ในสมัยก่อนบริเวณอ่าวปัตตานี เป็นฮวงซุ้ยสุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว สมัยก่อนบริเวณอ่าวปัตตานี จะมีที่จอดเรือค้าขาย ลักษณะมีพื้นที่ดิน ฮวงซุ้ยของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจึงตั้งอยู่ที่นั่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการกัดเซาะของน้ำทะเล ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับสั่งให้มีการอนุรักษ์ไว้ จึงได้ทำพิธีอันเชิญฮวงซุ้ยของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมาไว้ที่เมืองกรือเซะ และได้สร้างรูปปั้นเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไว้ใต้ต้นมะม่วงหิมะพานต์ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของมัสยิดกรือเซะ ต่อมาชาวจีนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่เมืองกรือเซะ ได้ย้ายถิ่นฐานอาศัยไปที่เมืองปัตตานี เนื่องจากความเสื่อมโทรมของเมืองกรือเซะ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล และเริ่มมีการเปิดท่าเพื่อการค้าขายเพิ่มขึ้นในบริเวณอ่าวปัตตานี ในช่วงนี้จึงได้มีการนำรูปปั้นของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมาไว้ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียงที่เมืองปัตตานี โดยมีพระจีนคณานุรักษ์เป็นผู้ดูแลศาลเจ้าในสมัยนั้น เพื่อให้ชาวจีนได้สักการะบูชาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงเมืองกรือเซะ ซึ่งเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร โดยประมาณ นายอรรถพร ยังเล่าต่อไปว่า สมัยนั้นถ้าชาวจีนต้องเดินทางไปยังเมืองกรือเซะ เพื่อไปศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนียว จะต้องเดินผ่านหมู่บ้านชาวอิสลาม ซึ่งการเดินทางไปแต่ละครั้งจะนำของไหว้บูชาต่างๆ เช่น หัวหมู บายศรีต่างๆ ผ่านไปด้วย จึงมีความไม่สะดวกในเรื่องของความรู้สึก...
Read moreNice place to meditate and pay respect. Cemetery of the goddess. Bit out of the city, you can make the combination with the 200 year old...
Read moreฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนียว ตั้งอยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ มีตำนานเล่าว่าลิ้มกอเหนี่ยว ได้ลงเรือสำเภาเพื่อมาตามหาพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม ซึ่งมาแต่งงานกับธิดาของพญาตานี และได้เปลี่ยนศาสนา แต่เนื่องด้วยพี่ชายไม่ยอมกลับประเทศจีน จึงได้ผูก.....ที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงฝัง..ลิ้มกอเหนี่ยวไว้ที่นี่...
Read more