HTML SitemapExplore

Wat Saphan Sung — Local services in Pak Kret District

Name
Wat Saphan Sung
Description
Nearby attractions
วัดโปรดเกษ
WFGJ+83J, Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Nearby restaurants
Khotcher's Cafe
65/14-16 โครงการ The Metro Biztown แจ้งวัฒนะ 3 หมู่ 3 คลองพระอุดม Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
The time cafe and mookrata
56 134 Sai Kaset Phatthana Mu 3, Tambon Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
มาหาชน
56 92 หมู่ที่ 3 ถนน ทางหลวงชนบท นนทบุรี 2051 คลองพระอุดม Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
สายแคมป์สโลว์บาร์Cafe (ร้านนั่งชิวใกล้ฉัน)
85/3 หมู่ 5 Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
สิมิลันโภชนา
100 สิมิลันโภชนา 3 ถ.ชัพฤกษ์ Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Starbucks
WFCF+XQJ เดอะ คริสตัล พีทีที ถ. ชัยพฤกษ์ Bang Phlap, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Nearby local services
Wat Thong Khung
99/9 ถ. ชัยพฤกษ์ Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Wat Pak Khlong Phra Udom
Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Nearby hotels
Ruen Pruksa Resort
11/1 4 ต. คลองพระอุดม Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
Related posts
Keywords
Wat Saphan Sung tourism.Wat Saphan Sung hotels.Wat Saphan Sung bed and breakfast. flights to Wat Saphan Sung.Wat Saphan Sung attractions.Wat Saphan Sung restaurants.Wat Saphan Sung local services.Wat Saphan Sung travel.Wat Saphan Sung travel guide.Wat Saphan Sung travel blog.Wat Saphan Sung pictures.Wat Saphan Sung photos.Wat Saphan Sung travel tips.Wat Saphan Sung maps.Wat Saphan Sung things to do.
Wat Saphan Sung things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Saphan Sung
ThailandNonthaburi ProvincePak Kret DistrictWat Saphan Sung

Basic Info

Wat Saphan Sung

WFGH+JJR บางพลับ 1 Khlong Phra Udom, Pak Kret District, Nonthaburi 11120, Thailand
4.7(1.1K)
Open until 6:00 PM
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Accessibility
attractions: วัดโปรดเกษ, restaurants: Khotcher's Cafe, The time cafe and mookrata, มาหาชน, สายแคมป์สโลว์บาร์Cafe (ร้านนั่งชิวใกล้ฉัน), สิมิลันโภชนา, Starbucks, local businesses: Wat Thong Khung, Wat Pak Khlong Phra Udom
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Website
facebook.com
Open hoursSee all hours
Fri6 AM - 6 PMOpen

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Pak Kret District
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Pak Kret District
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Pak Kret District
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Live events

Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Fri, Jan 23 • 1:00 PM
Khlong San, Bangkok, 10600, Thailand
View details
BestBangkok Floating market-Boat&Bites food tour
BestBangkok Floating market-Boat&Bites food tour
Sat, Jan 24 • 8:00 AM
Taling Chan, Bangkok, 10170, Thailand
View details
White Lotus Thai Cooking Class in Bangkok
White Lotus Thai Cooking Class in Bangkok
Fri, Jan 23 • 1:30 PM
Phra Nakhon, Bangkok, 10200, Thailand
View details

Nearby attractions of Wat Saphan Sung

วัดโปรดเกษ

วัดโปรดเกษ

วัดโปรดเกษ

4.6

(256)

Open 24 hours
Click for details

Nearby restaurants of Wat Saphan Sung

Khotcher's Cafe

The time cafe and mookrata

มาหาชน

สายแคมป์สโลว์บาร์Cafe (ร้านนั่งชิวใกล้ฉัน)

สิมิลันโภชนา

Starbucks

Khotcher's Cafe

Khotcher's Cafe

4.7

(182)

Closed
Click for details
The time cafe and mookrata

The time cafe and mookrata

4.4

(80)

Open until 12:00 AM
Click for details
มาหาชน

มาหาชน

4.1

(11)

Closed
Click for details
สายแคมป์สโลว์บาร์Cafe (ร้านนั่งชิวใกล้ฉัน)

สายแคมป์สโลว์บาร์Cafe (ร้านนั่งชิวใกล้ฉัน)

4.8

(70)

Closed
Click for details

Nearby local services of Wat Saphan Sung

Wat Thong Khung

Wat Pak Khlong Phra Udom

Wat Thong Khung

Wat Thong Khung

4.5

(54)

Click for details
Wat Pak Khlong Phra Udom

Wat Pak Khlong Phra Udom

4.2

(42)

Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Saphan Sung

4.7
(1,114)
avatar
5.0
5y

ประวัติ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง

หลวงปูเอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูงหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ( อ่านว่า ปะถะมะนามะ หรือ ปถมนาม ) เกิดในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2359 เป็นบุตรนายนาค นางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมด้วยกัน 4 คน คือ

หลวงปู่เอี่ยม นายฟัก นายขำ นางอิ่ม

บ้านเกิดของหลวงปู่เอี่ยมอยู่ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๑ อายุท่านได้ ๒๒ ปี ได้อุปสมบท ที่วัดบ่อ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่คิดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) ท่านอุปสมบท ได้ประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ย้ายไปประจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรีซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งย้ายมาจากวัดราชบูรณะ พระนคร หลวงปู่เอี่ยมท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และแปลพระธรรมบทอยู่ที่วัดนี้อยู่ได้ถึง ๗ พรรษาท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส

เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ อยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษา ถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๙๑ นายแขก สมุห์บัญชีได้นิมนต์หลวงปู่เอี่ยม ไป จำพรรษาเจริญพระกัมมัฏฐานเป็นเริ่มแรก และได้ศึกษาอยู่ ๕ พรรษา ถึงปี ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันนี้ คือคลองพระอุดม) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมา อาราธนานิมนต์หลวงปู่เอี่ยม กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือวัดสะพานสูง ในปัจจุบันนี้

สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์เดิมมาเป็นชื่อวัดสะพานสูงนั้น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยนั้นสมเด็จกรมพระยาวชิญาณวโรรส ท่านได้เสร็จไปตรวจการคณะสงฆ์ได้เสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ ได้ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้)

ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกวัดสว่างอารมณ์นี้ว่า วัดสะพานสูง จึงทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกกัน ๒ ชื่อ ฉะนั้น สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งชาวบ้านก็นิยมเรียกกันติดปากว่าวัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์ มาเป็น "วัดสะพานสูง" จนตราบเท่าทุกวันนี้

หลวงปู่เอี่ยม มาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น

ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่เอี่ยมได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม

เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าหลวงปู่เอี่ยม ได้เริ่มสร้างพระปิดตาและตะกรุดเป็นครั้งแรก

เพื่อเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคทรัพย์และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระ อุโบสถและถาวรสถาน ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร

โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่าจันทร์หลวงปู่เอี่ยม จึง ได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปี

จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยม ทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยม จึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยม ได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยม มาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ

จากการเจริญกรรมฐานนี้ จึงทำให้หลวงปู่เอี่ยมสำเร็จ "โสรฬ" มีเรื่องเล่ากันว่ามีต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีน้ำมันตกและดุมากเป็นที่เกรงกลัว แก่ชาวบ้านแถบนั้น หลวงปู่จึงช่วยยืนเพ่งอยู่ 3 วันเท่านั้น ต้นตะเคียนก็เฉาและยืนต้นตาย หลวงปู่เป็นผู้มีอาคมฉมัง วาจาสิทธิ์ มักน้อยและสันโดษ ท่านเป็นต้นแบบในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านได้สร้างถาวรวัตถุที่ได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้คือพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ จึงเป็นที่มาของการสร้างพระปิดตา และตะกรุดโทนมหาโสฬสมงคลอันลือลั่นนั่นเอง

ท่านหลวงปู่เอี่ยม เป็นพระผู้มีอาคมขลัง มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มักน้อย ถือสันโดษ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลวงปู่เอี่ยม ท่าน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมากจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย...

   Read more
avatar
5.0
3y

ใน​อดีต​จน​ถึง​ปัจจุบัน​มี​การ​สร้าง​พระเครื่อง​มากมายหลายรุ่น​ เพื่อ​เป็น​การ​แทน​องค์​พระ​พุทธ​เจ้า​ใน​รูป​ปาง​ต่าง​ๆใน​พุทธ​ประวัติ​และ​ท่าทาง​ หรือ​อิริยาบถ​ต่อมาได้สร้าง​รูปเหมือน​พระ​เกจิอาจารย์​ที่นับถือ​และตัวอักขระ​เลขยันต์​ลงบนผ้า​ ไม้มงคล​ โลหะ​ พระเกจิอาจา​รย์มีปฎิประทาที่ในประเทศ​ไทย​มีมากแต่จะนำเสนอ​พระเกจิอาจารย์​ที่มากด้วยจริยาวัตร​และเก่งในด้านวิปัสสนา​กรรมฐาน​ เกจิอาจารย์​จังหวัด​นนทบุรี​ ที่มีชื่อเสียงและคนไทยกราบไหว้มาถึงปัจจุบันนี้ คือ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ผู้​ที่โด่งดัง​ในเรื่อง​ของตะกรุด​และพระ​ปิด​ตา​ เจ้าอาวาส​วัดสะพานสูง​

ประวัติท่านเป็น​ ชาวปากเกร็ด​โดยกำเนิด เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จ​พระพุทธ​เลิศ​หล้า​นภาลัย​ รัชกาล​ที่​2​ ในปี พ.ศ.2359 หลวงปู่เอี่ยม​ เป็นพี่คนโตในพี่น้อง 4 คน​ ท่านมีนิสัยเป็นผู้ใฝ่การเรียนจึง​มักจะ​หา​ความรู้​ตั้งแต่​เด็ก​โดยเฉพาะ​ด้าน​วิปัสสนา​กรรมฐาน

ต่อมา พอย่าง​อายุ 22 ปี​ จึงเข้าพิธี​อุปสมบท​เป็น​พระ​ภิกษุ​ เมื่อ​ปี​ พ.ศ.2381 ที่วัดบ่อปาก​เกร็ด​ จำพรรษา​อยู่​วัดบาง​บ่อได้ 1 ปี​ แล้ว​ย้าย​ไปจำพรรษาที่​วัด​กัลยาณมิตร​ วัดประยูร​วงศาวาส วัดนวลนรดิส​ รวมได้ 15 พรรษา​ ภายหลังญาติ​โยม​และชาวบ้านต่าง​พา​กัน​เดินทาง​ไป​นิมนต์​ให้หลวงปู่กลับมา​อยู่​ที่วัด​ภูมิ​ลำเนาเดิม​ ท่านได้ย้ายกลับมา​ โดยกลับมาจำพรรษา​ที่วัด​สะพาน​สูง​ ใน​ปี​ พ.ศ.2396

“วัดสะพานสูง” เดิม​ชื่อ​”วัด​สว่าง​อารมณ์” สาเหตุ​ที่​เปลี่ยน​ชื่อคราวที่”สมเด็จ​พระ​ยาวชิรญาณวโรส วัดบวรนิเวศ​วิหาร​ ได้เสด็จ​ไปตรวจ​คณะ​สงฆ์​ได้เสด็จ​ขึ้น​ที่​วัด​สว่าง​อารมณ์​ได้ทอดพระเนตร​เห็น​สะพาน​สูงข้ามคลอง​หน้า​วัด(คลอง​พระอุดม)​ชาวบ้านเรียกวัดสะพานสูง​กันจนติดปาก​ พระสมเด็จ​พระยาวชิรญาณวโรรส​ ทรง​เห็น​สะพานก็เป็น​นิมิต​ที่​มี​ประจำวัดประมาณ​หนึ่ง​และชาวบ้านก็เรียก​จนติดปาก​จึงได้ประทานเปลี่ยน​ชื่อ​จากวัดสว่าง​อารมณ์​มาเป็นวัดสะพานสูง​มาจนทุกวันนี้

หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ จำพรรษาที่วัดสะพานสูง​ เมื่อถึงช่วงเวลา​ออก​พรรษา​ท่านก็มักออก​ธุดงควัตร​เสมอ​ ออกธุดงค์แต่ละครั้ง​จะไปครั้ง​ละหลายๆปีไปทุกภาคและ​แถบประเทศ​เพื่อนบ้าน​ ออก​ธุดงควัตร​จนกระทั่ง​ชาวบ้านแหลมใหญ่คิดว่าได้มรณภาพ​ในป่าแล้วไม่เห็นกลับวัด​ จึงได้​พากันทำบุญสังฆทาน​แผ่ส่วน​กุศลไปให้ท่าน​ หลวงปู่เอี่ยม​ท่านทราบ​ได้​ด้วย​ญาณ​ของท่านเอง​ หลวงปู่เอี่ยม​ จึงได้กลับมาวัดในสภาพผมยาว​หนวด​เครารุงรัง​ จีวรขาดวิ่น​ จนชาวบ้านจำหลวงปู่ไม่ได้​ บ้างก็ว่าท่านเสียจริต แต่เหตุผลกลับใช่เป็นเช่นถูกกล่าวหา หลวงปู่เอี่ยม ขณะธุดงค์​อยู่ในป่าไม่ได้ปลงผม​ ผมยาวถึงบั้นเอว​ หนวดเครายาว​ จีวรขาดรุ่งริ่ง​ พร้อมมีสัตว์​ป่า​ เช่น​ หมี​ เสือ​ งูฯลฯ​ ติดตาม​หลวงปู่มา

อย่างไรก็ตาม ระหว่าง​ที่​หลวง​ปู่​เอี่ยม​เที่ยว​ออกธุดง​ก็ได้เจอชีปะขาวเป็น​ชาว​เขมร​ชื่อ​ว่า​”จันทร์” จึงฝากตัวและ​เล่าเรียน​วิชาอิทธิ​เวทย์​จบจบทุกวิชาจนชีปะขาว​ไม่มีอะไรสอน ขณะนั้นก็ได้​เก็บต้นว่านไว้เป็นจำนวนมากไว้รักษาโรคและสร้าง​วัตถุ​มงคล​ และยังมีมวลสารที่เก็บขณะที่ท่านกลับมา​ วัตถุ​มงคล​ที่หลวงปู่เอี่ยมได้นำเอามวลสารทั้งหลายมาสร้างวัตถุมงคล​ เช่น​ พระควัมปติ(พระปิด​ตา)​และตะกรุด​โทน​มหามงคลโสรฬโดยท่านจะจารลงบนแผ่นโลหะแล้วพอกด้วยมวลสารที่ท่านเก็บและถักด้วยเชือก​สายสิญจน์​แล้วปลุกเสก​เพื่อแจกจ่ายให้แก่ลูกศิษย์​ หลังจากที่หลวงปู่กลับมาจากป่าท่านเห็นวัดทรุดโทรมจึงได้บูรณะวัดเป็นการใหญ่และสร้างเสนาสนะ​ ลูกศิษย์​ที่มาร่วมบูรณะก็จะได้รับตะกรุดและพระปิดตาเป็นของที่ระลึก​

หลวงปู่เอี่ยมท่านมรณภาพ​ในปี​ พ.ศ.2439 สิริ​อายุ ​80 ปี​ พรรษา59 ต่อมาได้มีการปั้น​รูปเหมือน​ของ​”หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม” เท่าองค์​จริงประดิษฐ์​ที่หน้าโบสถ์​วัด​สะพานสูง​ได้มีผู้เลื่อมใส​และ​นับถือ​แวะเวียนมากราบไหว้ขอพรบนบานศาลกล่าว​มิได้ขาดสาย

ที่สำคัญ กิตติมศักดิ์​ของ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ และวัตถุ​มงคล​ ที่ชื่อดัง​ไป​ทั่วเมือง​ไทยและต่างประเทศ​ จนทำนักสะสมอยากได้มาเป็นเจ้าของ​เพื่อบูชา

หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ท่านอาพาธ​ด้วยโรคชราและใกล้​มรณภาพ​ มีลูก​ศิษย์​ที่คอยดูแลและปรณนิบัติท่านอย่างใกล้ชิด​ จึงได้​กราบเรียน​กับหลวงปู่เอี่ยมว่า”อาจารย์​มีอาการเต็มที่​แล้ว” ถ้าท่านมีอะไรก็ขอให้สั่งกับศิษย์​เป็นครั้งสุดท้ายหลวงปู่ท่านได้กล่าวกับลูกศิษย์​ว่า”ถ้า​หากว่า​เหตุทุก​ข์ภัยเกิดขึ้น​ขอให้ระลึก​ถึง​ท่านและเอ่ยชื่อท่านแล้วกัน”...

   Read more
avatar
5.0
1y

รีวิวย้อนหลัง เคยมากราบรูปหล่อของหลวงปู่เอี่ยม พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านเป็นที่รักของชาวนนทบุรี และรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส หลวงปู่กลิ่น หลวงปู่ทองสุข ส่วนประวัติก็ตามนี้ครับ

หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ( อ่านว่า ปะถะมะนามะ หรือ ปถมนาม ) เกิดในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๕๙ เป็นบุตร นายนาค นางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมด้วยกัน ๔ คน คือ ท่านเป็นคนโตสุด บ้านเกิดของหลวงปู่เอี่ยมอยู่ที่ ต.บานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๑ อายุท่านได้ ๒๒ ปี ได้อุปสมบท ที่วัดบ่อ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่คิดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) ท่านอุปสมบท ได้ประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ย้ายไปประจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรีซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งย้ายมาจากวัดราชบูรณะ พระนคร หลวงปู่เอี่ยมท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และแปลพระธรรมบทอยู่ที่วัดนี้อยู่ได้ถึง ๗ พรรษาท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ อยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษา ถึงปี พ.ศ. ๒๓๙๑ นายแขก สมุห์บัญชีได้นิมนต์หลวงปู่เอี่ยม ไปจำพรรษาเจริญพระกัมมัฏฐานเป็นเริ่มแรก และได้ศึกษาอยู่ ๕ พรรษา ถึงปี ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันนี้ คือคลองพระอุดม) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เดินทางมา อาราธนานิมนต์หลวงปู่เอี่ยม กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือวัดสะพานสูง ในปัจจุบันนี้ สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์เดิมมาเป็นชื่อวัดสะพานสูงนั้น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยนั้นสมเด็จกรมพระยาวชิญาณวโรรส ท่านได้เสร็จไปตรวจการคณะสงฆ์ได้เสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ ได้ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้) ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกวัดสว่างอารมณ์นี้ว่า วัดสะพานสูง จึงทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกกัน ๒ ชื่อ ฉะนั้น สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งชาวบ้านก็นิยมเรียกกันติดปากว่าวัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์ มาเป็น "วัดสะพานสูง" จนตราบเท่าทุกวันนี้

