มากราบรูปหล่อหลวงพ่อตาดแต่อยู่ในศาลา น่าจะทำมณฑปจะได้กราบได้ง่าย ไปมาวันที่ 25/8/67 ส่วนประวัติตามนี้
วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง โบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แก่แผ่นศิลาแดงเก่าๆและพระพุทธรูปที่ปรักหักพังเป็นต้น วัดเดิมอยู่ในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ ปูชนียวัตถุได้แก่ พระพุทธรูปนาคปรกแกะสลักจากศิลาแดง และมีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยแกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี
หลวงพ่อตาด เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่มีความเข้มขลังในด้านวิทยาคมมากของสมุทรสงคราม ลูกศิษย์ของท่านเป็นพระสงฆ์มีชื่อเสียงโด่งดังมากหลายท่าน เช่นหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงปู่นาค วัดหัวหิน หลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อโต วัดคู้ธรรมสถิตย์ เป็นต้น ประวัติของท่าน ไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่ก็มีการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าต่อๆกันมาว่า ท่านเป็นชาวเบิกไพล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ที่วัดบ้านเกิดของท่าน หลังจากที่ท่านอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้เรียนพระธรรมวินัย ท่องจำบทสวดมนต์ต่างๆจนจบ แล้วก็ได้ศึกษาวิปัสสนาธุระและวิทยาคมต่างๆ จากพระอุปัชฌาย์ จึงออกธุดงค์ได้ศึกษาวิชาต่างๆกับพระอาจารย์ที่ท่านพบในป่ามากมาย ท่านธุดงค์อยู่หลายพรรษาจนมาถึงแม่น้ำแม่กลอง มุ่งเข้ามาทางแคล้วอ้อม มาหยุดพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบางวันทอง ในปีพ.ศ 2438 ซึ่งวัดบางวันทองตอนนั้นเป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เป็นวัดรกร้างรุงรัง เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดจนเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้งเมื่อหลังจากออกพรรษาแล้วท่านก็จะออกธุดงค์อยู่เสมอ ท่านได้ไปเจอสมุนไพรต่างๆมากมายท่านก็นำกลับมาไว้ที่วัด เพื่อทำเป็นยาแผนโบราณ ช่วยรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไป ที่มาให้ท่านรักษาโรคให้ ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆมาหาท่านก็ยินดีช่วยเหลือเสมอ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้แก่ชาวบ้านมากมาย แม้ในจังหวัดใกล้เคียงก็ยังพาบุตรหลานมาบวชกับท่านมาก ท่านมรณภาพลงในปีพ.ศ.2459 ด้วยโรคชรา คณะศิษย์จึงได้ปรึกษากันว่าจะตั้งศพของท่านไว้ที่กุฏิ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายจนครบ 1 ปีแล้วจะได้ถวายเพลิงศพ
หลวงปู่อวง ท่านเป็นพระที่เดินทางมาจากเขมร เล่ากันว่าท่านเป็นญาติกับนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งหนีภัยสงครามเข้ามาประเทศไทยพร้อมๆกัน ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๒ ณ เมืองพระตะบอง ประเทศเขมร มีนามเดิมว่า สุคนธ์ อภัยวงศ์ ไม่มีการการจดบันทึกว่าโยมบิดาและโยมมารดา ท่านชื่อว่าอะไร เมื่อมีอายุครบบวชจึงได้ทำการอุปสมบมที่วัดแก้ววิจิตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับฉายาว่า "พุทธปญฺญา" หลังบวชท่านรับหน้าที่สอนหนังสือขอม อยู่ที่วัดแก้ววิจิตร โดยในอดีตท่านเคยเป็นทหารวังมาก่อน จึงมีความรู้ทั้งทางวิชาการและเวทย์มนต์คาถาและด้วยการที่ท่านสอนหนังสือได้ จึงมีคนนำบุตรมาฝากเรียนเขียนอ่านกับท่านเป็นจำนวนมาก จนเมื่อชื่อเสียงด้านการสอนหนังสือ จึงถูกนิมนต์ให้มาสอนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กทม. ซึ่งที่นี่เองท่านก็ได้ศึกษาด้านวิชาแพทย์แผนโบราณของสำนักวัดโพธิ์ด้วย