HTML SitemapExplore

วัดบางวันทอง — Local services in Samut Songkhram Province

Name
วัดบางวันทอง
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Nearby local services
Nearby hotels
Rueanmalai Homestay
9/2 ม.4, ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม, 75120 75120, Thailand
Related posts
Keywords
วัดบางวันทอง tourism.วัดบางวันทอง hotels.วัดบางวันทอง bed and breakfast. flights to วัดบางวันทอง.วัดบางวันทอง attractions.วัดบางวันทอง restaurants.วัดบางวันทอง local services.วัดบางวันทอง travel.วัดบางวันทอง travel guide.วัดบางวันทอง travel blog.วัดบางวันทอง pictures.วัดบางวันทอง photos.วัดบางวันทอง travel tips.วัดบางวันทอง maps.วัดบางวันทอง things to do.
วัดบางวันทอง things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
วัดบางวันทอง
ThailandSamut Songkhram Provinceวัดบางวันทอง

Basic Info

วัดบางวันทอง

CWX3+C5W, Muang Mai, Amphawa District, Samut Songkhram 75110, Thailand
4.4(48)
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Family friendly
attractions: , restaurants: , local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Samut Songkhram Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Samut Songkhram Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Samut Songkhram Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Posts

Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
มากราบรูปหล่อหลวงพ่อตาดแต่อยู่ในศาลา น่าจะทำมณฑปจะได้กราบได้ง่าย ไปมาวันที่ 25/8/67 ส่วนประวัติตามนี้ วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง โบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แก่แผ่นศิลาแดงเก่าๆและพระพุทธรูปที่ปรักหักพังเป็นต้น วัดเดิมอยู่ในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ ปูชนียวัตถุได้แก่ พระพุทธรูปนาคปรกแกะสลักจากศิลาแดง และมีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยแกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี หลวงพ่อตาด เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่มีความเข้มขลังในด้านวิทยาคมมากของสมุทรสงคราม ลูกศิษย์ของท่านเป็นพระสงฆ์มีชื่อเสียงโด่งดังมากหลายท่าน เช่นหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงปู่นาค วัดหัวหิน หลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อโต วัดคู้ธรรมสถิตย์ เป็นต้น ประวัติของท่าน ไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่ก็มีการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าต่อๆกันมาว่า ท่านเป็นชาวเบิกไพล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ที่วัดบ้านเกิดของท่าน หลังจากที่ท่านอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้เรียนพระธรรมวินัย ท่องจำบทสวดมนต์ต่างๆจนจบ แล้วก็ได้ศึกษาวิปัสสนาธุระและวิทยาคมต่างๆ จากพระอุปัชฌาย์ จึงออกธุดงค์ได้ศึกษาวิชาต่างๆกับพระอาจารย์ที่ท่านพบในป่ามากมาย ท่านธุดงค์อยู่หลายพรรษาจนมาถึงแม่น้ำแม่กลอง มุ่งเข้ามาทางแคล้วอ้อม มาหยุดพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบางวันทอง ในปีพ.