HTML SitemapExplore

Wat Tha Lo — Local services in Phichit Province

Name
Wat Tha Lo
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Tha Lo tourism.Wat Tha Lo hotels.Wat Tha Lo bed and breakfast. flights to Wat Tha Lo.Wat Tha Lo attractions.Wat Tha Lo restaurants.Wat Tha Lo local services.Wat Tha Lo travel.Wat Tha Lo travel guide.Wat Tha Lo travel blog.Wat Tha Lo pictures.Wat Tha Lo photos.Wat Tha Lo travel tips.Wat Tha Lo maps.Wat Tha Lo things to do.
Wat Tha Lo things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Tha Lo
ThailandPhichit ProvinceWat Tha Lo

Basic Info

Wat Tha Lo

G8CG+63R, Tha Lo, Mueang Phichit District, Phichit 66000, Thailand
4.6(52)
Open until 6:00 PM
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Family friendly
attractions: , restaurants: , local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Website
facebook.com
Open hoursSee all hours
Mon6 AM - 6 PMOpen

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Phichit Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Phichit Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Phichit Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Tha Lo

4.6
(52)
avatar
5.0
1y

จุดเริ่มต้นที่ดีทำให้หัวใจเราแข็งแรงคือการให้กำลังใจตัวเอง

พระเจ้าเข้านิพพาน ๑ เดียวที่ วัดท่าฬ่่อ สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ บริเวณวัดมีพระอุโบสถไม่ปรากฎว่าสร้างเมื่อใด ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดพุทธประวัติพระเจ้าสิบชาติ และประดิษฐานพระคีนโด่ ปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน สัณนิฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ และเชื่อกันว่าการไหว้พระพุทธเจ้าเข้านิพพานจะทำให้หมดทุกข์นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่ง นามว่า “หลวงพ่อหิน”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารกลางวัดมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อปี ๒๕๐๒ ใกล้วันสงกรานต์ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ เกิดนิมิตเห็น พระพุทธรูปองค์ใหญ่สวยงามมาก ท่านดีใจและอยากได้มาเป็นมิ่งขวัญศิริมงคลแก่วัด จึงขอร้องญาติโยมให้ช่วยสืบหาพระพุทธรูปในนิมิตนั้นจนได้ความว่า มีพระพุทธรูปอยู่จริง และมีแต่เศียร เป็นหินแกะสลักสวยงามมาก อยู่กับคบไม้ (ต้นไทร) บ้านชาละวัน ตำบลสนามคลี ชาวบ้านเล่าว่าเศียรพระพุทธรูปนี้ แต่เดิมมีคนนำมาจากแถว ๆ วัดมหาธาตุใกล้ถ้ำชาละวันเมืองเก่า ใครนำไปก็มีอันเป็นไป ต้องนำมาคืนไว้ที่ต้นไทรตามเดิม ท่านเจ้าคุณเมธีธรรมประนาท จึงได้ไปที่ต้นไทรนั้น เห็นเศียรพระโผล่ออกมาจากคบไม้เล็กน้อย (คบไม้หุ้มไว้) จึงได้จุดธูปสักการะและอธิษฐานเสี่ยงทายว่า ถ้าเป็นพระคู่บ้าน คู่เมืองของวัดท่าฬ่อจะขออัญเชิญไปอยู่วัดท่าฬ่อ ให้บังเกิดความเงียบสงัด ถ้าไม่ยินดีจะไปอยู่ ให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ทันตาเห็น จากนั้นทุกอย่างเงียบสงัดเป็นเวลาประมาณ ๕ นาที เมื่อเป็นไปดังคำอธิษฐานจึงได้ใช้ขวานบากคบไม้ นำเอาเศียรพระพุทธรูปออกมาและนำไปไว้ที่วัดท่าฬ่อ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท ได้ติดต่อช่างจากสุโขทัย มาประกอบเป็นองค์พระได้สำเร็จงดงามและให้เรียกชื่อว่า พระพุทธศิลามหามุนีนาถ (หลวงพ่อหิน)...