หลวงปู่เอี่ยม มาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙

ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่าจันทร์ หลวงปู่เอี่ยม จึงได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปีจึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยม ทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยม จึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยม ได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยม มาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ

ท่านหลวงปู่เอี่ยม เป็นพระผู้มีอาคมขลัง มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มักน้อย ถือสันโดษ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลวงปู่เอี่ยม ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมากจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ก่อนที่หลวงปู่เอี่ยมจะมรณภาพด้วยโรคชรา นายหรุ่น แจ้งมา ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดคอยอยู่ปรนนิบัติท่านหลวงปู่เอี่ยมได้ขอร้องท่านว่า “ท่านอาจารย์มีอาการเต็มที่แล้ว ถ้าท่านมีอะไรก็กรุณาได้สั่ง และให้ศิษย์เป็นครั้งสุดท้าย” ซึ่งท่านหลวงปู่เอี่ยมก็ตอบว่า “ถ้ามีเหตุทุกข์เกิดขึ้นให้ระลึกถึงท่านและเอ่ยชื่อท่านก็แล้วกัน”หลวงปู่เอี่ยมท่านได้มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๙ รวมอายุได้ ๘๐ ปี...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Sumeth NuttarukSumeth Nuttaruk
ประวัติ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง หลวงปูเอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูงหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ( อ่านว่า ปะถะมะนามะ หรือ ปถมนาม ) เกิดในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2359 เป็นบุตรนายนาค นางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมด้วยกัน 4 คน คือ 1. หลวงปู่เอี่ยม 2. นายฟัก 3. นายขำ 4. นางอิ่ม บ้านเกิดของหลวงปู่เอี่ยมอยู่ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๑ อายุท่านได้ ๒๒ ปี ได้อุปสมบท ที่วัดบ่อ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่คิดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) ท่านอุปสมบท ได้ประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ย้ายไปประจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรีซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งย้ายมาจากวัดราชบูรณะ พระนคร หลวงปู่เอี่ยมท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และแปลพระธรรมบทอยู่ที่วัดนี้อยู่ได้ถึง ๗ พรรษาท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ อยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษา ถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๙๑ นายแขก สมุห์บัญชีได้นิมนต์หลวงปู่เอี่ยม ไป จำพรรษาเจริญพระกัมมัฏฐานเป็นเริ่มแรก และได้ศึกษาอยู่ ๕ พรรษา ถึงปี ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันนี้ คือคลองพระอุดม) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมา อาราธนานิมนต์หลวงปู่เอี่ยม กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือวัดสะพานสูง ในปัจจุบันนี้ สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์เดิมมาเป็นชื่อวัดสะพานสูงนั้น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยนั้นสมเด็จกรมพระยาวชิญาณวโรรส ท่านได้เสร็จไปตรวจการคณะสงฆ์ได้เสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ ได้ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้) ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกวัดสว่างอารมณ์นี้ว่า วัดสะพานสูง จึงทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกกัน ๒ ชื่อ ฉะนั้น สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งชาวบ้านก็นิยมเรียกกันติดปากว่าวัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์ มาเป็น "วัดสะพานสูง" จนตราบเท่าทุกวันนี้ หลวงปู่เอี่ยม มาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่เอี่ยมได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าหลวงปู่เอี่ยม ได้เริ่มสร้างพระปิดตาและตะกรุดเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคทรัพย์และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระ อุโบสถและถาวรสถาน ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่าจันทร์หลวงปู่เอี่ยม จึง ได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปี จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยม ทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยม จึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยม ได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยม มาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ จากการเจริญกรรมฐานนี้ จึงทำให้หลวงปู่เอี่ยมสำเร็จ "โสรฬ" มีเรื่องเล่ากันว่ามีต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีน้ำมันตกและดุมากเป็นที่เกรงกลัว แก่ชาวบ้านแถบนั้น หลวงปู่จึงช่วยยืนเพ่งอยู่ 3 วันเท่านั้น ต้นตะเคียนก็เฉาและยืนต้นตาย หลวงปู่เป็นผู้มีอาคมฉมัง วาจาสิทธิ์ มักน้อยและสันโดษ ท่านเป็นต้นแบบในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านได้สร้างถาวรวัตถุที่ได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้คือพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ จึงเป็นที่มาของการสร้างพระปิดตา และตะกรุดโทนมหาโสฬสมงคลอันลือลั่นนั่นเอง ท่านหลวงปู่เอี่ยม เป็นพระผู้มีอาคมขลัง มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มักน้อย ถือสันโดษ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลวงปู่เอี่ยม ท่าน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมากจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ของชีวิต ก่อนที