ศ 2438 ซึ่งวัดบางวันทองตอนนั้นเป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เป็นวัดรกร้างรุงรัง เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดจนเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้งเมื่อหลังจากออกพรรษาแล้วท่านก็จะออกธุดงค์อยู่เสมอ ท่านได้ไปเจอสมุนไพรต่างๆมากมายท่านก็นำกลับมาไว้ที่วัด เพื่อทำเป็นยาแผนโบราณ ช่วยรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไป ที่มาให้ท่านรักษาโรคให้ ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆมาหาท่านก็ยินดีช่วยเหลือเสมอ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้แก่ชาวบ้านมากมาย แม้ในจังหวัดใกล้เคียงก็ยังพาบุตรหลานมาบวชกับท่านมาก ท่านมรณภาพลงในปีพ.ศ.2459 ด้วยโรคชรา คณะศิษย์จึงได้ปรึกษากันว่าจะตั้งศพของท่านไว้ที่กุฏิ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายจนครบ 1 ปีแล้วจะได้ถวายเพลิงศพ หลวงปู่อวง ท่านเป็นพระที่เดินทางมาจากเขมร เล่ากันว่าท่านเป็นญาติกับนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งหนีภัยสงครามเข้ามาประเทศไทยพร้อมๆกัน ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๒ ณ เมืองพระตะบอง ประเทศเขมร มีนามเดิมว่า สุคนธ์ อภัยวงศ์ ไม่มีการการจดบันทึกว่าโยมบิดาและโยมมารดา ท่านชื่อว่าอะไร เมื่อมีอายุครบบวชจึงได้ทำการอุปสมบมที่วัดแก้ววิจิตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับฉายาว่า "พุทธปญฺญา" หลังบวชท่านรับหน้าที่สอนหนังสือขอม อยู่ที่วัดแก้ววิจิตร โดยในอดีตท่านเคยเป็นทหารวังมาก่อน จึงมีความรู้ทั้งทางวิชาการและเวทย์มนต์คาถาและด้วยการที่ท่านสอนหนังสือได้ จึงมีคนนำบุตรมาฝากเรียนเขียนอ่านกับท่านเป็นจำนวนมาก จนเมื่อชื่อเสียงด้านการสอนหนังสือ จึงถูกนิมนต์ให้มาสอนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กทม. ซึ่งที่นี่เองท่านก็ได้ศึกษาด้านวิชาแพทย์แผนโบราณของสำนักวัดโพธิ์ด้วย ต่อมาชาวบ้านวัดปราโมทย์ ไปนิมนต์ท่านมาสอนหนังสือขอม ที่วัดปราโมทย์ เปิดโรงเรียนสอนหนังสือแต่ยังขาดแคลนครูอาจารย์ที่จะสอน จึงนิมนต์ท่านมาเป็นครูสอนหนังสือ เมื่อท่านย้ายมาที่วัดปราโมทย์ชื่อเสียงของท่านก็เริ่มขจรขจายมากขึ้นในเขตเมืองแม่กลอง ด้วยท่านมีความเก่งทั้งการสอนหนังสือ การแพทย์แผนโบราณ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่งบุตรหลานมาเรียนกับท่านเป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงพ่อเทียน เจ้าอาวาสวัดบางวันทอง มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านบางวันทองจึงพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดปราโมทย์ เพื่อนิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ท่านมาปกครองวัดบางวันทอง