แม่ตั้งใจมาทำสังฆทานถวายอาหารแห้งน้ำปานะและปัจจัย แล้วประกอบกับมาทำธุระที่ มหาวิทยาลัยเทคโนเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง(มจล) แล้วแม่เห็นป้ายวัดนี้ปักอยู่ในมหาวิทยาลัยค่ะ แม่ก็เลยขับไปที่วัดเพื่อถวายสังฆทาน ขณะที่แม่ไปก็มีคนทยอยมาทำสังฆทานไม่มากแต่มากันสองสามครอบครัวค่ะ ซึ่งทางวัดจะมีมุมจัดถวายสังฆทานไว้ต่างหากโดยมีผ้าไตรของวัดจัดวางไว้ด้วยค่ะ เมื่อถวายสังฆทานเสร็จก็มีซองกฐินซึ่งทางวัดจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมแม่และผู้ที่ทำบุญก็ได้ร่วมถวายปัจจัยไปในครั้งนี้ด้วยค่ะเพราะถึงวันงานจริงอาจจะไม่ได้มา วัดจัดสะอาดเป็นระเบียบร่มรื่นค่ะ เมื่อเดินเข้าไปแล้วแม่ได้เข้าไปกราบหลวงพ่อเขียวซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากค่ะ แม่ก็อ่านประวัติรวมทั้งสอบถามคนที่อยู่ในวัดว่าประวัติความเป็นมาอย่างไร ก็เล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นพระที่เก่าแก่มากค่ะแล้วมีการบูรณะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโบเนื่องจากน้ำท่วม นอกจากนี้ในวัดยังมีการจัดปฏิบัติปฏิบัติภาวนาซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างหายากสำหรับวัดที่อยู่ด้านนอกค่ะ แต่ทางวัดบอกว่าแค่เอาตัวมาทุกอย่างทางวัดมีจัดการให้หมดค่ะ ให้มาถึงก่อนสองทุ่มของคืนที่จะค้างหรือจะมาลองมาแบบเช้าไปเย็นกลับก่อนก็ได้ค่ะ จุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งค่ะเพราะทางวัดส่งจะต้องจัดแจง ในการหาสถานที่ในการปฏิบัติ ต้องหาครูผู้สอน ปฏิบัติภาวนา รวมทั้ง ต้องเตรียม อาหารเพื่อให้เพียงพอสำหรับผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม ซึ่ง ส่วนมากที่แม่เคยไป ก็จะเป็นวัดที่อยู่ในเมือง หรือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่คนรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงทำให้วัดเหล่านั้นแน่นหนาไปด้วยผู้คนที่พร้อมใจกันมาปฏิบัติ ภาวนาค่ะ แต่วัดนี้อยู่ด้านนอก บริเวณชานเมือง...
Read moreวัดหัวคู้ (วัดคู้, วัดศีรษะคู้, วัดคู้วราราม, วัดหัวคู้วราราม) ตั้งอยู่ ม.1 บ้านวัดหัวคู้ ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีเนื้อที่ 23 ไร่เศษ ติดกับสามแยกคลองหนองงูเห่ากับคลองจรเข้น้อย ด้านข้างวัดมีทางริมคลองจรเข้น้อย ลัดเลาะไปต่อกับคลองปากน้ำ ทิวทัศน์เป็นธรรมชาติมาก สันนิษฐานว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ยกพลมาตั้งกองทัพที่วัดหัวคุ้ง จึงมีการสร้างตำหนักพระเจ้าตากสิน วัดหัวคู้สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2409 ชาวบ้านเรียกว่า วัดคู้ หรือ วัดศีรษะคู้ ได้รับการบูรณะตั้งแต่ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา ในยุคของเจ้าอาวาสนามว่า พระครูไพศาลพัฒนโสภณ และตั้งชื่อใหม่เป็น วัดคู้วราราม เมื่อ พ.ศ. 2522 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2442 ได้รับครั้งหลังเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2485 เปิดสอนพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2476 จากวัดหัวคู้ ใช้ทางริมคลองจรเข้น้อย, คลองปากน้ำ...
Read moreเมื่อพูดถึงวัดหัวคู้ เราจะนึกถึงหลวงพ่อเขียว หรือชื่อเต็มว่าหลวงพ่อเขียวสุโขพุทโธภควา มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินได้มาพักกองทัพบริเวณบ้านหัวคู้ ได้สร้างพระพุทธรูป 1 องค์ไว้ที่แห่งนี้เพื่อต่อไปภายภาคหน้าจะได้เป็นวัดตามที่ตั้งพระทัยไว้ ระหว่างบ้านเมืองยังมีศึกสงครามชาวบ้านจึงได้สร้างพระพุทธรูปครอบเอาไว้ ตั้งชื่อว่าหลวงพ่อเขียว ตามชื่อนายเขียว ทหารที่ได้ฝากดูแลค่ายเดิมที่ได้ตั้งทัพเอาไว้ ในสมัยหลวงพ่อบุญปลูกเป็นเจ้าอาวาส มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2520 ตั้งชื่อใหม่ว่าหลวงพ่อเขียวสุโขพุทโธภควา เป็นพระสำคัญคู่เมืองสมุทรปราการอีกองค์ที่ควรไปกราบไหว้
มาไหว้หลวงพ่อเขียวแล้ว อย่าลืมขึ้นไปกราบสักการะรูปเหมือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และลอดโบสถ์ปิดทองเสาเอก วันเสาร์-อาทิตย์...
Read more