วัดก้างปลา อำเภอทุ่งสง เป็นวัดที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธา เนื่องจากมีเอกลักษณ์จุดเด่นที่น่าสนใจ วิหารทรงเทริดมโนราห์ มีความพิเศษและเป็น "หนึ่งเดียวในโลก" คือสร้างในรูปทรง "เทริดมโนราห์" ซึ่งเป็นเครื่องประดับศีรษะที่สำคัญในการแสดงมโนราห์ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ วิหารแห่งนี้มีความงดงามและแปลกตามาก ภายในบริเวณวัดยังมีการจัดแสดงรูปปั้นมโนราห์ในท่าร่ายรำต่างๆ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป ภายในวิหารทรงเทริดเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้น "แม่แก่" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้ศรัทธาที่มาทำบุญและขอพร ประวัติความเป็นมาได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2400 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2518 มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของวัดและพระกรุที่เคยถูกค้นพบในถ้ำบริเวณวัด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งมีที่จอดรถสะดวกสบาย หรือรถโดยสารประจำทางสายทุ่งสง-นครศรีธรรมราช จึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญและ Unseen ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสถาปัตยกรรมที่งดงามและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น มโนราห์ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ที่มีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่ารำของโนราห์นั้นมีจำนวนมากและมีความหลากหลาย โดยมีท่ารำที่เป็น "แม่บท" หรือ "ท่าครู" ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานที่สำคัญในการฝึกหัดโนราห์ และยังมีท่ารำที่พัฒนาดัดแปลงมาจากธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือเรื่องราวในวรรณคดี ท่ารำแม่บท หรือ ท่าครู 12 ท่า (เป็นท่าพื้นฐานที่สำคัญ) เป็นที่รู้จักและใช้ในการฝึกสอนเป็นหลัก อาจมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปบ้างในแต่ละสาย แต่โดยรวมแล้วจะมีลักษณะคล้ายกัน ได้แก่ ท่าแม่ลาย หรือ ท่าแม่ลายกนก เป็นท่าเริ่มต้น แสดงความสง่างาม อ่อนช้อย มักจะเป็นท่าเปิดตัว ท่าราหูจับจันทร์ หรือ ท่าเขาควาย เป็นท่าที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวของราหูที่อมจันทร์ หรือลักษณะเขาควาย ท่ากินนร หรือ กินนรรำ (ท่าขี้หนอน) เป็นท่าที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของกินนร ซึ่งเป็นครึ่งคนครึ่งนกในเทพนิยาย หรืออาจจะสื่อถึงการขยับตัวคล้ายหนอน ท่าจับระบำ เป็นท่าที่แสดงถึงการร่ายรำที่ต่อเนื่อง สวยงาม ท่าลงฉาก เป็นท่าที่แสดงการเคลื่อนไหวลงไปข้างล่าง หรือการหยุดพัก ท่าฉากน้อย เป็นท่าคล้ายท่าลงฉาก แต่มีการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยกว่า ท่าผาลา (ผาหลา)เป็นท่าที่สื่อถึงการเปิดออก หรือการกางปีก ท่าบัวตูม ท่ามือจีบรวมกันคล้ายดอกบัวที่ยังตูมอยู่ ท่าบัวบาน ท่ามือแบออกคล้ายดอกบัวที่กำลังบาน ท่าบัวคลี่ ท่ามือแบออกคล้ายดอกบัวที่เริ่มบานแล้วคลี่กลีบออก ท่าบัวแย้ม ท่าที่คล้ายบัวบาน แต่มีการแย้มออกเล็กน้อย แสดงความงดงาม ท่าแมงมุมชักใย เป็นท่าที่เลียนแบบการชักใยของแมงมุม ตัวอย่างท่ารำอื่นๆ ที่ปรากฏในการแสดงโนราห์ นอกเหนือจากท่าแม่บท 12 ท่าแล้ว โนราห์ยังมีท่ารำอีกมากมายที่ใช้ประกอบบทบาทและเรื่องราวต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงกว่า 80 ท่ารำ เช่น ท่าขุนศรัทธา ท่าสื่อถึงความเคารพ นับถือ ท่าย่างสามขุม ท่าเดินที่เป็นเอกลักษณ์ของโนราห์ ท่าเหาะเหิน ท่าแสดงการเคลื่อนไหวเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ท่าพรหมสี่หน้า ท่าสื่อถึงพระพรหมผู้มีสี่พักตร์ ท่าจัดหว่างอก ท่ามือวางอยู่บริเวณหว่างอก ท่าหงส์ลีลา ท่าเลียนแบบการเดินของหงส์ที่สง่างาม ท่าช้างประสานงา ท่าสื่อถึงช้างที่ใช้งาประสานกัน ท่ากระต่ายชมจันทร์ ท่าเลียนแบบกระต่ายกำลังมองดวงจันทร์ ท่าพระจันทร์ทรงกลด ท่าสื่อถึงพระจันทร์ที่มีรัศมี ท่าพระรถโยนสาร ท่าเลียนแบบตัวละครพระรถโยนจดหมาย ท่าชักสีซอสามสายย้ายเพลงรำ ท่าเลียนแบบการเล่นดนตรี ท่ากระบี่ตีท่า ท่าเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ท่าจีนสาวไส้ ท่ามาจากเรื่องราวการต่อสู้กับชาวจีน ท่าชะนีร่ายไม้ ท่าเลียนแบบชะนีที่ร่ายรำอยู่บนต้นไม้ ท่าเมขลาล่อแก้ว ท่าเลียนแบบเมขลาที่ล่อแก้ว ท่าเหราเล่นน้ำ ท่าเลียนแบบสัตว์ในตำนานกำลังเล่นน้ำ ท่ากวางเดินดง ท่าเลียนแบบกวางที่กำลังเดินอยู่ในป่า ท่าสุริวงศ์ทรงศักดิ์ ท่าสื่อถึงพระอาทิตย์ที่ทรงพลัง ท่าพระลักษณ์แผลงศรจรลี ท่าเลียนแบบพระลักษณ์แผลงศร ท่ายูงฟ้อนหาง ท่าเลียนแบบนกยูงรำแพนหาง ท่ารำโนราห์จะมีลักษณะเด่น นิ้วมือจะอ่อนช้อยและม้วนงอได้ดี มีการจีบ พลิกมือ บิดข้อมือ มีการเอียงศีรษะ ส่ายคออย่างเป็นธรรมชาติและงดงาม มักจะมีการย่อตัว โยกตัว และยกเท้าสลับกันไปมา ท่ารำโนราห์ผสมผสานความอ่อนช้อยของผู้หญิง ท่ารำมโนราห์สืบทอดกันมายาวนานและถ่ายทอดจากครูรุ่นสู่รุ่น...
Read moreวัดก้างปลา ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณองค์สำคัญเรียกกันว่า พระแม่แก่ พระแม่แก่หรือพระพ่อแก่ ไม่มีใครทราบประวัติที่แน่ชัดปรากฎเพียงเรื่องเล่าดังนี้ครับ พระแม่แก่เป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเป็นเชื้อพระวงศ์หญิงผู้สูงศักด์ไม่มีความปราถนาที่จะมีคู่ครอง มีใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ประมาณ พ.ศ.1800 ทรงทราบข่าวว่าที่เมืองนครศรีธรรมราช มีการบูรณะปฏิสังขรองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช จึงได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ลงสำเภาเดินทางมาแรมเดินทางมาแรมเดือน โดยเข้ามาทางปากน้ำตรัง(แม่น้ำตรังอยู่ทางตะวันตก จีนอยู่ทางตะวันออกงงนิดๆ) มาตามคลองใหญ่(คลองท่าหลวง)จนมาถึงคุ้งน้ำวน (คลองสำเภาลาย) เรือได้เกิดอัปปางลงในลำน้ำ ทั้งทรัพย์สินผู้คนต่างกระจัดกระจายคนละทิศละทาง ส่วนองค์ท่านมาติดอยู่เกาะ(ปัจจุบันคือ วัดก้างปลา) และสิ้นพระชนบนเกาะแห่งนี้ ต่อมามีพระภิกษุจีนได้เดินทางมา ณ ที่นี้(อ้อเข้าใจละทำไมชาวจีนถึงเดินทางเข้าแผ่นดินทางนี้) แล้วทราบเรื่องราวทั้งหมด จึงสร้างพระพุทธรูปนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา ผู้คนต่างเรียกพระแม่แก่เรื่อยมา จนเมื่อพระครูวิฑิตธรรมโสภณ อดีตเจ้าอาวาสสร้างวิหารประดิษฐานพระแล้ว เขียนอักษรไว้หน้าวิหารว่า " วิหารหลวงพ่อแก่ " แต่นั้นมาการเรียกก็เปลี่ยนไป ตำนานเรื่องนี้ชี้ให้เห็นเส้นทางการเดินเรือโบราณ อย่างน้อยในยุครุ่งเรืองของเมืองนครศรีธรรมราช ฝั่งตะวันตกแหลมมลายูบริเวณแม่น้ำตรังมี...
Read moreเป็นวัดที่ตั้งอยู่ อ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในวัดมีวิหาร หลวงพ่อแก่ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของผู้คนที่ทราบประวัติของวัดก้างปลา เป็นที่มาของวิหารยอดเทริดมโนราห์ ที่รูปร่างแปลกตาไม่เหมือนใคร โดยมียอดเทริดมโนราห์หันหน้าออกทั้ง 4 ทิศ ส่วนตรงกลาง เป็นยอดเทริดใหญ่อยู่บนสุด 1 ยอด ด้านหน้าของวิหาร มีรูปปั้นมโนราห์ กำลังร่ายรำ 22 ท่า ที่สวยงาม...
Read more