ท่านก็ได้ทำนุบำรุงวัดจนเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ทั้งการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ นอกจากนี้ท่านได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาจึงได้ทำการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้น ชื่อว่า โรงเรียนวัดบางวันทอง(ปัญญาราษฎร์) ปัจจุบันคือสำนักงานเทศบาลตำบลเหมืองใหม่ ท่านมรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สิริอายุได้ ๙๑ ปี ๖๙ พรรษา
Suporn KulwatnantachaiSuporn Kulwatnantachai
วัด​โบราณ​ขนาดไม่ใหญ่​ ไม่ทราบ​ประวัติ​และ​นาม​ผู้สร้าง​ เดิม​อยู่​ข้างใน​คลอง​บาง​วัน​ทอง​ ไม่ทราบ​ชื่อ​วัดอะไร​ ต่อมาปลายสมัยรัชกา​ลที่​ 3​ มีคหบดี​ครอบครัว​หนึ่ง​ สา​มีชื่อ​วัน​ ภรรยา​ชื่อ​ทอง​ เห็นว่า​วัด​อยู่​ในทำ​เ​ลที่ไม่​สะดวก​ต่อ​การเดินทาง​ จ​ึ​งได้​บริจาค​ทรัพย์​เพื่อ​ย้า​ยวัด​มา​อยู่​ปากคลอง​ริม​ฝังคลอง​แคว​อ้อม​ ​และ​ได้​ตั้งชื่อ​วัด​ว่า​วั​ดบาง​วัน​ทอง​ ดัง​ปรากฏใน​จารึก​บริเวณ​ฐาน​พระพุทธ​รูป​ในพระอุโบสถ​ วัดตั้งอยู่​ริม​คลอง​แควอ้อมฝั่งใต้​ เลยจากวัดพระคริสต์​พระ​หฤทัย​ วัดเพลง​และวัดแก้วเจริญมาไม่ไกล​ จะเห็นพระอุโบสถ​ใหม่​สีขาว​อยู่​ริมถนน เป็นแบบ​ขนบ​เดิม​ มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ หันหน้า​ไป​ทางทิศ​ตะวันออก​ เสาย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ เอียงเข้าหากัน​ หัวเสามีบัวแวง​ ประตู​และ​หน้าต่าง​มี​ซุ้ม​หน้านาง​ ไม่ได้เปิดให้เข้า​ ใบเสมา​อยู่ใน​ซุ้ม​โค้งยอดเจดีย์​ 8 ทิศ​ ทางขวา​มีหอระฆังทรงจตุร​มุข​ยอด​เจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ถัดไปบริเวณริมคลองมีวิหารหลวงพ่อแดง​ เป็นศาลาเปิดโล่งหันหน้าไปทางทิศเหนือสู่คลอง​ มีหลวงพ่อแดง​ พระปาง​มารวิชัยแกะสลักจากหินแดง​ ศิลปะ​สุโขทัย​ อัญเชิญ​มาจากวัดเดิมที่อยู่ในคลองบางวันทองเป็นพระประธาน​ มีพระปาง​มารวิชัย​ขนาดรอง​ 2 ข้าง​ ข้างซ้ายมีพระยืนปางห้ามสมุทร​ ข้างขวามีพระยืนปางรำพึง​ เมื่อวันตรุษจีน​ผมได้ไปไหว้พระ​ 9 วัดเมืองฉะเชิงเทรา​ ได้ไหว้หลวงพ่อ​โสธร​ วันนี้ยังอยู่ในช่วงตรุษจีน​ผมมาไหว้พระในจังหวัด​สมุทรสงคราม​ เริ่มจากไหว้หลวงพ่อ​บ้านแหลม​ วัดเพชรสมุทร​ แวะทานมื้อเช้าในสถานีรถไฟ​แม่กลอง​ ก่อนไปวัดป้อมแก้ว​ วัดบางกุ้ง​ วัดตรีจินดาวัฒนา​ราม​ วัดเกตการาม​ สักการะอาสนวิหาร​แม่พระ​บังเกิด​ วัดเจริญสุขาราม​ วัดปราโมทย์​ และวัดเกาะศาลพระ แวะวัดพระคริสต์​หฤทัย​ วัดเพลง​ และวัดแก้วเจริญก่อนมาวัดบางวันทอง​ แล้วจะไปต่อวัดละมุดครับ
kong rangerkong ranger
📸 (7/2/67) 📸 วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง วัดเดิมอยู่ลึกเข้าไปในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ มีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย แกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Samut Songkhram Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

