362...28 01 2568 วัดสัมปทวน ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย วัดฝ่ายธรรมยุติกนิกาย วัดเเรกของจังหวัดนครปฐม สมเด็จพระสังฆราชพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ก็ทรงบัญชาการให้สร้างโรงเรียนนักธรรมขึ้น เพื่อให้พระเณรได้ศึกษาเล่าเรียนราวๆ พ.ศ. 2458 สร้างกุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระสงฆ์ สร้างพลับพลาที่ประทับของพระองค์เอง เสด็จมาประทับปีละครั้ง ณัฐดนัย ภักดีวีรวงศ์ .... ถ่ายภาพ.... 28 01 2568 มีทั้งหมด 40 ภาพ วัดนี้อยู่ในอัลบั้มที่ 362 ของผู้เขียน (ภาพถ่ายของผู้เขียนทุกภาพทุกอัลบั้มสามารถนำไปใช้ได้ ผู้เขียนตั้งใจที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารศาสนาในวงกว้าง โดยไม่ต้องขออนุญาติ การทำให้ธรรมะได้มีการเผยแพร่ขยายกว้างออกไปยิ่งขึ้นๆ จึงเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนยาวนานออกไป )
เป็นวัดเเรกของวันที่ 28 ที่เดินทางมาถึงโดยคิดว่า เจอวัดไหนที่ยังไม่เคยเดินทางมาถ่ายภาพ ก็ขอให้ได้มาถึง ปรากฎว่าเป็นวัดที่เคยฟังรายการ ของ อ.เจนภพ นานมาเเล้วว่าจะมาทอดกฐิน เเละพูดถึงวัดเเห่งนี้ ก็เลยเเคปภาพเเล้วเก็บไว้ ถ้าวันใดมาถึงวัดเเห่งนี้ จะนำข้อความ ของ อ. เจนภพ มาลง ซึ่งก็เดินทางมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดีใจมาก วัดสงบร่มรื่น มีเเม่น้ำท่าจีนไหลผ่านทางท้ายวัด มีเรือนไม้เก่าหลายหลังที่มีความงดงาม อญุ่นะที่วัดเเห่งนี้ ได้ขออนุญาติ พูดคุยกับพระเลขา ที่ขออนุญาติท่านถ่ายภาพ ท่านใจดีสุภาพ เเละพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับวัด โดยเฉพาะทราบว่าเป็นวัด ธรรมยุติเเห่งเเรกของจังหวัดนครปฐม ตื่นเต้นที่ทราบถึงข้อมูล
เดิมนั้นวัดสัมปทวนไม่มีชื่อ ต่อมาในปี 2450 มีพระธุดงค์ ท่านจาริกแสวงบุญมาจากพระนคร หวังจะไปปฏิบัติธรรมที่ถ้ำใดถ้ำหนึ่งในเขาที่ จ.กาญจนบุรี แต่เมื่อเดินทางมาถึงป่าช้าวัดแคเป็นเวลาพลบค่ำ จึงจำวัดที่ป่าช้าวัดแค รุ่งขึ้นชาวบ้านเห็นเกิดความเลื่อมใสจึงได้นิมนต์ให้โปรดญาติโยมก่อนค่อยไปต่อ พระธุดงค์นั้นจึงอยู่จำ ณ ที่นั้น และโดยที่ชาวบ้านไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงช่วยกันสร้างกุฏิให้ท่านอยู่อาศัย ต่อมาภายหลังความได้ทราบถึงพระกรรณของสมเด็จพระสังฆราชพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงรับสั่งให้นิมนต์พระธุดงค์รูปนั้น มาอยู่ที่วัดสัมปทวน และนับแต่ พระธุดงค์มาอยู่ ก็มีผู้คนเลื่อมใสศรัทธาส่งลูกหลานมาบวชและศึกษาธรรมจากพระธุดงค์ ทำให้วัดเจริญโดยลำดับ แต่ในภายหลังพระองค์นั้นท่านไปเสียแห่งใดไม่มีใครได้ทราบอีกเลย นาม “สัมปทวน” เป็นมาอย่างไร นามชื่อวัดนี้กล่าวกันว่ามีการเปลี่ยนในสมัยหลัง ซึ่งอาจมีการผูกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงจากเหตุต่างๆ แต่ในข้อเขียนของคุณตาสงวน ได้เล่าถึงนามของวัด “สัมปทวน” ไว้พอเป็นที่สังเขปเพียงเรื่องเดียว คือ ชื่อ “สัมพระทวน” ซึ่งมีการกล่าวขานกันว่า หลวงพ่อศิลาแรงสร้างจากหินศิลาแรงได้ลอยทวนน้ำมามีคนเห็นเป็นช่วงๆ จนมาถึงวัดสัมปทวน ชาวบ้านจะเชิญให้ขึ้นก็ไม่ขึ้นคนเป็นสิบยกพระไม่ขึ้น จึงนิมนต์หลวงพ่อพระธุดงค์มาอธิษฐานจิต ความว่า “หากหลวงพ่อศิลาแลงมาดลบันดาล ความเจริญรุ่งเรืองให้วัดนี้ไซร้ ขอให้หลวงพ่อขึ้นมาแต่โดยดี”
ในส่วนของทางฝ่ายสงฆ์ มีสมเด็จพระสังฆราชพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นผู้ทรงบัญชาการ หลังจากหลวงพ่อโร่งปกครองวัดอยู่ระยะหนึ่ง ก็เกิดอาพาธอย่างกระทันหันถึงแก่มรณะภาพ ความได้ทราบถึงสมเด็จพระสังฆราชพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์จึงทรงบัญชาการให้หลวงปู่วงศ์ซึ่งเป็นพระลูกวัดอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส เป็นพระที่มีอายุพรรษามีความรู้ความสามารถเพราะสอบได้นักธรรมชั้นเอก ให้มาอยู่วัดสัมปทวนแทนหลวงพ่อโร่งผู้ล่วงลับ นับแต่นั้นมาพระองค์ก็ทรงบัญชาการให้สร้างโรงเรียนนักธรรมขึ้น เพื่อให้พระเณรได้ศึกษาเล่าเรียนราวๆ พ.ศ. 2458 โดยประมาณ และทรงสร้างกุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระสงฆ์ สร้างพลับพลาที่ประทับของพระองค์เอง สร้างบ่อน้ำกว้าง 5 เมตร ยาว 8 เมตร ไว้ข้างๆ พลับพลาที่ประทับ พระองค์จะเสด็จมาประทับปีละครั้ง สิ่งปลูกสร้างของพระองค์ยังคงรักษาเป็นสมบัติของวัดจนทุกวันนี้ ยก...
Read moreวัดเก่าแก่ของนครชัยศรี อยู่ริมน้ำท่าจีน ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในสมัยโบราณ อาคารต่างๆในวัดจึงมีศิลปะเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ของรัตนโกสินทร์ตอนกลางน่าอนุรักษ์หลายหลัง บรรยากาศในวัดอาจจะร้อนสักหน่อยาำหรับช่วงกลางวัน เพราะไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น แต่จะเย็นขึ้นเมื่อมีลมพัดจากแม่น้ำเข้าไปช่วย ถ้าอยากมาทำบุญวัดโบราณ...
Read moreเคยมาช่วงปี 65 ตอนนั้นน้ำท่วมบริเวณวัด ปัจจุบัน มีนาคม 68 ได้มีการถ่มพื้นที่ และมีการเททางปูนให้เดินสะดวกขึ้นครับ โบสถ์ไม่เปิดครับ ภายในบริเวณวัดมีโรงเรียนครับ ท้ายวัดคือแม่น้ำท่าจีน...
Read more