Wat Phra That Cho Hae! Get ready for a golden glow-up, because this temple is shining bright like a celestial disco ball ✨🪩. Legend has it, the Buddha himself visited this spot – talk about a celebrity endorsement! 🌟
Imagine yourself gazing up at the magnificent chedi, its golden surface shimmering in the sunlight, feeling like you've stumbled upon a hidden treasure 💰🤩. You can wander through the temple grounds, admiring the intricate details and soaking in the peaceful atmosphere, feeling like you've stepped into a scene from a historical movie 🎬📜. It’s a place where you can feel like you’re starring in your own archaeological adventure movie.
However, let’s be honest, sometimes "sacred temple" can feel a bit like a real-life game of hide-and-seek, where you're trying to find all the hidden gems while also trying to remember which way you came in 💎😅. And while the atmosphere is undeniably serene, you might also find yourself questioning your ability to resist the urge to touch all the shiny things, especially if you're a magpie at heart 🐦✨.
Overall, Wat Phra That Cho Hae offers a dazzling experience, a place where you can appreciate the beauty of Thai art and architecture, and maybe even find a little inner peace, even if you sometimes feel like you’re participating in a synchronized temple-tour shuffle with a hundred other visitors.
Sources and...
Read moreเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาแต่โบราณ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล มีงานนมัสการพระธาตุในราวเดือน 4 (เดือนมกราคม) ของทุกปี
สำหรับชาวล้านนาโบราณ มีคติความเชื่อในเรื่อง “พระธาตุประจำปีเกิด” โดยเชื่อว่าก่อนที่วิญญาณจะมาปฏิสนธิในครรภ์ของผู้เป็นมารดา วิญญาณจะลงมา “ชุธาตุ
” ซึ่งหมายถึงการที่ดวงวิญญาณจะลงมาพักอยู่ที่เจดีย์แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยมี ตั๋วเปิ้ง (สัตว์ประจำนักษัตร) พามาพักไว้ ครั้นเมื่อได้เวลา ดวงวิญญาณก็จะเคลื่อนจากพระเจดีย์ ไปสถิตอยู่บนกระหม่อมของผู้เป็นบิดาเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ครรภ์ของมารดา และเมื่อเสียชีวิตลงแล้ว ดวงวิญญาณก็จะกลับไปพักอยู่ที่เจดีย์นั้น ๆ ตามเดิมด้วยเหตุนี้ชาวล้านนาโบราณจึงมีความเชื่อว่า การได้มีโอกาสไปกราบไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จะเป็นการเสริมสิริมงคลครั้งใหญ่ ได้รับอานิสงส์ผลบุญสูงล้น อีกทั้งเชื่อว่าเมื่อตายไป ดวงวิญญาณจะได้กลับไปยังพระธาตุองค์นั้น ไม่ต้องเร่ร่อนไปในทุคติภพ
ปัจจุบันความเชื่อเรื่องไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา ยังคงได้รับการสืบต่อกันมาของผู้มีจิตศรัทธาทั่วไทย อีกทั้งยังมีการต่อยอดเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาหรือทั่วธรรมะ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในบ้านเรา
สำหรับในปีนี้ 2565 เป็นปีนักษัตร “ปีขาล” หรือ “ปีเสือ” (ตามคติดั้งเดิมจะถือเอาวันปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ ส่วนตามความเชื่อปัจจุบันก็จะนับวันปีใหม่ตามแบบสากล) ตามความเชื่อของชาวล้านนา ผู้ที่เกิดในปีนักษัตรนี้จะต้องไปกราบไหว้บูชา “พระธาตุช่อแฮ” ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายใน “วัดพระธาตุช่อแฮ” ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
พระธาตุช่อแฮ เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบ องค์พระธาตุสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร เป็นศิลปะแบบเชียงแสน ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ และพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า
