🔹ม่อนกะละโกะโจ โทร.0637930019 🔹📌วิว: เช้า ทะเลหมอก+พระอาทิตย์ขึ้น บ่ายวิวเขาสลับซับซ้อน กลางคืน ดาวดวงโต แน่นๆเต็มฟ้า 🔹walk in ได้เลย หากเป็นช่วงเทศกาลแนะนำจองพื้นที่ก่อนขึ้นล่วงหน้าก่อนวันเข้าพัก 🔹เวลาที่เหมาะสมในการขึ้นม่อน คือ ช่วงบ่าย (รถลงจากม่อนหมดแล้ว ไม่มีรถสวน เพราะถนนแคบสวนทางลำบาก) หรือ เช้ามืด (ยังไม่มีรถลงจากม่อน) 🔹ที่พัก : ไม่มีบ้านพัก (✖บ้านพัก) 🔸ม่อนมีให้บริการ :✔มีเต๊นท์ให้เช่า พร้อมเครื่องนอน :✔นำเต๊นท์มาเองเช่าพื้นที่กางเต๊นท์ :✔เหมาลานส่วนตัวได้ (เหมาเฉพาะลาน ส่วน เต๊นท์ อาหารผู้เข้าพักนำมาเอง) ✔มีแพคเกจเหมาจ่าย 3วัน2คืน ห้องน้ำรวม (เต๊นท์นอน2-3คน เครื่องนอน+อาหาร5-6มื้อ เช้า ไข่ลวกไข่ดาวขนมปังข้าวต้ม กลางวันเป็นอาหารชุด(ภาคกลาง+พื้นเมือง สั่งได้ว่าจะทานอะไร) เย็นอาหารชุดหรือหมูกะทะ+น้ำแข็งน้ำดื่มตลอดวัน+รถรับส่งจาก อบต.แม่สามแล่บ+รถพาเที่ยว ทะเลหมอกสองแผ่นดิน และ หมอกกลางดอยแค้มป์ปิ้ง 🔹การเดินทาง : มีรถเช่ารับส่งราคา 2500-3000บาท/คัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร) จุดรับส่ง อบต.แม่สามแล่บ หรือ🔸 ขับรถขึ้นเอง 🔹มีร้านอาหารตามสั่ง แต่ช่วงเทศกาลอาหารอาจไม่เพียงพอ (อาหารอร่อยทุกอย่าง) 🔹น้ำอาบ-สุขา : ห้องน้ำรวมไม่แยกชายหญิง (เป็นน้ำซับจากภูเขา/น้ำปะปาภูเขา และ บรรทุกน้ำจากข้างล่างขึ้นมา นำมากักเก็บ จ่ายน้ำผ่านท่อ pvc/ก๊อกน้ำ ห้องน้ำหลายห้อง มี2โซน 🔹ไม่มีไฟฟ้า(✖ไฟฟ้า)เตรียมไฟฉายไฟแสงสว่างไปเอง 🔹สัญญาณโทรศัพท์ TURE AIS 🔸🔹เราใช้บริการเหมาจ่าย 3วัน2คืน เพื่อให้มั่นใจว่าช่วงปีใหม่จะมีรถรับส่ง+อาหารแน่ๆ (30,31 ธันวาคม2567 ไปกันทั้งหมด 5 คน ไปถึงบ่ายๆ หิวมากขออาหารก่อนมื้อเย็น พอถึงมื้อเย็น ม่อนก็ให้อาหารอีก รวมเป็น 6 มื้อ) 🔹เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากรับอาหารเช้าแล้ว เจ้าของพาเที่ยวม่อนทะเลหมอกสองแผ่นดิน และ หมอกกลางดอยแค้มป์ปิ้ง 🔸ปล. หากจองพื้นที่ควรโทรจอง+มัดจำ/จ่ายเต็มจำนวน ก่อนล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ หากโทรจองในวันที่walk