HTML SitemapExplore

วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) — Local services in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization

Name
วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Treeriva Cafe Ayutthaya
2 หมู่12 Thanu, Uthai District, Phra Nakhon Si Ayutthaya 13210, Thailand
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) tourism.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) hotels.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) bed and breakfast. flights to วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง).วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) attractions.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) restaurants.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) local services.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) travel.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) travel guide.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) travel blog.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) pictures.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) photos.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) travel tips.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) maps.วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) things to do.
วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง) things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)
ThailandPhra Nakhon Si Ayutthaya ProvinceKhao Mao Subdistrict Administrative Organizationวัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)

Basic Info

วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)

37 หมู่ที่ 6, ตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, 13000, Khao Mao, Uthai District, Phra Nakhon Si Ayutthaya 13210, Thailand
4.8(53)
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Scenic
Family friendly
Off the beaten path
attractions: , restaurants: Treeriva Cafe Ayutthaya, local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Nearby restaurants of วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)

Treeriva Cafe Ayutthaya

Treeriva Cafe Ayutthaya

Treeriva Cafe Ayutthaya

4.6

(117)

Open until 9:00 PM
Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Posts

Chanthawat BoonprasertsriChanthawat Boonprasertsri
สักการะ หลวงพ่อแก้ว สารพัดนึก วัดคลังทอง(โกโรโกโส) จ.อยุธยา วัดคลังทอง(โกโรโกโส) คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีประวัติการสร้างวัดอยู่หลายเรื่อง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ต่อมาชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมมือกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแก ชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า หลวงพ่อคอน สุริญาโน (พระราชมงคลมุณี) ได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์ จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุ อีกเรื่องเล่าหนึ่ง มีชาวจีนสองคน คือ "อาโกโร" และ "อาโกโส" (อาโก คือ พี่สาวหรือน้องสาวของพ่อภาษาแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นโดยมิได้ตั้งชื่อเสียงเรียงนาม ชาวบ้านที่รู้ว่าท่านทั้งสองสร้างวัดจึงพากันเรียกว่า วัดอาโกโรอาโกโส ต่อมาทางการขนานนามให้ว่า "วัดคลังทอง" แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมเรียกกันต่อมาว่า "วัดอาโกโรอาโกโส" ครั้นนานวันเข้าก็หายกลายเป็น "วัดโกโรโกโส" ปัจจุบัน วัดนี้ไม่มีภิกษุจำพรรษา ไม่มีโบสถ์ วิหาร มีเพียงชื่อวัดกับศาสนสถานและสมบัติบางอย่างเท่านั้นครับ
ธวัชชัย อารีย์ธวัชชัย อารีย์
วัดโกโรโกโส เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ฝั่งคลองข้าวเม่าตรงข้ามกับบ้านคลองธนู ในตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดโกโรโกโส เดิมชื่อ วัดคลังทอง คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีวัดโกโรโกโส มีหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปประธานภายในวิหาร ประภัสสร์ ชูวิเชียร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอยุธยาตอนต้นถึงกลาง ช่วงพุทธศตวรรษที่ 20–21 สังเกตได้จากพระพักตร์รูปเหลี่ยมและลักษณะบางประการที่สามารถเทียบเคียงได้กับพระพุทธรูปหินทรายที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานั้น ส่วนรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ระบุว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่น 3 ตอนปลาย สังเกตได้จากลักษณะการทำพระพักตร์รูปไข่ มีเส้นไรพระศก การทำสังฆาฏิเป็นแผ่นยาวจรดพระนาภี ปลายแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ แต่พระพักตร์มีลักษณะอิ่ม กำหนดอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลาย เชื่อมต่อต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ประวัติ พระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา
Charming_JourneyCharming_Journey
วัดโกโรโกส หรือวัดคลังทอง เป็นวัดขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมคลองข้าวเม่า ซึ่งเคยเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญสมัยสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะกองทัพพระเจ้าตากเมื่อครั้งเสด็จออกจากพระนครคราวเสียกรุง ได้แวะวัดนี้และกราบขอพรหลวงพ่อดำในพระอุโบสถ ขอให้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จ เมื่อชาวบ้านในละแวกนี้ทราบข่าวจึงได้ช่วยกันตำข้าวเม่าให้เป็นเสบียงกองทัพ และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งคลองก็ช่วยกันทำธนูเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก ต่อมาทัพพม่ารู้ข่าวว่าหมู่บ้านแถวนี้เป็นที่ซ่องสุมกำลังคน จึงบุกมาเผาทำลายจนสิ้น เมื่อพระเจ้าตากกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่าว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า ส่วนฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแกชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งสำคัญภายในวัดก็คือพิพิธภัณฑ์วัดโกโรโกโส จัดแสดงความเป็นมาของวัด และประวัติศาสตร์วิถีชุมชนในย่านนี้ พระบรมรูปพระเจ้าตากสินทรงม้า เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงพระองค์ และวิหารหลวงพ่อดำ หรือหลวงพ่อแก้วสารพัดนึกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แกะสลักจากหินทรายศิลปะอยุธยาแบบอู่ทอง ที่ประชาชนนิยมมากราบไหว้เพื่อขอให้สิ่งต่างๆ สำเร็จดังหวัง
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

