ตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดราชบรรทม(วัดนอก) สถานที่ฝึกทหารของพระนเรศวร วัดราชบรรทม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นในปี 2129 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี 2409 เดิมชื่อวัดนอก ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดราชบรรทม ซึ่งปรากฏตามหลักฐานในพระราชพงศาวดาร ฉบับราชหัตถเลขา เล่ม 1 พระนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และตำนานท้องถิ่นว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จไปพักพระราชอิริยาบถและบรรทมบริเวณต้นโพธิ์ภายในวัด ต่อมาได้สร้างอุโบสถบริเวณที่บรรทม และพระราชทานนามวัดว่า "วัดราชบรรทม" มีรูปทรงเรือสำเภา ภายในมีพระประธานประจำอุโบสถปางสมาธิ นอกจากนี้ ยังมีอาคารเสนาสนะต่างๆ อาทิ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญกุศล ณาปณสถานและหอระฆัง
พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 1 .....ชาย ดงจนพระเจดีย์สามองค์ จับได้มอญและช้างม้า เครื่องศัสตราวุธมาถวายเป็นอันมาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ก็เลิกทัพกลับเข้าพระนคร ครั้น ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 ก็ปูนบำเหน็จมุขมนตรี นายทัพนายกองทั้งปวงโดยสมควร แล้วมีพระราชบริหาร สั่งพระยานครนายก พระยาปราจีน พระวิเศษเมืองฉะเชิงเทรา พระสุระบุรี 4 หัวเมือง ให้พระยานครนายกเป็นแม่กองใหญ่ คุมพลหมื่นหนึ่ง ออกไปตั้งค่ายขุดคู ปลูกยุ้งฉางถ่ายลำเลียงไว้ตำบลทำนบ รักษาให้มั่น อย่าให้เสียทีแก่ข้าศึก ฝ่ายพระยานครนายก พระยาปราจีน พระยาวิเศษฉะเชิงเทรา พระสุระบุรี กราบถวายบังคมลา แล้วก็ไปทำตามพระราชบัญชาสั่ง ฝ่าย พระเจ้าแปร เมื่อแตกหนีมาถึงเมืองหงสาวดี เหลือรี้พลช้างม้าประมาณกึ่งหนึ่ง พระเจ้าหงสาวดีทรงพระพิโรธ ตรัสว่าพระเจ้าแปรล่วงพระราชบริหาร ให้เสียรี้พลช้างม้าดังนี้ ให้ประหารชีวิตเสีย ทางพระยามุขอำมาตย์ทั้งปวงกราบบังคมทูลขอชีวิตไว้ พระเจ้าหงสาวดีก็โปรดพระราชทานให้ถอดเสียจากที่ฐานาศักดิ์ ลุศักราช 945 ปีมะแม เบญจศก(พ.ศ.2126) สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ครั้นเสร็จการพระราชพิธีอาศวยุขแล้ว มีพระราชบริหารสั่งให้เกณฑ์ทัพเตรียมไว้ และพลฉกรรจ์ลำเครื่องแสนหนึ่ง ช้างเครื่อง 800 ม้า 1,500 กำหนดเดือนอ้าย จะยกไปตีกรุงกัมพูชาธิบดี ให้เกณฑ์ทัพเมืองนครราชสิมาหมื่นหนึ่ง ยกตีลงทางตะพานทิพตะพานแสง ไปเอาเมืองเสียมราบ ตีไปฟากตะวันออกตั้งกะพงสวาย และให้เกณฑ์ทัพเรือเมืองปักษ์ใต้ 250 ลำ ให้พระยาเพชรบุรีเป็นแม่ทัพ เกณฑ์เรือลำเลียงเมืองนคร เมืองพัทลุง เมืองสงขลา เมืองไชยา 200 ลำ บรรทุกข้าวลำเลียงเป็นคนหมื่นหนึ่ง สรรพไปด้วยเครื่องสรรพศัสตราวุธ ปืนใหญ่น้อย กระสุนดินประสิว ไปตีเอาเมืองป่าสักทัพหนึ่ง ให้กองทัพอาสาจาม และกองทัพเมืองจันทบุรี คุมเรือรบ 150 ลำ พลรบพลแจวหมื่นหนึ่ง สรรพไปด้วยเครื่องศัสตรวุธปืนใหญ่น้อย กระสุนดินประสิว ให้พระยาราชมังสันเป็นแม่ทัพ ไปตีทางปากน้ำพุทไธมาศ และทัพบกทัพเรือหัวเมือง ทั้งนี้กำหนดเดือนอ้าย ขึ้น 5 ค่ำ ให้ยกพร้อมวันทัพหลวงเสด็จ ท้างพระยาพระหลวงหัวเมือง ก็จัดแจงทัพบกทัพเรือไว้โดยพระราชกำหนด
ครั้น ณ วันศุกร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำรัสให้ไปตั้งพิธีชุมพลตำบลทุ่งหันตรา ถึงวันอังคาร ขึ้น 5 ค่ำ เดือนอ้าย เพลารุ่งแล้วสองนาฬิกา 5 บาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็ทรงเครื่องอาภรณ์วิจิตรอลงการประดับสำหรับพิชัยยุทธเสร็จ ครั้นได้เพชรฤกษ์มงคลอันประเสริฐ พระโหราลั่นฆ้องชัย ชีพ่อพราหมณ์ถวายเสียงสังข์ สมเด็จพระนเรศวรบรมเชษฐาธิราช ทรงช้างต้นเจ้าพระยาไชยานุภาพเป็นพระคชาธาร สมเด็จเอกาทศรถทรงช้างต้นเจ้าพระยาปราบไตรจักรเป็นพระคชาธาร เข้าโขลนทวารพระสงฆ์ราชาคณะ ประน้ำพระพุทธมนต์ พระยานนท์ตัดไม้ข่มนามโดยสารท พร้อมด้วยเสนามาตย์นิกรทวยหาญ...
Read moreมาร่วมงาน ทอดกฐิน วัด ตั้งอยู่ในอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนท้องถิ่น วัดนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและมีพระพุทธรูปที่สำคัญประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ วัดยังมีความเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและเป็นสถานที่ที่คนท้องถิ่นมักเข้ามาทำบุญและปฏิบัติธรรมกันอย่างสม่ำเสมอ
ภายในวัดมีวิหารและเจดีย์โบราณที่สวยงามที่ยังคงรักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์นิยมมาเยี่ยมชม นอกจากนี้ วัดราษฎร์บรรทมยังจัดกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา...
Read moreเงียบสงบ
วัดราชบรรทม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นในปี 2129 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี 2409 เดิมชื่อวัดนอก ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดราชบรรทม ซึ่งปรากฏตามหลักฐานในพระราชพงศาวดาร ฉบับราชหัตถเลขา เล่ม 1
พระนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และตำนานท้องถิ่นว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จไปพักพระราชอิริยาบถและบรรทมบริเวณต้นโพธิ์ภายในวัด
ต่อมาได้สร้างอุโบสถบริเวณที่บรรทม และพระราชทานนามวัดว่า "วัดราชบรรทม" มีรูปทรงเรือสำเภา...
Read more