   Read more
avatar
5.0
1y

วัดท่าฬ่อตั้งอยู่ที่บ้านท่าฬ่อ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

ประวัติ วัดท่าฬ่อสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ชื่อ “ท่าฬ่อ” เป็นชื่อของชุมชนที่ตั้งของวัดซึ่งเชื่อกันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ท่าล้อ" เพราะบริเวณนี้ในสมัยก่อนเป็นที่รวมตัวของเหล่าล้อเลื่อนสำหรับลากไม้และล้อเกวียนต่างๆ ที่ใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร สำหรับวิหารหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงตากลิมซึ่งเป็นที่ตั้งของจิตรกรรมนั้นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ปางนิพพานหรือที่มักเรียกกันว่าปาง  "พระเจ้าเข้านิพพาน"  ซึ่งมีเพียง ๒ แห่งเท่านั้นในประเทศไทย  คือที่นี่ซึ่งถือว่าสมบูรณ์ที่สุดกับที่วิหารแกลบ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก ต่อมา เมื่อกรมศิลปากรมาบูรณะภาพในวิหารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทางวัดได้อัญเชิญพระพุทธรูปไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงพ่อพวง ในวิหารหลวงตากลิมจึงเหลือเพียงแค่ฐานและมักจะปิดตายเพราะตั้งอยู่ท้ายวัดและไม่มีพระพุทธรูปให้คนมากราบไหว้อีก ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะจิตรกรรมในวิหารหลังนี้งดงามและยังคงสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจิตรกรรมรุ่นเดียวกัน

ที่ตั้งภาพจิตรกรรม: ผนังด้านในวิหารเก่าทั้ง ๔ ด้านและที่ฐานซึ่งเคยรองรับพระเจ้าเข้านิพพาน...