สักการะ หลวงพ่อแก้ว สารพัดนึก วัดคลังทอง(โกโรโกโส) จ.อยุธยา วัดคลังทอง(โกโรโกโส) คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีประวัติการสร้างวัดอยู่หลายเรื่อง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ต่อมาชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมมือกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแก ชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า หลวงพ่อคอน สุริญาโน (พระราชมงคลมุณี) ได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์ จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุ อีกเรื่องเล่าหนึ่ง มีชาวจีนสองคน คือ "อาโกโร" และ "อาโกโส" (อาโก คือ พี่สาวหรือน้องสาวของพ่อภาษาแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นโดยมิได้ตั้งชื่อเสียงเรียงนาม ชาวบ้านที่รู้ว่าท่านทั้งสองสร้างวัดจึงพากันเรียกว่า วัดอาโกโรอาโกโส ต่อมาทางการขนานนามให้ว่า "วัดคลังทอง" แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมเรียกกันต่อมาว่า "วัดอาโกโรอาโกโส" ครั้นนานวันเข้าก็หายกลายเป็น "วัดโกโรโกโส" ปัจจุบัน วัดนี้ไม่มีภิกษุจำพรรษา ไม่มีโบสถ์ วิหาร มีเพียงชื่อวัดกับศาสนสถานและสมบัติบางอย่างเท่านั้นครับ
Chanthawat Boonprasertsri

Chanthawat Boonprasertsri

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
วัดโกโรโกโส เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ฝั่งคลองข้าวเม่าตรงข้ามกับบ้านคลองธนู ในตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดโกโรโกโส เดิมชื่อ วัดคลังทอง คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีวัดโกโรโกโส มีหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปประธานภายในวิหาร ประภัสสร์ ชูวิเชียร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอยุธยาตอนต้นถึงกลาง ช่วงพุทธศตวรรษที่ 20–21 สังเกตได้จากพระพักตร์รูปเหลี่ยมและลักษณะบางประการที่สามารถเทียบเคียงได้กับพระพุทธรูปหินทรายที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานั้น ส่วนรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ระบุว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่น 3 ตอนปลาย สังเกตได้จากลักษณะการทำพระพักตร์รูปไข่ มีเส้นไรพระศก การทำสังฆาฏิเป็นแผ่นยาวจรดพระนาภี ปลายแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ แต่พระพักตร์มีลักษณะอิ่ม กำหนดอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลาย เชื่อมต่อต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ประวัติ พระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา
ธวัชชัย อารีย์

ธวัชชัย อารีย์

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Khao Mao Subdistrict Administrative Organization