มากราบรูปหล่อหลวงพ่อตาดแต่อยู่ในศาลา น่าจะทำมณฑปจะได้กราบได้ง่าย ไปมาวันที่ 25/8/67 ส่วนประวัติตามนี้ วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง โบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แก่แผ่นศิลาแดงเก่าๆและพระพุทธรูปที่ปรักหักพังเป็นต้น วัดเดิมอยู่ในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ ปูชนียวัตถุได้แก่ พระพุทธรูปนาคปรกแกะสลักจากศิลาแดง และมีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยแกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี หลวงพ่อตาด เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่มีความเข้มขลังในด้านวิทยาคมมากของสมุทรสงคราม ลูกศิษย์ของท่านเป็นพระสงฆ์มีชื่อเสียงโด่งดังมากหลายท่าน เช่นหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงปู่นาค วัดหัวหิน หลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อโต วัดคู้ธรรมสถิตย์ เป็นต้น ประวัติของท่าน ไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่ก็มีการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าต่อๆกันมาว่า ท่านเป็นชาวเบิกไพล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ที่วัดบ้านเกิดของท่าน หลังจากที่ท่านอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้เรียนพระธรรมวินัย ท่องจำบทสวดมนต์ต่างๆจนจบ แล้วก็ได้ศึกษาวิปัสสนาธุระและวิทยาคมต่างๆ จากพระอุปัชฌาย์ จึงออกธุดงค์ได้ศึกษาวิชาต่างๆกับพระอาจารย์ที่ท่านพบในป่ามากมาย ท่านธุดงค์อยู่หลายพรรษาจนมาถึงแม่น้ำแม่กลอง มุ่งเข้ามาทางแคล้วอ้อม มาหยุดพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบางวันทอง ในปีพ.ศ 2438 ซึ่งวัดบางวันทองตอนนั้นเป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เป็นวัดรกร้างรุงรัง เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดจนเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้งเมื่อหลังจากออกพรรษาแล้วท่านก็จะออกธุดงค์อยู่เสมอ ท่านได้ไปเจอสมุนไพรต่างๆมากมายท่านก็นำกลับมาไว้ที่วัด เพื่อทำเป็นยาแผนโบราณ ช่วยรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไป ที่มาให้ท่านรักษาโรคให้ ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆมาหาท่านก็ยินดีช่วยเหลือเสมอ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้แก่ชาวบ้านมากมาย แม้ในจังหวัดใกล้เคียงก็ยังพาบุตรหลานมาบวชกับท่านมาก ท่านมรณภาพลงในปีพ.ศ.2459 ด้วยโรคชรา คณะศิษย์จึงได้ปรึกษากันว่าจะตั้งศพของท่านไว้ที่กุฏิ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายจนครบ 1 ปีแล้วจะได้ถวายเพลิงศพ หลวงปู่อวง ท่านเป็นพระที่เดินทางมาจากเขมร เล่ากันว่าท่านเป็นญาติกับนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งหนีภัยสงครามเข้ามาประเทศไทยพร้อมๆกัน ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๒ ณ เมืองพระตะบอง ประเทศเขมร มีนามเดิมว่า สุคนธ์ อภัยวงศ์ ไม่มีการการจดบันทึกว่าโยมบิดาและโยมมารดา ท่านชื่อว่าอะไร เมื่อมีอายุครบบวชจึงได้ทำการอุปสมบมที่วัดแก้ววิจิตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับฉายาว่า "พุทธปญฺญา" หลังบวชท่านรับหน้าที่สอนหนังสือขอม อยู่ที่วัดแก้ววิจิตร โดยในอดีตท่านเคยเป็นทหารวังมาก่อน จึงมีความรู้ทั้งทางวิชาการและเวทย์มนต์คาถาและด้วยการที่ท่านสอนหนังสือได้ จึงมีคนนำบุตรมาฝากเรียนเขียนอ่านกับท่านเป็นจำนวนมาก จนเมื่อชื่อเสียงด้านการสอนหนังสือ จึงถูกนิมนต์ให้มาสอนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กทม. ซึ่งที่นี่เองท่านก็ได้ศึกษาด้านวิชาแพทย์แผนโบราณของสำนักวัดโพธิ์ด้วย ต่อมาชาวบ้านวัดปราโมทย์ ไปนิมนต์ท่านมาสอนหนังสือขอม ที่วัดปราโมทย์ เปิดโรงเรียนสอนหนังสือแต่ยังขาดแคลนครูอาจารย์ที่จะสอน จึงนิมนต์ท่านมาเป็นครูสอนหนังสือ เมื่อท่านย้ายมาที่วัดปราโมทย์ชื่อเสียงของท่านก็เริ่มขจรขจายมากขึ้นในเขตเมืองแม่กลอง ด้วยท่านมีความเก่งทั้งการสอนหนังสือ การแพทย์แผนโบราณ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่งบุตรหลานมาเรียนกับท่านเป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงพ่อเทียน เจ้าอาวาสวัดบางวันทอง มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านบางวันทองจึงพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดปราโมทย์ เพื่อนิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ท่านมาปกครองวัดบางวันทอง ท่านก็ได้ทำนุบำรุงวัดจนเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ทั้งการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ นอกจากนี้ท่านได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาจึงได้ทำการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้น ชื่อว่า โรงเรียนวัดบางวันทอง(ปัญญาราษฎร์) ปัจจุบันคือสำนักงานเทศบาลตำบลเหมืองใหม่ ท่านมรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สิริอายุได้ ๙๑ ปี ๖๙ พรรษา
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Samut Songkhram Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
วัด​โบราณ​ขนาดไม่ใหญ่​ ไม่ทราบ​ประวัติ​และ​นาม​ผู้สร้าง​ เดิม​อยู่​ข้างใน​คลอง​บาง​วัน​ทอง​ ไม่ทราบ​ชื่อ​วัดอะไร​ ต่อมาปลายสมัยรัชกา​ลที่​ 3​ มีคหบดี​ครอบครัว​หนึ่ง​ สา​มีชื่อ​วัน​ ภรรยา​ชื่อ​ทอง​ เห็นว่า​วัด​อยู่​ในทำ​เ​ลที่ไม่​สะดวก​ต่อ​การเดินทาง​ จ​ึ​งได้​บริจาค​ทรัพย์​เพื่อ​ย้า​ยวัด​มา​อยู่​ปากคลอง​ริม​ฝังคลอง​แคว​อ้อม​ ​และ​ได้​ตั้งชื่อ​วัด​ว่า​วั​ดบาง​วัน​ทอง​ ดัง​ปรากฏใน​จารึก​บริเวณ​ฐาน​พระพุทธ​รูป​ในพระอุโบสถ​ วัดตั้งอยู่​ริม​คลอง​แควอ้อมฝั่งใต้​ เลยจากวัดพระคริสต์​พระ​หฤทัย​ วัดเพลง​และวัดแก้วเจริญมาไม่ไกล​ จะเห็นพระอุโบสถ​ใหม่​สีขาว​อยู่​ริมถนน เป็นแบบ​ขนบ​เดิม​ มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ หันหน้า​ไป​ทางทิศ​ตะวันออก​ เสาย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ เอียงเข้าหากัน​ หัวเสามีบัวแวง​ ประตู​และ​หน้าต่าง​มี​ซุ้ม​หน้านาง​ ไม่ได้เปิดให้เข้า​ ใบเสมา​อยู่ใน​ซุ้ม​โค้งยอดเจดีย์​ 8 ทิศ​ ทางขวา​มีหอระฆังทรงจตุร​มุข​ยอด​เจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ถัดไปบริเวณริมคลองมีวิหารหลวงพ่อแดง​ เป็นศาลาเปิดโล่งหันหน้าไปทางทิศเหนือสู่คลอง​ มีหลวงพ่อแดง​ พระปาง​มารวิชัยแกะสลักจากหินแดง​ ศิลปะ​สุโขทัย​ อัญเชิญ​มาจากวัดเดิมที่อยู่ในคลองบางวันทองเป็นพระประธาน​ มีพระปาง​มารวิชัย​ขนาดรอง​ 2 ข้าง​ ข้างซ้ายมีพระยืนปางห้ามสมุทร​ ข้างขวามีพระยืนปางรำพึง​ เมื่อวันตรุษจีน​ผมได้ไปไหว้พระ​ 9 วัดเมืองฉะเชิงเทรา​ ได้ไหว้หลวงพ่อ​โสธร​ วันนี้ยังอยู่ในช่วงตรุษจีน​ผมมาไหว้พระในจังหวัด​สมุทรสงคราม​ เริ่มจากไหว้หลวงพ่อ​บ้านแหลม​ วัดเพชรสมุทร​ แวะทานมื้อเช้าในสถานีรถไฟ​แม่กลอง​ ก่อนไปวัดป้อมแก้ว​ วัดบางกุ้ง​ วัดตรีจินดาวัฒนา​ราม​ วัดเกตการาม​ สักการะอาสนวิหาร​แม่พระ​บังเกิด​ วัดเจริญสุขาราม​ วัดปราโมทย์​ และวัดเกาะศาลพระ แวะวัดพระคริสต์​หฤทัย​ วัดเพลง​ และวัดแก้วเจริญก่อนมาวัดบางวันทอง​ แล้วจะไปต่อวัดละมุดครับ
Suporn Kulwatnantachai

