มากราบสรีระสังขารหลวงปู่บุญมี มีอัฐิธาตุหลวงปู่ก๋งและหลวงพ่อฉลวย และรูปหล่อของท่าน ไปมาวันที่ 3/11/67 ส่วนประวัติก็ตามนี้ครับ
พระครูอาทรสิกขกิจ (หลวงพ่อบุญมี อิสฺสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี เดิมชื่อ บุญมี จันทร์แจ่ม เกิดที่บ้านเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๒ (ตรงแรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีกุน) บิดาชื่อ ผู้ใหญ่ต้น มารดาชื่อ นางทองม้วน มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๖ คน หลวงพ่อบุญมีเป็นบุตรคนที่ ๒ ปฐมวัย บิดาและมารดาได้นำไปฝากเรียนหนังสือและอักขระขอมกับ หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง วัดเขาสมอคอน ซึ่งเป็นสำนักศึกษาพระปริยัติธรรม ต่อมา หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง ได้บวชให้เป็นสามเณร และให้อยู่รับใช้อย่างใกล้ชิด โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการต่างๆ รวมทั้งได้ติดตามหลวงพ่อออกธุดงค์ เพื่อแสวงหาความสงบ และเจริญสมาธิอยู่เป็นประจำ เมื่ออายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดมุจรินทร์ ต.โคกสลุด อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๖๓ โดยมี พระครูสังวรโสภณ (หลวงพ่อสาย) วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผ่อง วัดมุจรินทร์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการแขก วัดหนองมน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "อิสฺสโร" หลังจากอุปสมบทแล้ว หลวงพ่อบุญมี ได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาสมอคอน เพื่อปฏิบัติกิจตามหน้าที่ของศิษย์ ที่มีต่อพระอาจารย์ คือ หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดคุณสมบัติและปฏิปทาจากหลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง หลวงพ่อบุญมี บวชได้ ๕ พรรษา หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋งก็ได้มรณภาพลง หลวงพ่อบุญมีจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา หลังจากนั้น หลวงพ่อบุญมีได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ เพิ่มเติมกับ หลวงพ่อสาย วัดเสือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน จากนั้นได้ศึกษาเพิ่มเติมกับ หลวงพ่อแขก วัดหนองมน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ของท่าน ส่วนอาจารย์ที่เป็นสายฆราวาส หลวงพ่อบุญมีได้ศึกษากับผู้ใหญ่บุญรอด จันทร์แจ่ม ซึ่งเป็นพี่ชายของท่านเอง หลวงพ่อบุญมี ได้เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา ระบบการทำงานของหัวใจล้มเหลว ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๕ สิริอายุรวม ๘๔ ปี ศิษย์เอกหลวงพ่อบุญมี คือ พระอุปัชฌาย์ฉลวย กลฺยาโณ เดิมชื่อ ฉลวย เสือเจริญ เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ปีมะโรง ที่บ้าน ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี มารดาชื่อนางไปล่ บิดาชื่อนายเหม่ง เสือเจริญ มีพี่น้องร่วมท้อง ๖ คน ปฐมวัย ได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนขั้นประถมศึกษาโรงเรียนวัดเขาสมอคอน พ.ศ. ๒๕๐๒ จบการศึกษาภาคบังคับ จากโรงเรียนวัดเขาสมอคอนได้ช่วยบิดามารดาทำงานจนอายุครบ ๒๑ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้อุปสมบทที่วัดเขาสมอคอน ขณะนั้นหลวงพ่อบุญมีเป็นเจ้าอาวาสและเป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์มิ่ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ (วัดถ้ำช้างเผือก) พระอธิการเปลี่ยน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ (ปัจจุบันลาสิขาบท) ขณะบวชได้ศึกษาพระธรรมวินัยสอบได้นักธรรมเอก ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และได้เป็นครูสอนนักธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ในวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ ตลอดมา พระอธิการฉลวยมีความชำนาญการในการบรรยายธรรม เขียนแบบแผนผังการก่อสร้าง อบรมเผยแผ่ธรรมะแก่ประชาชนทั่วๆไปและได้กำหนดให้พระภิกษุ สามเณรทุกรูปต้องทำวัตรสวดมนต์ และลงอุโบสถสังฆกรรมเป็นนิจ ต้องประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนาเป็นประจำ ท่านได้ดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อบุญมีอย่างใกล้ชิด จนถึงวาระสุดท้ายของหลวงพ่อ และหลวงพ่อบุญมีได้ถ่ายทอด วิชาอาคมและความรู้ต่างๆให้ ซึ่งท่านสนใจพยายามศึกษาเล่าเรียนจนรอบรู้ เมื่อบวชได้ ๕ พรรษา ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาส และคู่สวดในพ.ศ. ๒๕๒๔ ครั่นหลวงพ่อบุญมี มรณภาพในปีพ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์ฉลวย รักษาการแทนตำแหน่งเจ้าอาวาส อยู่ประมาณ ๒ เดือนเศษ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาสมอคอนสืบต่อไป ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองเจ้าคณะ ต.เขาสมอคอน ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เจ้าอธิการฉลวยเป็นพระผู้เสียสละได้ช่วยเหลืออนุเคราะห์บุคคลทั่วไปที่มาขอความช่วยเหลือจากท่านทุกเวลาโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ระยะหลังสุขภาพของท่านเริ่มเสื่อมโทรมลง โดยมีอาการปวดท้องเป็นประจำ ต่อมาวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ท่านได้ป่วยอย่างกระทันหันโดยมีการปวดท้องอย่างรุนแรง ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหมอประเจิด จ.สิงห์บุรี คณะแพทย์ได้ให้การรักษาแต่อาการไม่ดีขึ้นทางคณะ ศิษย์ได้ปรึกษากับแพทย์เพื่อจะขอย้ายเข้าไป รักษาที่โรงพยาบาลในกรุเทพฯ แต่คณะแพทย์ลงความเห็นว่า อาการของท่านหนักมาก เพราะไตวาย น้ำท่วมปอด จนอวัยวะภายในไม่ทำงาน หมดทางที่จะรักษาแต่สติสัมปชัญญะท่านดีมาก ขอกลับวัดและในวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เวลา ประมาณ ๑๘ นาฬิกา สานุศิษย์จึงได้นำพากลับวัด โดยจ้างพยาบาลดูแลจนถึงวาระสุดท้าย เมื่อเวลา ๒๓.๒๐ นาฬิกา พระเดชพระคุณเจ้าก็ได้ทิ้งสังขารด้วยอาการสงบ รวมศิริอายุ ๒๙ ปี ๑๖...