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดโกโรโกส หรือวัดคลังทอง เป็นวัดขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมคลองข้าวเม่า ซึ่งเคยเป็นเส้นทางเดินทัพสำคัญสมัยสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะกองทัพพระเจ้าตากเมื่อครั้งเสด็จออกจากพระนครคราวเสียกรุง ได้แวะวัดนี้และกราบขอพรหลวงพ่อดำในพระอุโบสถ ขอให้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จ เมื่อชาวบ้านในละแวกนี้ทราบข่าวจึงได้ช่วยกันตำข้าวเม่าให้เป็นเสบียงกองทัพ และชาวบ้านที่อยู่อีกฝั่งคลองก็ช่วยกันทำธนูเพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก ต่อมาทัพพม่ารู้ข่าวว่าหมู่บ้านแถวนี้เป็นที่ซ่องสุมกำลังคน จึงบุกมาเผาทำลายจนสิ้น เมื่อพระเจ้าตากกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่าว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า ส่วนฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแกชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งสำคัญภายในวัดก็คือพิพิธภัณฑ์วัดโกโรโกโส จัดแสดงความเป็นมาของวัด และประวัติศาสตร์วิถีชุมชนในย่านนี้ พระบรมรูปพระเจ้าตากสินทรงม้า เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงพระองค์ และวิหารหลวงพ่อดำ หรือหลวงพ่อแก้วสารพัดนึกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แกะสลักจากหินทรายศิลปะอยุธยาแบบอู่ทอง ที่ประชาชนนิยมมากราบไหว้เพื่อขอให้สิ่งต่างๆ สำเร็จดังหวัง
Charming_Journey

Charming_Journey

See more posts
See more posts

Reviews of วัดโกโรโกโส(วัดคลังทอง)

4.8
(53)
avatar
3.0
1y

สักการะ หลวงพ่อแก้ว สารพัดนึก วัดคลังทอง(โกโรโกโส) จ.อยุธยา

วัดคลังทอง(โกโรโกโส) คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีประวัติการสร้างวัดอยู่หลายเรื่อง

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น จนเป็นวัดร้างตั้งแต่บัดนั้นมา ต่อมาชาวบ้าน และพระภิกษุคิดจะบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงได้ร่วมมือกันสร้างวัดใหม่ซึ่งอยูฝั่งตรงข้ามชื่อว่า วัดสะแก ชาวบ้านจึงเรียกวัดเก่านี้ว่า "วัดโกโรโกโส" จนติดปากเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า หลวงพ่อคอน สุริญาโน (พระราชมงคลมุณี) ได้เห็นสภาพของวัดโกโรโกโสอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก จึงได้บูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อคอนเห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือหลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ควรที่จะอนุรักษ์ จึงสร้างซุ้มคลุมองค์พระพุทธรูป และต่อเศียรพระพุทธรูปให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุ

อีกเรื่องเล่าหนึ่ง มีชาวจีนสองคน คือ "อาโกโร" และ "อาโกโส" (อาโก คือ พี่สาวหรือน้องสาวของพ่อภาษาแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นโดยมิได้ตั้งชื่อเสียงเรียงนาม ชาวบ้านที่รู้ว่าท่านทั้งสองสร้างวัดจึงพากันเรียกว่า วัดอาโกโรอาโกโส ต่อมาทางการขนานนามให้ว่า "วัดคลังทอง" แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมเรียกกันต่อมาว่า "วัดอาโกโรอาโกโส" ครั้นนานวันเข้าก็หายกลายเป็น "วัดโกโรโกโส"

ปัจจุบัน วัดนี้ไม่มีภิกษุจำพรรษา ไม่มีโบสถ์ วิหาร ...