   Read more
avatar
3.0
4y

โครงการกราบพระนอน 99 องค์ ปี 2564 องค์ที่ 69 พระตีนโด่ วัดท่าฬ่อ เมืองพิจิตร พิจิตร เห็นชื่อวัดก็เดาว่า ในอดีตคงมีการใช้ฬ่อ (สัตว์จำพวกลา) ในการขนสินค้ามาที่ท่าเรือลำน้ำน่านบริเวณหน้าวัดนี้ แต่ฬ่อคำนี้กลับเพี้ยนมาจากคำว่าล้อ หมายถึงเกวียนต่างหาก พระนอนที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พระพุทธรูปปางเข้านิพพาน อายุเก่าแก่ สร้างเป็นองค์พระพุทธรูปไสยาสน์อยู่ในหีบไม้ ทำให้พระบาททั้งสองข้างโผล่ออกมาที่ปลายหีบ ชาวบ้านเรียก พระตีนโด่ ตอนที่ไปประดิษฐานอยู่ที่กุฏิท่านเจ้าอาวาส แต่น่าเสียที่ทำได้เพียงกราบ ทำบุญ และถ่ายภาพหีบ ไม่ได้รับอนุญาตเปิดให้ชมองค์พระในหีบ นอกจากนั้นยังมีหลวงพ่อหิน พระพุทธรูปสำคัญของวัด ประดิษฐานในวิหาร มีโรงเรือสำหรับเก็บเรือยาวแข่งขันในลำน้ำน่าน รวมทั้งภายในวัดร่มรื่นด้วย องค์ต่อไป พระพุทธไสยาสน์ วัดสุขุมาราม บางมูลนาก พิจิตร องค์ก่อนหน้า พระพุทธไสยาสน์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Namwan KanchanaNamwan Kanchana
จุดเริ่มต้นที่ดีทำให้หัวใจเราแข็งแรงคือการให้กำลังใจตัวเอง พระเจ้าเข้านิพพาน ๑ เดียวที่ วัดท่าฬ่่อ สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ บริเวณวัดมีพระอุโบสถไม่ปรากฎว่าสร้างเมื่อใด ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดพุทธประวัติพระเจ้าสิบชาติ และประดิษฐานพระคีนโด่ ปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน สัณนิฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ และเชื่อกันว่าการไหว้พระพุทธเจ้าเข้านิพพานจะทำให้หมดทุกข์นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่ง นามว่า “หลวงพ่อหิน”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารกลางวัดมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อปี ๒๕๐๒ ใกล้วันสงกรานต์ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ เกิดนิมิตเห็น พระพุทธรูปองค์ใหญ่สวยงามมาก ท่านดีใจและอยากได้มาเป็นมิ่งขวัญศิริมงคลแก่วัด จึงขอร้องญาติโยมให้ช่วยสืบหาพระพุทธรูปในนิมิตนั้นจนได้ความว่า มีพระพุทธรูปอยู่จริง และมีแต่เศียร เป็นหินแกะสลักสวยงามมาก อยู่กับคบไม้ (ต้นไทร) บ้านชาละวัน ตำบลสนามคลี ชาวบ้านเล่าว่าเศียรพระพุทธรูปนี้ แต่เดิมมีคนนำมาจากแถว ๆ วัดมหาธาตุใกล้ถ้ำชาละวันเมืองเก่า ใครนำไปก็มีอันเป็นไป ต้องนำมาคืนไว้ที่ต้นไทรตามเดิม ท่านเจ้าคุณเมธีธรรมประนาท จึงได้ไปที่ต้นไทรนั้น เห็นเศียรพระโผล่ออกมาจากคบไม้เล็กน้อย (คบไม้หุ้มไว้) จึงได้จุดธูปสักการะและอธิษฐานเสี่ยงทายว่า ถ้าเป็นพระคู่บ้าน คู่เมืองของวัดท่าฬ่อจะขออัญเชิญไปอยู่วัดท่าฬ่อ ให้บังเกิดความเงียบสงัด ถ้าไม่ยินดีจะไปอยู่ ให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ทันตาเห็น จากนั้นทุกอย่างเงียบสงัดเป็นเวลาประมาณ ๕ นาที เมื่อเป็นไปดังคำอธิษฐานจึงได้ใช้ขวานบากคบไม้ นำเอาเศียรพระพุทธรูปออกมาและนำไปไว้ที่วัดท่าฬ่อ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท ได้ติดต่อช่างจากสุโขทัย มาประกอบเป็นองค์พระได้สำเร็จงดงามและให้เรียกชื่อว่า พระพุทธศิลามหามุนีนาถ (หลวงพ่อหิน) เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป
CHKCHK
วัดท่าฬ่อตั้งอยู่ที่บ้านท่าฬ่อ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ประวัติ วัดท่าฬ่อสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ชื่อ “ท่าฬ่อ” เป็นชื่อของชุมชนที่ตั้งของวัดซึ่งเชื่อกันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ท่าล้อ" เพราะบริเวณนี้ในสมัยก่อนเป็นที่รวมตัวของเหล่าล้อเลื่อนสำหรับลากไม้และล้อเกวียนต่างๆ ที่ใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร สำหรับวิหารหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงตากลิมซึ่งเป็นที่ตั้งของจิตรกรรมนั้นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ปางนิพพานหรือที่มักเรียกกันว่าปาง  "พระเจ้าเข้านิพพาน"  ซึ่งมีเพียง ๒ แห่งเท่านั้นในประเทศไทย  คือที่นี่ซึ่งถือว่าสมบูรณ์ที่สุดกับที่วิหารแกลบ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก ต่อมา เมื่อกรมศิลปากรมาบูรณะภาพในวิหารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทางวัดได้อัญเชิญพระพุทธรูปไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงพ่อพวง ในวิหารหลวงตากลิมจึงเหลือเพียงแค่ฐานและมักจะปิดตายเพราะตั้งอยู่ท้ายวัดและไม่มีพระพุทธรูปให้คนมากราบไหว้อีก ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะจิตรกรรมในวิหารหลังนี้งดงามและยังคงสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจิตรกรรมรุ่นเดียวกัน ที่ตั้งภาพจิตรกรรม: ผนังด้านในวิหารเก่าทั้ง ๔ ด้านและที่ฐานซึ่งเคยรองรับพระเจ้าเข้านิพพาน มีข้อความเขียนไว้ตรงทางเข้าว่าภาพทั้งหมดเขียนโดยพระกลิมเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒
Danai WinairatDanai Winairat
โครงการกราบพระนอน 99 องค์ ปี 2564 องค์ที่ 69 พระตีนโด่ วัดท่าฬ่อ เมืองพิจิตร พิจิตร เห็นชื่อวัดก็เดาว่า ในอดีตคงมีการใช้ฬ่อ (สัตว์จำพวกลา) ในการขนสินค้ามาที่ท่าเรือลำน้ำน่านบริเวณหน้าวัดนี้ แต่ฬ่อคำนี้กลับเพี้ยนมาจากคำว่าล้อ หมายถึงเกวียนต่างหาก พระนอนที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พระพุทธรูปปางเข้านิพพาน อายุเก่าแก่ สร้างเป็นองค์พระพุทธรูปไสยาสน์อยู่ในหีบไม้ ทำให้พระบาททั้งสองข้างโผล่ออกมาที่ปลายหีบ ชาวบ้านเรียก พระตีนโด่ ตอนที่ไปประดิษฐานอยู่ที่กุฏิท่านเจ้าอาวาส แต่น่าเสียที่ทำได้เพียงกราบ ทำบุญ และถ่ายภาพหีบ ไม่ได้รับอนุญาตเปิดให้ชมองค์พระในหีบ นอกจากนั้นยังมีหลวงพ่อหิน พระพุทธรูปสำคัญของวัด ประดิษฐานในวิหาร มีโรงเรือสำหรับเก็บเรือยาวแข่งขันในลำน้ำน่าน รวมทั้งภายในวัดร่มรื่นด้วย องค์ต่อไป พระพุทธไสยาสน์ วัดสุขุมาราม บางมูลนาก พิจิตร องค์ก่อนหน้า พระพุทธไสยาสน์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Phichit Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