Suporn Kulwatnantachai

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Samut Songkhram Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

📸 (7/2/67) 📸 วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง วัดเดิมอยู่ลึกเข้าไปในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ มีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย แกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี
kong ranger

kong ranger

See more posts
See more posts

Reviews of วัดบางวันทอง

4.4
(48)
avatar
5.0
1y

มากราบรูปหล่อหลวงพ่อตาดแต่อยู่ในศาลา น่าจะทำมณฑปจะได้กราบได้ง่าย ไปมาวันที่ 25/8/67 ส่วนประวัติตามนี้

วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง โบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ได้แก่แผ่นศิลาแดงเก่าๆและพระพุทธรูปที่ปรักหักพังเป็นต้น วัดเดิมอยู่ในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494 อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ ปูชนียวัตถุได้แก่ พระพุทธรูปนาคปรกแกะสลักจากศิลาแดง และมีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยแกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง มีงานปิดทองในเดือน 11 ของทุกปี

หลวงพ่อตาด เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่มีความเข้มขลังในด้านวิทยาคมมากของสมุทรสงคราม ลูกศิษย์ของท่านเป็นพระสงฆ์มีชื่อเสียงโด่งดังมากหลายท่าน เช่นหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงปู่นาค วัดหัวหิน หลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อโต วัดคู้ธรรมสถิตย์ เป็นต้น ประวัติของท่าน ไม่ได้มีการบันทึกไว้ แต่ก็มีการถ่ายทอดโดยการบอกเล่าต่อๆกันมาว่า ท่านเป็นชาวเบิกไพล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 20 ปีบริบูรณ์ ที่วัดบ้านเกิดของท่าน หลังจากที่ท่านอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้เรียนพระธรรมวินัย ท่องจำบทสวดมนต์ต่างๆจนจบ แล้วก็ได้ศึกษาวิปัสสนาธุระและวิทยาคมต่างๆ จากพระอุปัชฌาย์ จึงออกธุดงค์ได้ศึกษาวิชาต่างๆกับพระอาจารย์ที่ท่านพบในป่ามากมาย ท่านธุดงค์อยู่หลายพรรษาจนมาถึงแม่น้ำแม่กลอง มุ่งเข้ามาทางแคล้วอ้อม มาหยุดพักจำพรรษาอยู่ที่วัดบางวันทอง ในปีพ.ศ 2438 ซึ่งวัดบางวันทองตอนนั้นเป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เป็นวัดรกร้างรุงรัง เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดจนเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้งเมื่อหลังจากออกพรรษาแล้วท่านก็จะออกธุดงค์อยู่เสมอ ท่านได้ไปเจอสมุนไพรต่างๆมากมายท่านก็นำกลับมาไว้ที่วัด เพื่อทำเป็นยาแผนโบราณ ช่วยรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านและประชาชนโดยทั่วไป ที่มาให้ท่านรักษาโรคให้ ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆมาหาท่านก็ยินดีช่วยเหลือเสมอ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้แก่ชาวบ้านมากมาย แม้ในจังหวัดใกล้เคียงก็ยังพาบุตรหลานมาบวชกับท่านมาก ท่านมรณภาพลงในปีพ.ศ.2459 ด้วยโรคชรา คณะศิษย์จึงได้ปรึกษากันว่าจะตั้งศพของท่านไว้ที่กุฏิ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายจนครบ 1 ปีแล้วจะได้ถวายเพลิงศพ