Your browser does not support the video tag.
ธนกฤษ ร้อยกรแก้วธนกฤษ ร้อยกรแก้ว
ร้านน้ำดื่มบางตะไนย์ ร้านคลองพระขายส่ง
กรรมกรผู้จับกังกรรมกรผู้จับกัง
ใน​อดีต​จน​ถึง​ปัจจุบัน​มี​การ​สร้าง​พระเครื่อง​มากมายหลายรุ่น​ เพื่อ​เป็น​การ​แทน​องค์​พระ​พุทธ​เจ้า​ใน​รูป​ปาง​ต่าง​ๆใน​พุทธ​ประวัติ​และ​ท่าทาง​ หรือ​อิริยาบถ​ต่อมาได้สร้าง​รูปเหมือน​พระ​เกจิอาจารย์​ที่นับถือ​และตัวอักขระ​เลขยันต์​ลงบนผ้า​ ไม้มงคล​ โลหะ​ พระเกจิอาจา​รย์มีปฎิประทาที่ในประเทศ​ไทย​มีมากแต่จะนำเสนอ​พระเกจิอาจารย์​ที่มากด้วยจริยาวัตร​และเก่งในด้านวิปัสสนา​กรรมฐาน​ เกจิอาจารย์​จังหวัด​นนทบุรี​ ที่มีชื่อเสียงและคนไทยกราบไหว้มาถึงปัจจุบันนี้ คือ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ผู้​ที่โด่งดัง​ในเรื่อง​ของตะกรุด​และพระ​ปิด​ตา​ เจ้าอาวาส​วัดสะพานสูง​ ประวัติท่านเป็น​ ชาวปากเกร็ด​โดยกำเนิด เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จ​พระพุทธ​เลิศ​หล้า​นภาลัย​ รัชกาล​ที่​2​ ในปี พ.ศ.2359 หลวงปู่เอี่ยม​ เป็นพี่คนโตในพี่น้อง 4 คน​ ท่านมีนิสัยเป็นผู้ใฝ่การเรียนจึง​มักจะ​หา​ความรู้​ตั้งแต่​เด็ก​โดยเฉพาะ​ด้าน​วิปัสสนา​กรรมฐาน ต่อมา พอย่าง​อายุ 22 ปี​ จึงเข้าพิธี​อุปสมบท​เป็น​พระ​ภิกษุ​ เมื่อ​ปี​ พ.ศ.2381 ที่วัดบ่อปาก​เกร็ด​ จำพรรษา​อยู่​วัดบาง​บ่อได้ 1 ปี​ แล้ว​ย้าย​ไปจำพรรษาที่​วัด​กัลยาณมิตร​ วัดประยูร​วงศาวาส วัดนวลนรดิส​ รวมได้ 15 พรรษา​ ภายหลังญาติ​โยม​และชาวบ้านต่าง​พา​กัน​เดินทาง​ไป​นิมนต์​ให้หลวงปู่กลับมา​อยู่​ที่วัด​ภูมิ​ลำเนาเดิม​ ท่านได้ย้ายกลับมา​ โดยกลับมาจำพรรษา​ที่วัด​สะพาน​สูง​ ใน​ปี​ พ.ศ.2396 “วัดสะพานสูง” เดิม​ชื่อ​”วัด​สว่าง​อารมณ์” สาเหตุ​ที่​เปลี่ยน​ชื่อคราวที่”สมเด็จ​พระ​ยาวชิรญาณวโรส วัดบวรนิเวศ​วิหาร​ ได้เสด็จ​ไปตรวจ​คณะ​สงฆ์​ได้เสด็จ​ขึ้น​ที่​วัด​สว่าง​อารมณ์​ได้ทอดพระเนตร​เห็น​สะพาน​สูงข้ามคลอง​หน้า​วัด(คลอง​พระอุดม)​ชาวบ้านเรียกวัดสะพานสูง​กันจนติดปาก​ พระสมเด็จ​พระยาวชิรญาณวโรรส​ ทรง​เห็น​สะพานก็เป็น​นิมิต​ที่​มี​ประจำวัดประมาณ​หนึ่ง​และชาวบ้านก็เรียก​จนติดปาก​จึงได้ประทานเปลี่ยน​ชื่อ​จากวัดสว่าง​อารมณ์​มาเป็นวัดสะพานสูง​มาจนทุกวันนี้ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ จำพรรษาที่วัดสะพานสูง​ เมื่อถึงช่วงเวลา​ออก​พรรษา​ท่านก็มักออก​ธุดงควัตร​เสมอ​ ออกธุดงค์แต่ละครั้ง​จะไปครั้ง​ละหลายๆปีไปทุกภาคและ​แถบประเทศ​เพื่อนบ้าน​ ออก​ธุดงควัตร​จนกระทั่ง​ชาวบ้านแหลมใหญ่คิดว่าได้มรณภาพ​ในป่าแล้วไม่เห็นกลับวัด​ จึงได้​พากันทำบุญสังฆทาน​แผ่ส่วน​กุศลไปให้ท่าน​ หลวงปู่เอี่ยม​ท่านทราบ​ได้​ด้วย​ญาณ​ของท่านเอง​ หลวงปู่เอี่ยม​ จึงได้กลับมาวัดในสภาพผมยาว​หนวด​เครารุงรัง​ จีวรขาดวิ่น​ จนชาวบ้านจำหลวงปู่ไม่ได้​ บ้างก็ว่าท่านเสียจริต แต่เหตุผลกลับใช่เป็นเช่นถูกกล่าวหา หลวงปู่เอี่ยม ขณะธุดงค์​อยู่ในป่าไม่ได้ปลงผม​ ผมยาวถึงบั้นเอว​ หนวดเครายาว​ จีวรขาดรุ่งริ่ง​ พร้อมมีสัตว์​ป่า​ เช่น​ หมี​ เสือ​ งูฯลฯ​ ติดตาม​หลวงปู่มา อย่างไรก็ตาม ระหว่าง​ที่​หลวง​ปู่​เอี่ยม​เที่ยว​ออกธุดง​ก็ได้เจอชีปะขาวเป็น​ชาว​เขมร​ชื่อ​ว่า​”จันทร์” จึงฝากตัวและ​เล่าเรียน​วิชาอิทธิ​เวทย์​จบจบทุกวิชาจนชีปะขาว​ไม่มีอะไรสอน ขณะนั้นก็ได้​เก็บต้นว่านไว้เป็นจำนวนมากไว้รักษาโรคและสร้าง​วัตถุ​มงคล​ และยังมีมวลสารที่เก็บขณะที่ท่านกลับมา​ วัตถุ​มงคล​ที่หลวงปู่เอี่ยมได้นำเอามวลสารทั้งหลายมาสร้างวัตถุมงคล​ เช่น​ พระควัมปติ(พระปิด​ตา)​และตะกรุด​โทน​มหามงคลโสรฬโดยท่านจะจารลงบนแผ่นโลหะแล้วพอกด้วยมวลสารที่ท่านเก็บและถักด้วยเชือก​สายสิญจน์​แล้วปลุกเสก​เพื่อแจกจ่ายให้แก่ลูกศิษย์​ หลังจากที่หลวงปู่กลับมาจากป่าท่านเห็นวัดทรุดโทรมจึงได้บูรณะวัดเป็นการใหญ่และสร้างเสนาสนะ​ ลูกศิษย์​ที่มาร่วมบูรณะก็จะได้รับตะกรุดและพระปิดตาเป็นของที่ระลึก​ หลวงปู่เอี่ยมท่านมรณภาพ​ในปี​ พ.ศ.2439 สิริ​อายุ ​80 ปี​ พรรษา59 ต่อมาได้มีการปั้น​รูปเหมือน​ของ​”หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม” เท่าองค์​จริงประดิษฐ์​ที่หน้าโบสถ์​วัด​สะพานสูง​ได้มีผู้เลื่อมใส​และ​นับถือ​แวะเวียนมากราบไหว้ขอพรบนบานศาลกล่าว​มิได้ขาดสาย ที่สำคัญ กิตติมศักดิ์​ของ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ และวัตถุ​มงคล​ ที่ชื่อดัง​ไป​ทั่วเมือง​ไทยและต่างประเทศ​ จนทำนักสะสมอยากได้มาเป็นเจ้าของ​เพื่อบูชา หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ท่านอาพาธ​ด้วยโรคชราและใกล้​มรณภาพ​ มีลูก​ศิษย์​ที่คอยดูแลและปรณนิบัติท่านอย่างใกล้ชิด​ จึงได้​กราบเรียน​กับหลวงปู่เอี่ยมว่า”อาจารย์​มีอาการเต็มที่​แล้ว” ถ้าท่านมีอะไรก็ขอให้สั่งกับศิษย์​เป็นครั้งสุดท้ายหลวงปู่ท่านได้กล่าวกับลูกศิษย์​ว่า”ถ้า​หากว่า​เหตุทุก​ข์ภัยเกิดขึ้น​ขอให้ระลึก​ถึง​ท่านและเอ่ยชื่อท่านแล้วกัน” เมื่อระลึกถึงท่านแล้วเอ่ยนามท่านทุกข์​ภัยเหล่านั้นก็จะได้รับการขจัดปัดเป่าด้วยดีทุกครั้งไป
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Pak Kret District

