชาไปทางฝ่ายครุฑ
ภายในมีจุดสักการะหลายจุด มีองค์พญาครุฑ, พระพิฆเนศ, พญาสุบรรณเทวราช, พระสยามเทวธิราช, พระพรหม, พญานาคราชอีกหลายองค์
วัดน่าจะทำแผนที่บอกจุดต่างๆ หน่อย
วัดมี 2 โซน มีที่จอดรถ
โซนด้านหน้า วิหารเทพต่างๆ
โซนด้านใน ซุ้มประตูหน้าวัดโพธิ์ทอง ศาลาพญาครุฑ ศาลหลวงปู่หลิม โบสถ์ (ตอนที่ไป ปิด ดูด้านนอก สวยงามมาก) ตึกกรรมฐาน ศาลปู่พญามุจรินทร์นาคราช กรงนก
หลีกเลี่ยงการมาไหว้เวลาเย็น จันทร์-ศุกร์ รถติด...
Read more