หลวงปู่อวง ท่านเป็นพระที่เดินทางมาจากเขมร เล่ากันว่าท่านเป็นญาติกับนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งหนีภัยสงครามเข้ามาประเทศไทยพร้อมๆกัน ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๒ ณ เมืองพระตะบอง ประเทศเขมร มีนามเดิมว่า สุคนธ์ อภัยวงศ์ ไม่มีการการจดบันทึกว่าโยมบิดาและโยมมารดา ท่านชื่อว่าอะไร เมื่อมีอายุครบบวชจึงได้ทำการอุปสมบมที่วัดแก้ววิจิตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับฉายาว่า "พุทธปญฺญา" หลังบวชท่านรับหน้าที่สอนหนังสือขอม อยู่ที่วัดแก้ววิจิตร โดยในอดีตท่านเคยเป็นทหารวังมาก่อน จึงมีความรู้ทั้งทางวิชาการและเวทย์มนต์คาถาและด้วยการที่ท่านสอนหนังสือได้ จึงมีคนนำบุตรมาฝากเรียนเขียนอ่านกับท่านเป็นจำนวนมาก จนเมื่อชื่อเสียงด้านการสอนหนังสือ จึงถูกนิมนต์ให้มาสอนหนังสือขอมที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กทม. ซึ่งที่นี่เองท่านก็ได้ศึกษาด้านวิชาแพทย์แผนโบราณของสำนักวัดโพธิ์ด้วย ต่อมาชาวบ้านวัดปราโมทย์ ไปนิมนต์ท่านมาสอนหนังสือขอม ที่วัดปราโมทย์ เปิดโรงเรียนสอนหนังสือแต่ยังขาดแคลนครูอาจารย์ที่จะสอน จึงนิมนต์ท่านมาเป็นครูสอนหนังสือ เมื่อท่านย้ายมาที่วัดปราโมทย์ชื่อเสียงของท่านก็เริ่มขจรขจายมากขึ้นในเขตเมืองแม่กลอง ด้วยท่านมีความเก่งทั้งการสอนหนังสือ การแพทย์แผนโบราณ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ส่งบุตรหลานมาเรียนกับท่านเป็นจำนวนมาก เมื่อหลวงพ่อเทียน เจ้าอาวาสวัดบางวันทอง มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านบางวันทองจึงพร้อมใจกันเดินทางมายังวัดปราโมทย์ เพื่อนิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ท่านมาปกครองวัดบางวันทอง ท่านก็ได้ทำนุบำรุงวัดจนเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมา ทั้งการก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ นอกจากนี้ท่านได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาจึงได้ทำการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้น ชื่อว่า โรงเรียนวัดบางวันทอง(ปัญญาราษฎร์) ปัจจุบันคือสำนักงานเทศบาลตำบลเหมืองใหม่ ท่านมรณภาพลงด้วยโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ สิริอายุได้...