คู่เมืองแพร่มาช้านาน สำหรับตำนานความเป็นมาของพระธาตุแห่งนี้ มีอยู่ 2 ตำนานหลักด้วยกัน ได้แก่
-ตำนานพระธาตุช่อแฮในพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย ระบุว่า วัดพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1879-1881 โดย “ขุนลัวะอ้ายก้อม” ได้สร้างเจดีย์ขึ้นที่ “ดอยโกสิยธชัคบรรพต” (สถานที่ตั้งพระธาตุช่อแฮ) และได้นำพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับพระราชทานจาก “พระมหาธรรมราชา (ลิไท)” (เมื่อครั้งเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย) มาบรรจุไว้ใต้ฐานเจดีย์แห่งนี้ ซึ่งก็คือพระธาตุช่อแฮในปัจจุบัน
-ตำนานพระธาตุช่อแฮในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ระบุว่า ในอดีตเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมืองพล (เมืองแพร่) ได้ประทับที่ “ดอยโกสิยธชัคคะบรรต” หัวหน้าชาวลัวะคือ “ขุนลัวะอ้ายก้อม” ได้มากราบไหว้ พระพุทธองค์ได้แสดงปาฏิหาริย์ และได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเกศาธาตุ) เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งรับสั่งว่าหลังพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพานไปแล้ว ให้นำพระบรมสารีริกธาตุพระข้อศอกข้างซ้าย มาบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้ ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพระธาตุช่อแฮ
สำหรับชื่อพระธาตุ “ช่อแฮ” สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจาก “ช่อแพร” โดยคำว่า “แพร” ก็คือผ้าแพร ซึ่งเชื่อว่ามาจากชื่อของสถานที่ตั้งองค์พระธาตุคือ “ดอยโกสิยธชัคบรรพต” ที่หมายถึงดอยแห่งผ้าแพรอันงดงาม
ส่วนชื่อจังหวัดแพร่ หลายข้อมูลระบุว่ามาจาก “เมืองแพล” ที่น่าจะมาจากศรัทธาของชาวเมืองที่มีต่อพระธาตุช่อแพร หรือพระธาตุช่อแฮแห่งนี้ (เมืองแพล (ในอดีตคือเมืองพล หรือนครพล หรือพลรัฐนคร ซึ่งเป็นชื่อเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดแพร่)
ด้วยเหตุนี้หลาย ๆ คนที่มาไหว้พระธาตุช่อแฮ จึงนิยมนำผ้าแพรเนื้อดีไปถวาย ด้วยเชื่อว่าจะทำให้มีชีวิตผาสุก มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน และมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้
ทุก ๆ ปี (หากสถานการณ์เป็นปกติ) ทางจังหวัดแพร่จะมีการจัดประเพณี “ไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง” ขึ้นในช่วง วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ (ราวปลาย ก.พ.-ต้น มี.ค.) ซึ่งถือเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดแพร่ในปัจจุบัน
ในช่วงประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ ฯ จะมีพุทธศาสนิกชนจากทุกสารทิศจะเดินทางมานมัสการพระธาตุช่อแฮเป็นจำนวนมาก ด้วยความเชื่อที่ว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าว...
Read moreWat (Temple) Phra That Phae Cho is an immensely peaceful Buddhist place of worship set atop a hill. Accessed by a (left as you walk up) set of 125 steps flanked by two beautifully tiled Dragon Snakes. The 33m Golden Stupa and the Prayer Hall adjacent to it are both, calmly soothing and meditational. One can also seek blessings from a presiding Buddhist Monk and join in prayer recitals in the latter. Or simply offer candles, incense sticks and a small hand-made conical bouquet of flowers along with their own prayer recitals by dropping a small donation of THB 20/person (£0.50p) into one of several boxes. Don't miss gonging the 33 or so large brass Bells with the Teak batons provided. We then descended on the opposite set of 86 (undecorated) steps back to the street. REMEMBER: This is a Place of Worship. Both genders must dress moderately and be prepared to take-off your footwear at the very top before entering a...
Read more