ต่อมาชาวบ้านวัดปราโมทย์ ไปนิมนต์ท่านมาสอนหนังสือขอม ที่วัดปราโมทย์ เปิดโรงเรียนสอนหนังสือแต่ยังขาดแคลนครูอาจารย์ที่จะสอน จึงนิมนต์ท่านมาเป็นครูสอนหนังสือ เมื่อท่านย้ายมาที่วัดปราโมทย์ชื่อเสียงของท่านก็เริ่มขจรขจายมากขึ้นในเขตเมืองแม่กลอง ด้วยท่านมีความเก่งทั้งการสอนหนังสือ การแพทย์แผนโบราณ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่งบุตรหลานมาเรียนกับท่านเป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงพ่อเทียน เจ้าอาวาสวัดบางวันทอง มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านบางวันทองจึงพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดปราโมทย์ เพื่อนิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ท่านมาปกครองวัดบางวันทอง ท่านก็ได้ทำนุบำรุงวัดจนเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ทั้งการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ นอกจากนี้ท่านได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาจึงได้ทำการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้น ชื่อว่า โรงเรียนวัดบางวันทอง(ปัญญาราษฎร์) ปัจจุบันคือสำนักงานเทศบาลตำบลเหมืองใหม่ ท่านมรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สิริอายุได้...
Read moreวัดโบราณขนาดไม่ใหญ่ ไม่ทราบประวัติและนามผู้สร้าง เดิมอยู่ข้างในคลองบางวันทอง ไม่ทราบชื่อวัดอะไร ต่อมาปลายสมัยรัชกาลที่ 3 มีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อวัน ภรรยาชื่อทอง เห็นว่าวัดอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์เพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลองริมฝังคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่าวัดบางวันทอง ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานพระพุทธรูปในพระอุโบสถ วัดตั้งอยู่ริมคลองแควอ้อมฝั่งใต้ เลยจากวัดพระคริสต์พระหฤทัย วัดเพลงและวัดแก้วเจริญมาไม่ไกล จะเห็นพระอุโบสถใหม่สีขาวอยู่ริมถนน เป็นแบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เสาย่อมุมไม้สิบสอง เอียงเข้าหากัน หัวเสามีบัวแวง ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง ไม่ได้เปิดให้เข้า ใบเสมาอยู่ในซุ้มโค้งยอดเจดีย์ 8 ทิศ ทางขวามีหอระฆังทรงจตุรมุขยอดเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ถัดไปบริเวณริมคลองมีวิหารหลวงพ่อแดง เป็นศาลาเปิดโล่งหันหน้าไปทางทิศเหนือสู่คลอง มีหลวงพ่อแดง พระปางมารวิชัยแกะสลักจากหินแดง ศิลปะสุโขทัย อัญเชิญมาจากวัดเดิมที่อยู่ในคลองบางวันทองเป็นพระประธาน มีพระปางมารวิชัยขนาดรอง 2 ข้าง ข้างซ้ายมีพระยืนปางห้ามสมุทร ข้างขวามีพระยืนปางรำพึง เมื่อวันตรุษจีนผมได้ไปไหว้พระ 9 วัดเมืองฉะเชิงเทรา ได้ไหว้หลวงพ่อโสธร วันนี้ยังอยู่ในช่วงตรุษจีนผมมาไหว้พระในจังหวัดสมุทรสงคราม เริ่มจากไหว้หลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทร แวะทานมื้อเช้าในสถานีรถไฟแม่กลอง ก่อนไปวัดป้อมแก้ว วัดบางกุ้ง วัดตรีจินดาวัฒนาราม วัดเกตการาม สักการะอาสนวิหารแม่พระบังเกิด วัดเจริญสุขาราม วัดปราโมทย์ และวัดเกาะศาลพระ แวะวัดพระคริสต์หฤทัย วัดเพลง และวัดแก้วเจริญก่อนมาวัดบางวันทอง...
Read more📸 (7/2/67) 📸
วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง วัดเดิมอยู่ลึกเข้าไปในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494
อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ มีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย แกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง...
Read more