จุดเริ่มต้นที่ดีทำให้หัวใจเราแข็งแรงคือการให้กำลังใจตัวเอง พระเจ้าเข้านิพพาน ๑ เดียวที่ วัดท่าฬ่่อ สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ บริเวณวัดมีพระอุโบสถไม่ปรากฎว่าสร้างเมื่อใด ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดพุทธประวัติพระเจ้าสิบชาติ และประดิษฐานพระคีนโด่ ปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน สัณนิฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ และเชื่อกันว่าการไหว้พระพุทธเจ้าเข้านิพพานจะทำให้หมดทุกข์นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่ง นามว่า “หลวงพ่อหิน”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารกลางวัดมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อปี ๒๕๐๒ ใกล้วันสงกรานต์ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ เกิดนิมิตเห็น พระพุทธรูปองค์ใหญ่สวยงามมาก ท่านดีใจและอยากได้มาเป็นมิ่งขวัญศิริมงคลแก่วัด จึงขอร้องญาติโยมให้ช่วยสืบหาพระพุทธรูปในนิมิตนั้นจนได้ความว่า มีพระพุทธรูปอยู่จริง และมีแต่เศียร เป็นหินแกะสลักสวยงามมาก อยู่กับคบไม้ (ต้นไทร) บ้านชาละวัน ตำบลสนามคลี ชาวบ้านเล่าว่าเศียรพระพุทธรูปนี้ แต่เดิมมีคนนำมาจากแถว ๆ วัดมหาธาตุใกล้ถ้ำชาละวันเมืองเก่า ใครนำไปก็มีอันเป็นไป ต้องนำมาคืนไว้ที่ต้นไทรตามเดิม ท่านเจ้าคุณเมธีธรรมประนาท จึงได้ไปที่ต้นไทรนั้น เห็นเศียรพระโผล่ออกมาจากคบไม้เล็กน้อย (คบไม้หุ้มไว้) จึงได้จุดธูปสักการะและอธิษฐานเสี่ยงทายว่า ถ้าเป็นพระคู่บ้าน คู่เมืองของวัดท่าฬ่อจะขออัญเชิญไปอยู่วัดท่าฬ่อ ให้บังเกิดความเงียบสงัด ถ้าไม่ยินดีจะไปอยู่ ให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ทันตาเห็น จากนั้นทุกอย่างเงียบสงัดเป็นเวลาประมาณ ๕ นาที เมื่อเป็นไปดังคำอธิษฐานจึงได้ใช้ขวานบากคบไม้ นำเอาเศียรพระพุทธรูปออกมาและนำไปไว้ที่วัดท่าฬ่อ เจ้าคุณเมธีธรรมประนาท ได้ติดต่อช่างจากสุโขทัย มาประกอบเป็นองค์พระได้สำเร็จงดงามและให้เรียกชื่อว่า พระพุทธศิลามหามุนีนาถ (หลวงพ่อหิน) เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป
Namwan Kanchana

Namwan Kanchana

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Phichit Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
วัดท่าฬ่อตั้งอยู่ที่บ้านท่าฬ่อ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ประวัติ วัดท่าฬ่อสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ชื่อ “ท่าฬ่อ” เป็นชื่อของชุมชนที่ตั้งของวัดซึ่งเชื่อกันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "ท่าล้อ" เพราะบริเวณนี้ในสมัยก่อนเป็นที่รวมตัวของเหล่าล้อเลื่อนสำหรับลากไม้และล้อเกวียนต่างๆ ที่ใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร สำหรับวิหารหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงตากลิมซึ่งเป็นที่ตั้งของจิตรกรรมนั้นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ปางนิพพานหรือที่มักเรียกกันว่าปาง  "พระเจ้าเข้านิพพาน"  ซึ่งมีเพียง ๒ แห่งเท่านั้นในประเทศไทย  คือที่นี่ซึ่งถือว่าสมบูรณ์ที่สุดกับที่วิหารแกลบ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก ต่อมา เมื่อกรมศิลปากรมาบูรณะภาพในวิหารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทางวัดได้อัญเชิญพระพุทธรูปไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังเก่าหรือที่เรียกกันว่าวิหารหลวงพ่อพวง ในวิหารหลวงตากลิมจึงเหลือเพียงแค่ฐานและมักจะปิดตายเพราะตั้งอยู่ท้ายวัดและไม่มีพระพุทธรูปให้คนมากราบไหว้อีก ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะจิตรกรรมในวิหารหลังนี้งดงามและยังคงสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจิตรกรรมรุ่นเดียวกัน ที่ตั้งภาพจิตรกรรม: ผนังด้านในวิหารเก่าทั้ง ๔ ด้านและที่ฐานซึ่งเคยรองรับพระเจ้าเข้านิพพาน มีข้อความเขียนไว้ตรงทางเข้าว่าภาพทั้งหมดเขียนโดยพระกลิมเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒
CHK

CHK

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Phichit Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

โครงการกราบพระนอน 99 องค์ ปี 2564 องค์ที่ 69 พระตีนโด่ วัดท่าฬ่อ เมืองพิจิตร พิจิตร เห็นชื่อวัดก็เดาว่า ในอดีตคงมีการใช้ฬ่อ (สัตว์จำพวกลา) ในการขนสินค้ามาที่ท่าเรือลำน้ำน่านบริเวณหน้าวัดนี้ แต่ฬ่อคำนี้กลับเพี้ยนมาจากคำว่าล้อ หมายถึงเกวียนต่างหาก พระนอนที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พระพุทธรูปปางเข้านิพพาน อายุเก่าแก่ สร้างเป็นองค์พระพุทธรูปไสยาสน์อยู่ในหีบไม้ ทำให้พระบาททั้งสองข้างโผล่ออกมาที่ปลายหีบ ชาวบ้านเรียก พระตีนโด่ ตอนที่ไปประดิษฐานอยู่ที่กุฏิท่านเจ้าอาวาส แต่น่าเสียที่ทำได้เพียงกราบ ทำบุญ และถ่ายภาพหีบ ไม่ได้รับอนุญาตเปิดให้ชมองค์พระในหีบ นอกจากนั้นยังมีหลวงพ่อหิน พระพุทธรูปสำคัญของวัด ประดิษฐานในวิหาร มีโรงเรือสำหรับเก็บเรือยาวแข่งขันในลำน้ำน่าน รวมทั้งภายในวัดร่มรื่นด้วย องค์ต่อไป พระพุทธไสยาสน์ วัดสุขุมาราม บางมูลนาก พิจิตร องค์ก่อนหน้า พระพุทธไสยาสน์ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา
Danai Winairat

Danai Winairat

See more posts
See more posts