เป็นวัดประจำอำเภอ ตอนเด็กๆ ไปเที่ยวตลอดมีงานทุกเทศกาล ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่ค่อยทำบุญที่วัดนี้(เพราะครอบครัวเป็นโยมอุปัฏฐากวัดดงสัก) แต่โดยทางอ้อมแล้วจะไปเที่ยวงานวัดซะมากกว่า และถ้าจะไปทำบุญที่วัดนี้จริงๆ ก็จะเป็นการไปทำแบบเฉพาะเจาะจงกับพระรูปหนึ่งที่ปลีกวิเวก อยู่ในป่าช้าท้ายวัดริมแม่น้ำซะมากกว่า(สมัยก่อนบริเวณนั้นน่ากล้วมาก) ที่จำได้แม่นยำเลยเพราะว่าทุกวันเกิดของพี่ๆน้องๆ จะพากันมาที่นี้มาหา "หลวงตาแสง" เราจะมากันแต่เช้าด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัวตามประสาเด็กไปพร้อมอาหาร เพราะหลวงตาแกไม่ได้อยู่กุฎิเหมือนพระทั่วไป แกสร้างที่พักของแกเหมือนถ้ำ จนทุกคนในบ้านเรียกจนติดปากว่า "ถ้ำหลวงตาแสง" หน้าปากถ้ำจะมียักษ์อยู่ 2 ตน(ถ้าจำไม่ผิด) แต่ข้างในจะมืดเหือนเดินเข้าไปในถ้ำจริงๆ และยังมีรูปปั้นข้างในอีกหลายรูปที่หลวงตาปั้นขึ้นมาเอง แต่ที่แปลกใจคือที่รูปปั้นมีผมด้วย ที่จำความได้ว่าพ่อถามหหลวงตาว่า เอาผมมาจากไหน เหมือนจะได้คำตอบว่าเอามาจากศพคนตายผู้หญิง (ไม่รู้ว่าหลวงตาจะหลอกให้เด็กกลัวหรือเปล่าเลยตอบแบบนั้น) พ่อก็นั่งคุยอยู่สักพักหลวงตาก็ให้ศีลให้พร พรมน้ำมนต์ แล้วบอกว่าให้ตั้งใจเรียนนะ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน หรือไม่อย่างนั้นจะมาบวชเป็นเณรมาอยู่กับหลวงตามั๊ย พอฟังอย่างขอตั้งใจเรียนดีกว่า...
Read moreเป็นวัดที่ร่มรื่นมากมีสิ่งสักการะบูชาพระรัตนตรัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สุดไปกี่ครั้งก็ร่มรื่นแต่น่าเสียดายที่วันนั้นตั้งใจจะไปลอดโบสถ์แต่ช่วงนี่ทางวัดได้ปิดเพราะช่วงสถานะการณ์โควิดจึงได้แต่ไหว้อยู่นอกโบสถ์แค่นี้ก็ถือว่าเราได้ทำบุญไหว้พระแล้วไว้มีโอกาสและทางวัดได้เปิดให้มีการลอดโบสถ์จะกลับไปเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเองแน่นอนตอนนี้ก็ชมภาพภายในวัดกันไปก่อนนะครั...
Read moreเป็นวัดบ้านเกิด เป็นวัดที่บรรพบุรุษ สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ลุงป้าน้าอา ทำบุญสืบทอดกันมาแม่เราเองก็มาร่วมสร้างถาวรวัตถุไว้หลายชิ้นอยู่ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็เป็นเครือญาติกัน วัดก็เจริญมาตามลำดับ เมื่อวันสิ้นปี(31/12/256) เขามีการหล่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ก็เลยมาร่วม ทำบุญก่อนขึ้นปีใหม่ ก่อนหน้านั้น...
Read more