   Read more
avatar
5.0
49w

วัด​โบราณ​ขนาดไม่ใหญ่​ ไม่ทราบ​ประวัติ​และ​นาม​ผู้สร้าง​ เดิม​อยู่​ข้างใน​คลอง​บาง​วัน​ทอง​ ไม่ทราบ​ชื่อ​วัดอะไร​ ต่อมาปลายสมัยรัชกา​ลที่​ 3​ มีคหบดี​ครอบครัว​หนึ่ง​ สา​มีชื่อ​วัน​ ภรรยา​ชื่อ​ทอง​ เห็นว่า​วัด​อยู่​ในทำ​เ​ลที่ไม่​สะดวก​ต่อ​การเดินทาง​ จ​ึ​งได้​บริจาค​ทรัพย์​เพื่อ​ย้า​ยวัด​มา​อยู่​ปากคลอง​ริม​ฝังคลอง​แคว​อ้อม​ ​และ​ได้​ตั้งชื่อ​วัด​ว่า​วั​ดบาง​วัน​ทอง​ ดัง​ปรากฏใน​จารึก​บริเวณ​ฐาน​พระพุทธ​รูป​ในพระอุโบสถ​ วัดตั้งอยู่​ริม​คลอง​แควอ้อมฝั่งใต้​ เลยจากวัดพระคริสต์​พระ​หฤทัย​ วัดเพลง​และวัดแก้วเจริญมาไม่ไกล​ จะเห็นพระอุโบสถ​ใหม่​สีขาว​อยู่​ริมถนน เป็นแบบ​ขนบ​เดิม​ มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ หันหน้า​ไป​ทางทิศ​ตะวันออก​ เสาย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ เอียงเข้าหากัน​ หัวเสามีบัวแวง​ ประตู​และ​หน้าต่าง​มี​ซุ้ม​หน้านาง​ ไม่ได้เปิดให้เข้า​ ใบเสมา​อยู่ใน​ซุ้ม​โค้งยอดเจดีย์​ 8 ทิศ​ ทางขวา​มีหอระฆังทรงจตุร​มุข​ยอด​เจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ถัดไปบริเวณริมคลองมีวิหารหลวงพ่อแดง​ เป็นศาลาเปิดโล่งหันหน้าไปทางทิศเหนือสู่คลอง​ มีหลวงพ่อแดง​ พระปาง​มารวิชัยแกะสลักจากหินแดง​ ศิลปะ​สุโขทัย​ อัญเชิญ​มาจากวัดเดิมที่อยู่ในคลองบางวันทองเป็นพระประธาน​ มีพระปาง​มารวิชัย​ขนาดรอง​ 2 ข้าง​ ข้างซ้ายมีพระยืนปางห้ามสมุทร​ ข้างขวามีพระยืนปางรำพึง​ เมื่อวันตรุษจีน​ผมได้ไปไหว้พระ​ 9 วัดเมืองฉะเชิงเทรา​ ได้ไหว้หลวงพ่อ​โสธร​ วันนี้ยังอยู่ในช่วงตรุษจีน​ผมมาไหว้พระในจังหวัด​สมุทรสงคราม​ เริ่มจากไหว้หลวงพ่อ​บ้านแหลม​ วัดเพชรสมุทร​ แวะทานมื้อเช้าในสถานีรถไฟ​แม่กลอง​ ก่อนไปวัดป้อมแก้ว​ วัดบางกุ้ง​ วัดตรีจินดาวัฒนา​ราม​ วัดเกตการาม​ สักการะอาสนวิหาร​แม่พระ​บังเกิด​ วัดเจริญสุขาราม​ วัดปราโมทย์​ และวัดเกาะศาลพระ แวะวัดพระคริสต์​หฤทัย​ วัดเพลง​ และวัดแก้วเจริญก่อนมาวัดบางวันทอง​...

   Read more
avatar
5.0
2y

📸 (7/2/67) 📸

วัดบางวันทองเป็นวัดเก่าแก่โบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง วัดเดิมอยู่ลึกเข้าไปในคลอง (บางวันทอง) ไม่ทราบว่าชื่อวัดอะไร ต่อมามีคหบดีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ วัน ภรรยาชื่อ ทอง เห็นว่าวัดตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกต่อการเดินทาง จึงได้บริจาคทรัพย์ของตนเพื่อย้ายวัดมาอยู่ปากคลอง (บางวันทอง) และริมฝั่งคลองแควอ้อม และได้ตั้งชื่อวัดว่า "วัดบางวันทอง" ตามนามผู้บริจาค ดังปรากฏในจารึกบริเวณฐานของพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2494

อุโบสถหลังใหม่สร้างบริเวณสถานที่เดิม ทาด้วยสีขาวทั้งหลัง หอกลองหรือหอระฆังเก่าอยู่ใกล้พระอุโบสถ มีพระพุทธรูปโบราณสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย แกะสลักจากศิลาแดงเช่นกัน อัญเชิญมาจากวัดเดิมในคลองบางวันทองเมื่อ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อแดง...

   Read more
Page 1 of 6
Previous
Next