วัดบางหัวเสือ ได้สร้างขึ้นมาประมาณรัชสมัย รัชกาลที่๒ ประมาณปี พ.ศ.๒๓๗๐ เนื่องจากสันนิฐานได้ว่าหลวงพ่อบัว เป็นองค์ปฐม เป็นเจ้าอธิการองค์แรก และเป็นพระอุปัชฌาย์องค์แรก ซึ่งท่านเกิดประมาณ ปี พ.ศ. ๒๓๕๘ ซึ่งอยู่ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ขึ้นครองราชย์ใน วันที่ ๗ กันยายน ๒๓๕๒ ชื่อวัดเดิมตามหลักฐาน ชื่อวัดบางศีศะเสือ แล้วในรัชสมัย รัชกาลที่ ๔ ได้โปรดให้มีการสังคยานา ปรับเปลี่ยนชื่อวัดต่างๆให้สอดคล้องกับ ภาษา สระ วรรณยุกต์ จึงได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ วัด บางหัวเสือ แทนจนถึงปัจจุบัน
เจ้าอาวาสรูปที่ ๑ หลวงพ่อบัว (เกิดใน ร.๒-ร.๕) ตามประวัติเดิม สันนิษฐานว่า หลวงพ่อบัว ท่านเป็น น้องชาย หลวงปู่จีน วัดท่าราษเหนือ ฉะเชิงเทรา ประวัติความเป็นมาของหลวงปู่จีน ทราบจากการเล่าสืบต่อกันมาจากผู้ที่เกิดทันได้พบหลวงปู่จีน สันนิษฐานว่าท่านเกิดในราวปี พ.ศ.๒๓๕๗ และเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าลาดในราวปี พ.ศ.๒๓๙๗ ท่านเป็นพระเกจิผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระและพุทธาคมเป็นพิเศษ รวมทั้งวิชาการแพทย์แผนโบราณ และมีเมตตาธรรมสูง ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทั้งเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยและเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจต่างๆ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองแปดริ้วและใกล้เคียง ต่อมากิตติศัพท์ของท่านเริ่มขจรไกล มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ท่านมรณภาพในราวปี พ.ศ.๒๔๔๐ สิริอายุ ๘๓ ปี
ท่านทั้ง ๒ ได้แยกกันธุดงค์ หลวงพ่อบัวมากับหลวงพ่ออ้นและได้มาจำวัดที่ วัดบางศีศะเสือ และได้รับอาราธนาเป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา จนถึงราวปี พ.ศ. ๒๔๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๔๓๘ หลวงพ่อพิน ได้เป็นเจ้าอธิการ และอุปัชฌาย์ในเวลาต่อมา หลักฐานอีกอย่างหนึ่งคือ บาญชีพระสงฆ์เล่ม ๑ วัดบางหัวเสือ ที่ได้คัดลอกในสมัยหลวงพ่ออยู่ โดยพระอาจารย์ คำ ได้บันทึกไว้ว่า ได้อุปสมบทหลวงพ่อพิน โดยมี
ท่านช้างวัดโปรดเกษเชฎฐาราม เป็น พระอุปัชฌาย์จารย์
หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ(ฉะเชิงเทรา) เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลวงปู่บัว วัดบางศีศะเสือ(วัดบางหัวเสือ) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จึงสันนิษฐานว่าหลวงพ่อบัว อ่อนพรรษากว่า หลวงปู่จีน จึงได้ลงไว้เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เพราะฉะนั้นท่านจึงต้องเกิด และ บวชหลังหลวงปู่จีน ซึ่งหลวงปู่จีนท่านได้มีประวัติว่า หลวงปู่จีนท่านเกิดในราวปี พ.ศ.๒๓๕๗ และมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ อายุราว ๘๓ ปี
อ้างอิงจากบทความในหนังสือ พระปิดตานั่งยองเมืองปากน้ำ โดย เก่ง ศ.ตระกูล
"เมื่อพระอธิการอ้น เจ้าอาวาสต่อจากหลวงปู่บัวถึงกาลมรณภาพ หลวงพ่อพินได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ของวัดบางหัวเสือ"และประวัติหลวงพ่อเที่ยงในตอนที่กล่าวว่า "เมื่อหลวงพ่อเที่ยงบวชได้พรรษา ๓ หลวงปู่บัวท่านก็ถึงกาลมรณภาพ ราว ปี พ.ศ. ๒๔๓๕”
สันนิษฐานว่า หลวงพ่อ บัว เกิดปีพ.ศ.๒๓๕๘ มรณะราวปีพ.ศ.๒๔๓๕ นับจาก พ.ศ.เกิด ท่านจะบวชราวปี ๒๓๗๘ และตามกฎแต่งตั้งเจ้าอาวาส ท่านต้องมีพรรษา๑๐ จึงเป็นเจ้าอาวาสและอุปัชฌาย์ได้ จึงเป็นไปได้ว่าท่านเดินทางมาเป็นเจ้าอาวาสในราวปีพ.ศ. ๒๓๘๘ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับช่วงที่หลวงปู่จีนได้เป็นเจ้าอธิการวัดลาดเหนือในราวปี พ.ศ.๒๓๙๗ และได้ติดต่อกันอยู่จนได้มาร่วมกัน อุปสมบทให้หลวงพ่อ พิน ที่วัดโปรดเกษเชฎฐาราม ในปี พ.ศ.๒๓๘๓ ซึ่งในปีนั้นหลวงพ่อบัว และ หลวงปู่จีน ยังไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์จึงไม่ได้บวชให้เอง สิริรวมอายุหลวงพ่อบัวตามประวัติ ท่านมีอายุในช่วงปี พ.ศ. ๒๓๕๘-๒๔๓๕ ท่านจึงมีอายุอยู่ในราว ๗๗ ปี
เจ้าอาวาส จำนวน ๖ รูป คือ รูปที่ ๑ หลวงพ่อบัว รูปที่ ๒ หลวงพ่ออ้น รูปที่ ๓ หลวงพ่อพิน รูปที่ ๔ พระครูวิบูลสิกขกิจ (อยู่ ธมฺม เตโช) รูปที่ ๕ พระครูพิพัฒน์สมุทรคุณ (นพ ปณีโต) อายุ ๖๑ ปี พรรษา ๓๖ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๖ จนถึง๒๕๓๐ รูปที่ ๖ พระครูวิบูลสีลวัฒน์(จำลอง กันตาจารี) แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อ อายุ๕๒ พรรษา ๓๒ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๐...
Read moreWat Bang Hua Suea. Ban Bang Hua Suea, Tambon Bang Hua Suea, Amphoe Phra Pradaeng, Samut Prakan, 10130 A new Temple in Phra Pradaeng, Samut Prakan. Built 13 years ago. A feature of the temple are the murals inside highlighting the biographies of the Buddha from birth. It is a uniquely constructed temple made from ceramics and brick. There is a market held here to add to the attractions of the visit. Although on the day we visited the heavy thunder storm had kept many people away. It is not far from the Phra Pradaeng pier that crosses the Chao Phraya River and off the Puchao Saming Phrai Road on the eastern side of the Chao Phraya River. You can see the Chao Phraya River from the Temple. There is a big plus here also a large Market available to anyone who wants to buy good quality food.The Temple buildings are unique here the finish on the inside and outside is beautiful. The added feature is the views of the Chao Phraya river that runs along side this Temple in Phra Pradaeng. Opening Hours - Closed: Daily...
Read moreAt the time of going there, the temple seemed to be under construction. From the outside, it looked very nice. There was a small temple beside the big one where you could get in and pray. Besides this, there was also a very small market next to the parking lot where some food and...
Read more