in ทางม่อนจะไม่รับจอง หากขณะโทรหาม่อน ม่อนยังไม่เต็มก็บอกว่าขึ้นมาได้ แต่ม่อนไม่รู้ว่าคุณอยู่จุดไหนจะถึงกี่โมง พอขึ้นมาเต็มก็อาจเป็นประเด็น แต่ปกติใครขึ้นมาก็กางเต๊นท์ได้ทุกคน 30-12-67 ช่วงบ่าย มีลูกค้า walk in เข้ามา พื้นที่ส่วนอื่นๆยังมี แต่ลูกค้านั้นต้องการวิวพื้นที่ ที่ลูกค้าจองไว้เมื่อไม่ได้ก็ลงม่อนไป 🔹เจ้าของและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน สุภาพเป็นมิตร มีความพยายาม เต็มที่ กับการบริการให้ลูกค้าพึงพอใจ
📌เส้นทางไปม่อนกะละโกะโจจากนครสวรรค์ ทางเลือก1 : รถน้อย แต่ ตั้งแต่สามแยกตากแม่สอดเป็นต้นไปเป็นทางขึ้นลงเขาไม่พัก เลนส์สวนตั้งแต่แม่ระมาดเป็นต้นไป 🔸จากสามแยกตากแม่สอด(แยก ทล.1 - เข้าแม่สอด ต่อด้วย ทล.105 ทลช.1194 ) ถึงม่อน กะละโกะโจ ระยะทาง 320 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม.เป็นเส้นทางที่ขึ้นลงเขาคดโค้ง เส้นนี้รถจะวิ่งขึ้นลงบนเขาถึง95%จาก100% .......... ทางเลือก 2.: รถเยอะ เลนส์สวนตั้งแต่สามแยกเถินเป็นต้นไป แต่ขึ้นลงเขาเป็นช่วงๆ พื้นที่ขึ้นลงเขาน้อยกว่าพื้นราบ 🔹จากนครสวรรค์วิ่งบน ทล.1 จนถึง แยกเถินบุรินทร์ อ.เถิน ให้เลี้ยวซ้ายป้ายเข้า อ.ลี้ เพื่อไป อ.จอมทอง ระยะทางจนถึง อ.จอมทองประมาณ 140 กม (2.30 ชม.) เส้นทางนี้วิ่งเลียบโค้งไหล่เขามีช่วงชันเพียงนิดหน่อย เมื่อถึง อ.จอมทอง ( แวะเที่ยวดอยอินทนน์ น้ำตกแม่ยะ ไหว้พระวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารก่อนก็ได้ ) 🔸เมืี่อถึง อ.จอมทอง ให้ใช้เส้นทาง ทล.108 ฮอด-แม่สะเรียง จากฮอดไปแม่สะเรียงระยะทาง ทั้งสิ้น 132 กม/2.15 ชม...(จะมีทางโค้ง ค่อนข้างสูงชันก่อนถึงแม่สะเรียงประมาณ 60 กม.) ...เมื่อออกจากจอมทอง ไปประมาณ 47 กม. จะผ่าน อุทยานแห่งชาติออบหลวงแวะเที่ยวได้ ) 🔹จากแม่สะเรียงไป อบต.แม่สามแล่บ ระยะทางพื้นราบ 41 กม(50นาที) 🔸จาก อบต.แม่สามแล่บไป ม่อน กะละโกะโจ 24 กม. (1 ชม.-2.30 ชม.แล้วแต่ความชำนาญ) 📌ท่านใดไม่ค่อยมีประสบการณ์ขับรถขึ้นลงเขาบ่อยนัก แนะนำทาง เถิน-จอมทอง-แม่สะเรียง แต่เส้นนี้เทศกาล...