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

ประวัติ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูง หลวงปูเอี่ยม ปฐมนาม วัดสะพานสูงหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ( อ่านว่า ปะถะมะนามะ หรือ ปถมนาม ) เกิดในรัชกาลที่ ๒ เมื่อปีฉลู พ.ศ. 2359 เป็นบุตรนายนาค นางจันทร์ โดยมีพี่น้องท้องเดียวกัน รวมด้วยกัน 4 คน คือ 1. หลวงปู่เอี่ยม 2. นายฟัก 3. นายขำ 4. นางอิ่ม บ้านเกิดของหลวงปู่เอี่ยมอยู่ที่ตำบลบานแหลมใหญ่ ฝั่งใต้ ข้างวัดท้องคุ้ง อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๑ อายุท่านได้ ๒๒ ปี ได้อุปสมบท ที่วัดบ่อ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด (วัดบ่อนี้อยู่คิดกับตลาดในท่าน้ำปากเกร็ด) ท่านอุปสมบท ได้ประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ย้ายไปประจำพรรษาอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรีซึ่งในขณะนั้นพระพิมลธรรมพร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งย้ายมาจากวัดราชบูรณะ พระนคร หลวงปู่เอี่ยมท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม และแปลพระธรรมบทอยู่ที่วัดนี้อยู่ได้ถึง ๗ พรรษาท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดประยูรวงศาวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๘ อยู่วัดประยูรวงศาวาสได้ ๓ พรรษา ถึงปี พ.ศ. ๒๓๘๙๑ นายแขก สมุห์บัญชีได้นิมนต์หลวงปู่เอี่ยม ไป จำพรรษาเจริญพระกัมมัฏฐานเป็นเริ่มแรก และได้ศึกษาอยู่ ๕ พรรษา ถึงปี ๒๓๙๖ ญาติโยมพร้อมด้วยชาวบ้านภูมิลำเนาเดิมในคลองแหลมใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันนี้ คือคลองพระอุดม) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมา อาราธนานิมนต์หลวงปู่เอี่ยม กลับไปปกครองวัดสว่างอารมณ์ หรือวัดสะพานสูง ในปัจจุบันนี้ สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์เดิมมาเป็นชื่อวัดสะพานสูงนั้น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในสมัยนั้นสมเด็จกรมพระยาวชิญาณวโรรส ท่านได้เสร็จไปตรวจการคณะสงฆ์ได้เสด็จขึ้นที่วัดสว่างอารมณ์นี้ ได้ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองวัด (คลองพระอุดมปัจจุบันนี้) ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกวัดสว่างอารมณ์นี้ว่า วัดสะพานสูง จึงทำให้วัดนี้มีชื่อเรียกกัน ๒ ชื่อ ฉะนั้น สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเห็นว่า สะพานสูงนี้ก็เป็นนิมิตดีประจำวัดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งชาวบ้านก็นิยมเรียกกันติดปากว่าวัดสะพานสูง จึงได้ประทานเปลี่ยนชื่อวัดสว่างอารมณ์ มาเป็น "วัดสะพานสูง" จนตราบเท่าทุกวันนี้ หลวงปู่เอี่ยม มาวัดสะพานสูงใหม่ๆ ที่วัดนี้มีพระประจำวันพรรษาอยู่เพียง ๒ รูปเท่านั้น ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ย้ายมาอยู่วัดสะพานสูงได้ ๘ เดือน ก่อนวันเข้าพรรษาหลวงพิบูลย์สมบัติ บ้านท่านอยู่ปากคลองบางลำภู พระนคร ได้เดินทางมานมัสการหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่เอี่ยมได้ปรารภถึงความลำบาก ด้วยเรื่องการทำอุโบสถและสังฆกรรม เนื่องจากสถานที่เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงอยากจะสร้างให้เป็นถาวรสถานแก่วัดให้เจริญรุ่งเรือง หลวงพิบูลยสมบัติ ท่านจึงได้บอกบุญเรี่ยไรหาเงินมา เพื่อก่อสร้างโบสถ์ และถาวรสถานขึ้น จึงเป็นที่เข้าใจกันว่าหลวงปู่เอี่ยม ได้เริ่มสร้างพระปิดตาและตะกรุดเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นของชำร่วยแก่ผู้บริจาคทรัพย์และสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างพระ อุโบสถและถาวรสถาน ต่อมาถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้สร้างศาลาการเปรียญ หลังจากนั้นอีกหลวงปู่เอี่ยมได้สร้างพระเจดีย์ฐาน ๓ ชั้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ขณะที่ท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้มาอยู่วัดสะพานสูง ท่านได้ไปธุดงค์ไปทางแถบประเทศเขมร โดยมีลูกวัดติดตามไปด้วยเสมอ แต่ท่านจะให้ลูกวัดออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ๖-๗ ชั่วโมง แล้วจะนัดกันไปพบที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วท่านหลวงปู่เอี่ยม ได้ไปพบชีปะขาวชาวเขมรท่านหนึ่งชื่อว่าจันทร์หลวงปู่เอี่ยม จึง ได้เรียนวิชาอิทธิเวทย์ จากท่านอาจารย์ผู้นี้อยู่หลายปี จนกระทั่งชาวบ้านแหลมใหญ่นึกว่าท่านออกธุดงค์ไปได้ถึงแก่มรณภาพไปแล้ว เนื่องจากหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้กลับมาที่วัดหลายปี จึงได้ทำสังฆทานแผ่ส่วนกุศลไปให้ท่าน ทำให้ท่านหลวงปู่เอี่ยม ทราบในญาณของท่านเอง และท่านหลวงปู่เอี่ยม จึงได้เดินทางกลับมายังวัดสะพานสูง การไปธุดงค์ครั้งนี้ หลวงปู่เอี่ยม ได้ไปเป็นเวลานาน และอยู่ในป่าจึงปรากฏว่าท่านหลวงปู่เอี่ยม ท่านไม่ได้ปลงผม ผมจึงยาวถึงบั้นเอว จีวรก็ขาดรุ่งริ่ง หมวดท่านยาวเฟิ้มพร้อมมีสัตว์ป่าติดตามท่านหลวงปู่เอี่ยม มาด้วย อาทิเช่น หมี, เสือ, และงูจงอาง ฯลฯ จากการเจริญกรรมฐานนี้ จึงทำให้หลวงปู่เอี่ยมสำเร็จ "โสรฬ" มีเรื่องเล่ากันว่ามีต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีน้ำมันตกและดุมากเป็นที่เกรงกลัว แก่ชาวบ้านแถบนั้น หลวงปู่จึงช่วยยืนเพ่งอยู่ 3 วันเท่านั้น ต้นตะเคียนก็เฉาและยืนต้นตาย หลวงปู่เป็นผู้มีอาคมฉมัง วาจาสิทธิ์ มักน้อยและสันโดษ ท่านเป็นต้นแบบในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านได้สร้างถาวรวัตถุที่ได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้คือพระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ พระเจดีย์ จึงเป็นที่มาของการสร้างพระปิดตา และตะกรุดโทนมหาโสฬสมงคลอันลือลั่นนั่นเอง ท่านหลวงปู่เอี่ยม เป็นพระผู้มีอาคมขลัง มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มักน้อย ถือสันโดษ ด้วยเหตุนี้เองทำให้หลวงปู่เอี่ยม ท่าน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งชาวบ้านและเจ้านายผู้ใหญ่ในพระนครนับถือท่านมากจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ของชีวิต ก่อนที
Sumeth Nuttaruk