Read moreขึ้นชื่อว่า วัดสวย จังหวัดลพบุรี ก็ต้องเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ เพราะนอกจากจะมีเยอะมากมายแล้ว ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากรุงเทพ อีกด้วย ขับรถไม่นานก็มาเที่ยวได้เลย วันนี้พาทุกคนมาปักหมุดกันที่ วัดเขาสมอคอน ค่ะ นอกจากตัววัดจะสวยแล้ว วิวของที่นี่ก็ยังสวยมากอีกด้วยนะคะ ว่าแล้ว ก็ไปชมกันเลย วัดเขาสมอคอน ตั้งอยู่บนเทือกเขาสมอคอน ใน ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นวัดเก่าแก่ ที่มีหลักฐานมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว โดยจะมีเจดีย์ทรงลังกาย่อมุมไม้สิบสอง ทำบัวกลุ่มรองรับองค์ระฆังเอาไว้ ซึ่งเป็นรูปแบบของเจดีย์ที่นิยมในสมัยอยุธยามาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์นั่นเองค่ะ นอกจากนั้นก็มีโบสถ์และมณฑปที่สวยงามมากเช่นกัน แต่ที่เป็นไฮไลท์เลยคงจะหนีไม่พ้น รูปปั้นหนุมานยืนแบกเขา ที่ตั้งอย่างโดดเด่นกลางทุ่งนา โดยตามตำนานเกี่ยวกับหนุมานนั้น เล่าว่าหนุมานได้ไปหาต้นสังกรณีตรีชวา แต่ไม่พบเพราะเป็นเวลามืดแล้ว เลยเกรงว่าจะรุ่งสางเสียก่อน จึงคอนเอาภูเขามาทั้งลูกนั่นเองค่ะ ซึ่งรูปปั้นนี้ก็ได้ที่มามาจากในตอนนี้นั่นเอง ในบริเวณของ เขาสมอคอน นี้ถือว่าเป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์มีตำนานเก่าแก่อย่างมาก เช่น จากหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวไว้ว่า เขาสมอคอน เป็นที่อยู่ของ สุกกทันตฤาษี อาจารย์ของพระเจ้ารามคำแหงมหาราช และพระยางำเมือง กษัตริย์เมืองพะเยา ซึ่งน่าจะเป็นราชวงศ์หนองแส โยนกเชียงแสน ทั้ง 2 พระองค์ เพราะเมื่อทรงพระเยาว์...
Read moreโครงการกราบพระนอน 99 องค์ ปี 2564 องค์ที่ 47 พระนอน วัดเขาสมอคอน ท่าวุ้ง ลพบุรี พระนอนองค์นี้ประดิษฐานอยู่ในถ้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของเขาสมอคอน โดยมีเรื่องเล่าเขื่อมโยงกับรามเกียรติ์ ตอนที่พระลักษณ์ต้องหอกโมคศักดิ์ของกุมภกรรณ์ หนุมานต้องมาหายาไปถอนพิษ แล้วแบกไปทั้งเขา ส่วนหนึ่งตกลงมาเป็นเขาสมอคอน จึงมีการทำรูปหนุมานแบกเขาเป็นสัญลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสถ้ำนี้ ส่วนพระนอนในถ้ำ อยู่ในตำแหน่งพอดีจากเศียรพระถึงปลายพระบาทกับพื้นที่เชิงผนังถ้ำ ทำให้ไม่สามารถทำพระรัศมีบนเศียรได้ และยังมีของสำคัญอีกอย่างคือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ในศาลาด้วย องค์ต่อไป พระนอน วัดเขาวงกฏ บ้านหมี่ ลพบุรี องค์ก่อนหน้า พระพุทธไสยาสน์ วัดพระปรางค์มุณี...
Read more