Read moreเป็นครั้งแรกที่ลองขึ้นไปด้วยรถขับสองเพราะเจอเพื่อนเดินทางที่เจอกันตอนไปพักที่อุทยานเค้าบอกไปมาแล้ว เห็นรถตู้H1ก็ยังขึ้นได้ รถไฟฟ้าก็ยังขึ้นได้ เราเลยไปเพราะดูรีวิวมาเยอะละอนากไปดูทะเลหมอกแบบจุกๆ ตอนเริ่มเดินทางเข้าไป เริ่มทางแม่กะตวนเพราะมาจากทางตาก แรกๆถนนก็ยังดีสักพักถนนมีแต่หลุมแต่บ่อยาวไปเรื่อย บางช่วงสูงชันด้วย บางช่วงดินละเอียดเป็นฝุ่นแป้งดูสวยงามเส้นทางดี แต่พอขับต่อไปเท่านั้นแหละมันมีหลุมลึกมีก้อนหินซ่อนอยู่ข้างใต้ พอถึงช่วงทางชันต้องใช้แรงส่งขึ้นแต่พอไปตกหลุมทำให้ต้องเบรครถไม่มีแรงส่งขึ้นไม่ได้ต้องเอาหินรองล้อต้องช่วยดันทุลักทุเล ดีที่มีเพื่อนนักเดินทางตามหลังมาช่วยจนเอาขึ้นได้ โดยช่วยแบ่งสัมภาระเราใส่รถเค้าซึ่งขับสี่ขึ้นไปให้ก่อน พอขับต่อไปจนเลยหมู่บ้านห้วยแห้ง อีก5กิโลจะถึง รถก็ติดอีกไม่สามารถขึ้นไปได้แม้จะมีเพื่อนร่วมทางชุดใหม่อาสามาขับรถขึ้นให้ ยังไงก็ยังไม่รอดเพราะทางชันมากดินเป็นฝุ่นแป้งอีกเหมือนเดิม จนเพื่อนนักท่องเที่ยวที่เคยช่วยตอนติดครั้ง แรกเค้าไปถึงก่อน เค้าบอกเจ้าของม่อนให้มาดูเพราะเราขับตามหลังมาทำไมไม่ถึงสักที น้องที่เจ้าของม่อนส่งมาดูชื่อน้องชาติ เค้าแนะนำว่ารถพี่ไม่น่าจะขึ้นได้ ถ้าไม่เชื่อเค้าจะพาขึ้นรถมอร์ไซน์เค้าไปดูทางก่อนก็ได้ เราเลยถามว่าถ้าขึ้นไม่ได้จะทำยังไงมาตั้งไกลแล้วอีก5โลก็จะถึงแล้ว เค้าเลยแนะนำให้เอารถไปจอดที่บ้านเค้าในหมู่บ้านห้วยแห้งแล้วเช่ารถเค้าขึ้นไปในราคา600บาทไป-กลับ อยากจะอยู่กี่วันก็ได้เราเลยตกลง ไปจอดรถบ้านเค้าแล้วเอาสัมภาระเราใส่รถเค้า จะขนไปเท่าไหร่ก็ได้ตามใจเรา เค้าช่วยขนของใส่รถมีผ้าคลุมกันฝุ่นให้เรียบร้อย พอออกเดินทางอยากจะบอกทุกคนว่าคุ้มค่ามากที่เหมารถเค้าไป เพราะยังมีเส้นทางที่สูงชันและขรุขระอีกหลายจุดกว่าจะถึง พอไปถึงน้องเค้าช่วยขนของลงให้จะช่วยกางเต้นท์ให้ซะด้วยแต่เราบอกไม่เป็นไร ที่นี่มีที่กางเต้นท์เยอะ มีห้องน้ำห้องส้วมหลายห้อง น้ำไม่ขาด มีร้านขายอาหารเครื่องดื่มน้ำแข็งด้วย ใครไม่ได้เอาเต้นท์ไปเค้ามีให้เช่าพร้อมเครื่องนอน500บาท ค่าสถานที่กางเต้นท์คนละ120บาท เจ้าของม่อนและน้องๆที่นั่นบริการดี น่ารักกันทุกคน ตอนเช้าก็ได้ดูทะเลหมอกกันจุกๆพร้อมดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วย ที่บอกดูทะเลหมอกจุกๆเพราะดูได้เกือบถึง11โมงจ้า ใครคิดจะมาควรดูสภาพรถตัวเองก่อนอย่าเชื่อคำบอกเล่าหรือรีวิว เพราะบางทีคนรีวิวเค้าโพสต์ตอนที่เค้าขึ้นถึงแล้วแต่ไม่ได้เล่าเรื่องระหว่างทาง เจ้าของม่อนบอกว่าบางทีเค้าก็ต้องเอารถไปดึงขึ้นมา ตกข้างทางก็มี ถ้าใครสงสารรถตัวเองก็สามารถเอารถไปจอดที่ อบต.แม่สามแลบแล้วเหมารถเค้าขึ้นไปก็ได้ ราคาประมาณ2500บาทไป-กลับ...