Sumeth Nuttaruk

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Pak Kret District

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
ร้านน้ำดื่มบางตะไนย์ ร้านคลองพระขายส่ง
ธนกฤษ ร้อยกรแก้ว

ธนกฤษ ร้อยกรแก้ว

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Pak Kret District

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

ใน​อดีต​จน​ถึง​ปัจจุบัน​มี​การ​สร้าง​พระเครื่อง​มากมายหลายรุ่น​ เพื่อ​เป็น​การ​แทน​องค์​พระ​พุทธ​เจ้า​ใน​รูป​ปาง​ต่าง​ๆใน​พุทธ​ประวัติ​และ​ท่าทาง​ หรือ​อิริยาบถ​ต่อมาได้สร้าง​รูปเหมือน​พระ​เกจิอาจารย์​ที่นับถือ​และตัวอักขระ​เลขยันต์​ลงบนผ้า​ ไม้มงคล​ โลหะ​ พระเกจิอาจา​รย์มีปฎิประทาที่ในประเทศ​ไทย​มีมากแต่จะนำเสนอ​พระเกจิอาจารย์​ที่มากด้วยจริยาวัตร​และเก่งในด้านวิปัสสนา​กรรมฐาน​ เกจิอาจารย์​จังหวัด​นนทบุรี​ ที่มีชื่อเสียงและคนไทยกราบไหว้มาถึงปัจจุบันนี้ คือ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ผู้​ที่โด่งดัง​ในเรื่อง​ของตะกรุด​และพระ​ปิด​ตา​ เจ้าอาวาส​วัดสะพานสูง​ ประวัติท่านเป็น​ ชาวปากเกร็ด​โดยกำเนิด เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จ​พระพุทธ​เลิศ​หล้า​นภาลัย​ รัชกาล​ที่​2​ ในปี พ.ศ.2359 หลวงปู่เอี่ยม​ เป็นพี่คนโตในพี่น้อง 4 คน​ ท่านมีนิสัยเป็นผู้ใฝ่การเรียนจึง​มักจะ​หา​ความรู้​ตั้งแต่​เด็ก​โดยเฉพาะ​ด้าน​วิปัสสนา​กรรมฐาน ต่อมา พอย่าง​อายุ 22 ปี​ จึงเข้าพิธี​อุปสมบท​เป็น​พระ​ภิกษุ​ เมื่อ​ปี​ พ.ศ.2381 ที่วัดบ่อปาก​เกร็ด​ จำพรรษา​อยู่​วัดบาง​บ่อได้ 1 ปี​ แล้ว​ย้าย​ไปจำพรรษาที่​วัด​กัลยาณมิตร​ วัดประยูร​วงศาวาส วัดนวลนรดิส​ รวมได้ 15 พรรษา​ ภายหลังญาติ​โยม​และชาวบ้านต่าง​พา​กัน​เดินทาง​ไป​นิมนต์​ให้หลวงปู่กลับมา​อยู่​ที่วัด​ภูมิ​ลำเนาเดิม​ ท่านได้ย้ายกลับมา​ โดยกลับมาจำพรรษา​ที่วัด​สะพาน​สูง​ ใน​ปี​ พ.ศ.2396 “วัดสะพานสูง” เดิม​ชื่อ​”วัด​สว่าง​อารมณ์” สาเหตุ​ที่​เปลี่ยน​ชื่อคราวที่”สมเด็จ​พระ​ยาวชิรญาณวโรส วัดบวรนิเวศ​วิหาร​ ได้เสด็จ​ไปตรวจ​คณะ​สงฆ์​ได้เสด็จ​ขึ้น​ที่​วัด​สว่าง​อารมณ์​ได้ทอดพระเนตร​เห็น​สะพาน​สูงข้ามคลอง​หน้า​วัด(คลอง​พระอุดม)​ชาวบ้านเรียกวัดสะพานสูง​กันจนติดปาก​ พระสมเด็จ​พระยาวชิรญาณวโรรส​ ทรง​เห็น​สะพานก็เป็น​นิมิต​ที่​มี​ประจำวัดประมาณ​หนึ่ง​และชาวบ้านก็เรียก​จนติดปาก​จึงได้ประทานเปลี่ยน​ชื่อ​จากวัดสว่าง​อารมณ์​มาเป็นวัดสะพานสูง​มาจนทุกวันนี้ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ จำพรรษาที่วัดสะพานสูง​ เมื่อถึงช่วงเวลา​ออก​พรรษา​ท่านก็มักออก​ธุดงควัตร​เสมอ​ ออกธุดงค์แต่ละครั้ง​จะไปครั้ง​ละหลายๆปีไปทุกภาคและ​แถบประเทศ​เพื่อนบ้าน​ ออก​ธุดงควัตร​จนกระทั่ง​ชาวบ้านแหลมใหญ่คิดว่าได้มรณภาพ​ในป่าแล้วไม่เห็นกลับวัด​ จึงได้​พากันทำบุญสังฆทาน​แผ่ส่วน​กุศลไปให้ท่าน​ หลวงปู่เอี่ยม​ท่านทราบ​ได้​ด้วย​ญาณ​ของท่านเอง​ หลวงปู่เอี่ยม​ จึงได้กลับมาวัดในสภาพผมยาว​หนวด​เครารุงรัง​ จีวรขาดวิ่น​ จนชาวบ้านจำหลวงปู่ไม่ได้​ บ้างก็ว่าท่านเสียจริต แต่เหตุผลกลับใช่เป็นเช่นถูกกล่าวหา หลวงปู่เอี่ยม ขณะธุดงค์​อยู่ในป่าไม่ได้ปลงผม​ ผมยาวถึงบั้นเอว​ หนวดเครายาว​ จีวรขาดรุ่งริ่ง​ พร้อมมีสัตว์​ป่า​ เช่น​ หมี​ เสือ​ งูฯลฯ​ ติดตาม​หลวงปู่มา อย่างไรก็ตาม ระหว่าง​ที่​หลวง​ปู่​เอี่ยม​เที่ยว​ออกธุดง​ก็ได้เจอชีปะขาวเป็น​ชาว​เขมร​ชื่อ​ว่า​”จันทร์” จึงฝากตัวและ​เล่าเรียน​วิชาอิทธิ​เวทย์​จบจบทุกวิชาจนชีปะขาว​ไม่มีอะไรสอน ขณะนั้นก็ได้​เก็บต้นว่านไว้เป็นจำนวนมากไว้รักษาโรคและสร้าง​วัตถุ​มงคล​ และยังมีมวลสารที่เก็บขณะที่ท่านกลับมา​ วัตถุ​มงคล​ที่หลวงปู่เอี่ยมได้นำเอามวลสารทั้งหลายมาสร้างวัตถุมงคล​ เช่น​ พระควัมปติ(พระปิด​ตา)​และตะกรุด​โทน​มหามงคลโสรฬโดยท่านจะจารลงบนแผ่นโลหะแล้วพอกด้วยมวลสารที่ท่านเก็บและถักด้วยเชือก​สายสิญจน์​แล้วปลุกเสก​เพื่อแจกจ่ายให้แก่ลูกศิษย์​ หลังจากที่หลวงปู่กลับมาจากป่าท่านเห็นวัดทรุดโทรมจึงได้บูรณะวัดเป็นการใหญ่และสร้างเสนาสนะ​ ลูกศิษย์​ที่มาร่วมบูรณะก็จะได้รับตะกรุดและพระปิดตาเป็นของที่ระลึก​ หลวงปู่เอี่ยมท่านมรณภาพ​ในปี​ พ.ศ.2439 สิริ​อายุ ​80 ปี​ พรรษา59 ต่อมาได้มีการปั้น​รูปเหมือน​ของ​”หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม” เท่าองค์​จริงประดิษฐ์​ที่หน้าโบสถ์​วัด​สะพานสูง​ได้มีผู้เลื่อมใส​และ​นับถือ​แวะเวียนมากราบไหว้ขอพรบนบานศาลกล่าว​มิได้ขาดสาย ที่สำคัญ กิตติมศักดิ์​ของ​ หลวงปู่​เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ และวัตถุ​มงคล​ ที่ชื่อดัง​ไป​ทั่วเมือง​ไทยและต่างประเทศ​ จนทำนักสะสมอยากได้มาเป็นเจ้าของ​เพื่อบูชา หลวงปู่เอี่ยม​ ปฐม​นาม​ ท่านอาพาธ​ด้วยโรคชราและใกล้​มรณภาพ​ มีลูก​ศิษย์​ที่คอยดูแลและปรณนิบัติท่านอย่างใกล้ชิด​ จึงได้​กราบเรียน​กับหลวงปู่เอี่ยมว่า”อาจารย์​มีอาการเต็มที่​แล้ว” ถ้าท่านมีอะไรก็ขอให้สั่งกับศิษย์​เป็นครั้งสุดท้ายหลวงปู่ท่านได้กล่าวกับลูกศิษย์​ว่า”ถ้า​หากว่า​เหตุทุก​ข์ภัยเกิดขึ้น​ขอให้ระลึก​ถึง​ท่านและเอ่ยชื่อท่านแล้วกัน” เมื่อระลึกถึงท่านแล้วเอ่ยนามท่านทุกข์​ภัยเหล่านั้นก็จะได้รับการขจัดปัดเป่าด้วยดีทุกครั้งไป
กรรมกรผู้จับกัง

กรรมกรผู้จับกัง

See more posts
See more posts