   Read more
avatar
5.0
1y

วัดโกโรโกโส เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ฝั่งคลองข้าวเม่าตรงข้ามกับบ้านคลองธนู ในตำบลข้าวเม่า อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดโกโรโกโส เดิมชื่อ วัดคลังทอง คนในท้องที่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า วัดสี่โอ มีวัดโกโรโกโส มีหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปประธานภายในวิหาร ประภัสสร์ ชูวิเชียร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอยุธยาตอนต้นถึงกลาง ช่วงพุทธศตวรรษที่ 20–21 สังเกตได้จากพระพักตร์รูปเหลี่ยมและลักษณะบางประการที่สามารถเทียบเคียงได้กับพระพุทธรูปหินทรายที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานั้น ส่วนรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล ระบุว่าเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่น 3 ตอนปลาย สังเกตได้จากลักษณะการทำพระพักตร์รูปไข่ มีเส้นไรพระศก การทำสังฆาฏิเป็นแผ่นยาวจรดพระนาภี ปลายแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ แต่พระพักตร์มีลักษณะอิ่ม กำหนดอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลาย เชื่อมต่อต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ประวัติ พระเจ้าตากสินมหาราช ได้เดินทางพร้อมกับทหารมาทางทิศตะวันออก มาพบกับวัดคลังทอง จึงหยุดพักทัพ และได้ไปกราบขอพรพระในอุโบสถซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ชื่อ หลวงพ่อแก้ว (หลวงพ่อดำ) ท่านได้ขอพรว่า "ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถแห่งนี้ขอให้ข้าพระเจ้าได้กอบกู้เอกราชได้สำเร็จด้วยเทอญ เพื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่ที่อาศัย" เมื่อกล่าวคำเสร็จมีพวกชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือกองทัพของพระเจ้าตากสินโดยการตำข้าวเม่าเพื่อเป็นเสบียงในการออกเดินทางไปสู้รบและฝั่งตรงข้ามของคลองชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำธนู และอาวุธอื่น ๆ เพื่อเตรียมเอาไปสู้รบกับข้าศึก เมื่อพระเจ้าตากสินทำการสู้รบกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ ท่านได้ทรงพระราชทานชื่อหมู่บ้านให้ ทางฝั่งคลองที่ตำข้าวเม่า ทรงพระราชทานชื่อว่าหมู่บ้านคลองข้าวเม่า และฝั่งตรงข้ามที่ทำธนูได้พระราชทานชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านธนู ต่อมาได้รู้ถึงข้าศึกชาวพม่าว่าวัดคลังทองเป็นแหล่งขุมกำลังของคนไทย จึงจัดกองทัพมาเผาทำลายวัดและพวกชาวบ้านจนสิ้น...

   Read more
avatar
4.0
43w

กราบนมัสการหลวงพ่อดำ ขอให้สมปรารถนาดั่งสมญานามของท่าน หลวงพ่อแก้วสารพัดนึก

หลวงพ่อแก้วสารพัดนึก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า หลวงพ่อดำตามสีขององค์พระ เป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย สมัยอยุธยาตอนต้น ประดิษฐาน ณ วัดคลังทอง หรือวัดโกโรโกโส ริมคลองข้าวเม่า อยุธยา ใกล้กับวัดสะแกในระยะเดินถึง เพียงแค่เดินข้ามคลองก็ถึงแล้ว

ภายในวัดสะอาดสะอ้าน นอกจากวิหารหลวงพ่อดำแล้ว ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้วยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักแรมกองกำลังของพระองค์ เมื่อครั้งตีฝ่าวงล้อมกองทัพพม่า ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

วัดคลังทอง เป็นวัดขนาดเล็ก สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสี่โอ ต่อมามีชาวจีนแต้จิ๋ว 2 คนซึ่งค้าขายทางเรือผ่านมา แล้วเกิดศรัทธาได้บูรณะวัดขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดว่า วัดอาโกโรอาโกโส ตามชื่อคนบูรณะ (อาโก เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว หมายถึง พี่สาวหรือน้องสาวของพ่อ)

นานวันก็เรียกสั้นลงกลายเป็นวัดโกโรโกโสเช่นในปัจจุบัน ถึงแม้จะเปลี่ยนชื่อวัดเอีกครั้งป็นวัดคลังทอง แต่ชาวบ้านก็ยังคงเรียกวัดโกโรโกโสตามเดิม

ในอดีตอาณาเขตของวัดจะครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของโรงเรียนวัดสะแกในปัจจุบัน แต่ด้วยวัดถูกทำลายจากกองทัพพม่าหลังจากทราบข่าวว่าที่นี่เป็นที่ซ่องสุมกำลังของพระยาตาก จนตัววัดเสียหายเกินกว่าที่จะบูรณะได้ จึงถูกปล่อยร้าง

ปัจจุบันได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง แต่เหลือเพียงพื้นที่เล็ก ๆ...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next