Read moreเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมมาก บรรยากาศดี เย็นสบายตลอดทั้งวัน ผมมาเที่ยวช่วงเวลานี้ไม่มีหมอก แต่บรรยากาศสวยดี วันที่มาเรียกว่าเหมาลานกันเลยทีเดียว เช่าเต้นท์ที่ม่อน พร้อมเครื่องนอน ราคาประหยัด เจ้าของสถานที่เอาใจใส่่ดูแลดีมากๆ มีลุงที่คอยดูแลเดินเท้าขึ้นเขามาสองกิโล เพื่อมาจัดเตรียมเต้นท์ และคอยบริการ
การเดินทางแนะนำว่าถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ ให้มาทางแท่สามแลบ แล้วมาแยกเพื่อขึ้นดอยที่ บ้านห้วยแห้ง “อย่ามาทาง อย่า.สบเมย (ที่เป็นทางแยกใกล้ๆกับเซเว่น)ทางโหดทางหินมากๆ ขึ้นเขาลงเขาเป็นทางชันเป็นลูกรักบางจุดเป็นดิน”
ทางขึ้นม่อนกะละกะโจ(ใกล้ๆถึงม่อน ประมาฯ 20เตร) คงเป็นเพราะมีคนขึ้นลงบ่อย พื้นถนนกลายเป็นดินร่วน รถไต่ขึ้นไม่ไหวดับกลางอากาศต้องหาไม้มาหนุนล้อกันรถไหล แล้วค่อยสตาร์ทรถให้เข้าเกียร์ขับพุ่งเข้าข้างทางที่พอมีหญ้าขึ้นอยู่ ไม่อย่างนั้น มอไชค์ทางเรียบอย่าง CBr500r รุ่นแรกไม่รอดแน่... ได้ยินว่าเป็นจุดดับชื่อของบิกไบค์เท่ๆ หลายคนแล้ว แนะนำว่าถ้าจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไต่ขึ้นม่อนช่วงนี้ต้องหาพื้นที่มีหญ้าข้างทางเปฟ้นทางขึ้นนะครับ“ ใจหายใจคว่ำตื่นเต้นกันไปเลยทีเดียว... ถึงทางจะลำบากยังไงก็ยังอยากให้มากันสักครั้ง คนมาเที่ยวที่นี่เริ่มเยอะขึ้นทุกๆปั มาช่วง high season คนจะเยอะล้นลานรนยนต์ต่อคิวยาวกันเลย แต่ถ้ามาช่วงนี้ก็ เหมาลานกันเลย เสียดายเส้นทางมันโหตดกว่าที่คิด ไม่ได้เตรียมตัวมาถ่ายคลิปเลยไม่ได้ทำคลิบรีวิลเส้นทาง คิดอย่างเดียวว่าจะต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง
ถ้ามาช่วงวันธรรมดาก็เตรียมมาม่าปลาป๋องหรือแวะซื้อสะเบียงมาเองก็จะไม่อดยากนะครับ โทรนัดโทรแจ้งเจ้าของก่อนที่จะขึ้นไป ที่ม่อนนะครับ เพราะระหว่างทางไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่อยากให้เป็นเชอร์ไพร์ส เช็คอินนะครับ.. เดี๋ยวจะไม่มีใครดูแล บนม่อนมีสัญญานปกติครับ...
Read more