วัดเก่าแก่คู่เกาะยออีกแห่งหนึ่ง สิ่งก่อสร้างยังมีความคลาสิค อยู่มาก 19/11/65 มาเป็นครั้งที่2 ๑. เจดีย์เขาเพหาร เป็นเจดีย์ทรงลังกาหรือทรงระฆังที่สวยงามอายุประมาณ ๒๔๐ ปี มีบันไดสำหรับขึ้นลงจำนวน ๑๕๐ ขั้น
๒. กุฎิเรือนไทย เป็นกุฎิหมู่ ๓ หลัง เป็นกุฏิเจ้าอาวาส ๑ หลัง สำหรับพระภิกษุ ๒ หลัง สร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ อายุราว ๒๐๐ ปี กุฎินี้เป็นที่ยอมรับว่าและถือว่าเป็นต้น แบบของสถาปัตยกรรมเรือนไทยที่ทรงคุณค่า ซึ่งจากที่ได้รับคำชมและรางวัลดังนี้
๒.๑ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช (พระอนุชารัชกาลที่ ๕) ได้ทรงเสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรตำบลเกาะยอและเยี่ยมชมวัดและกุฎินี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗
๒.๒ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า องค์ที่ ๑๓ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ได้เสด็จมาจำพรรษาที่วัดนี้ ๑ พรรษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๕ และได้ประทานพระรูปจำลองของพระองค์ไว้ ๑ องค์
๒.๓ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกได้ประทานเกีรยติบัติและเสาเสมาธรรมจักรให้แก่เจ้าอาวาสในฐานะรักษากุฎิเรือนไทยดีเด่น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒
๒.๔ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานโล่สิรินทรให้แก่เจ้าอาวาสในฐานะรักษากุฎิเรือนไทยดีเด่น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕
๒.๕ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ได้ให้เกีรยติยกย่องเป็นต้นแบบในการสร้างหอประชุมเฉลิมพระเกีรยติเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑
๒.๖ นักศึกษานักเรียนและประชาชนทั่วไป ได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาไทยด้านสถปัตยกรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดสงขลาอีกด้วย
๒.๗ ตำบลเกาะยอ ได้ยกย่องกุฎิเรือนไทยเป็นหนึ่งในคำขวัญของตำบลเกาะยอคือ "สมเด็จเจ้าเป็นศรี ผ้าทอดีล้ำค่า นานาผลไม้หวาน ถิ่นอาหารทะเล เสน่ห์สะพานติณฯ สถาบันทักษิณระบือนาม งดงามเรือนไทย พระนอนใหญ่วัดแหมพ้อ"
๒.๘ การส่งเสริมประเพณีลากพระ วัดท้ายยอได้ส่งเรือพระและขบวนแห่เข้าประกวดในระดับจังหวัด ผลปรากฎว่าได้ลำดับที่ ๑ และ ๒ ติดต่อกันมา ๕ ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ....
Read more"วัดท้ายยอ" ตั้งอยู่สุดปลายของ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา มรดกแห่งศรัทธา และความงดงามริมทะเลสาบ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของ จ.สงขลาอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่สถานที่ปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงาม บรรยากาศอันเงียบสงบ และทิวทัศน์ที่สวยงามริมทะเลสาบสงขลา วัดท้ายยอ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2300 หรือเมื่อประมาณ 268 ปีที่แล้ว ในช่วงปลายสมัยอยุธยา โดยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ซึ่งถือเป็นเจ้าเมืองสงขลาคนแรกของสายตระกูล ณ สงขลา ทำให้วัดแห่งนี้มีเรื่องราวและตำนานที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมืองสงขลาอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดท้ายยอคือ อุโบสถไม้แกะสลักทั้งหลัง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นงานศิลปะที่ละเอียดอ่อนและประณีต ผนังไม้ทุกด้านมีการแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ อย่างวิจิตรบรรจง ทั้งภาพพุทธประวัติ เทพพนม และลวดลายก้านขด ทำให้เป็นที่น่าชมและศึกษาอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังประดิษฐานพระประธานเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ทำให้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น และเย็นสบาย เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน ทำบุญ หรือเดินชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงาม การเดินทางมายังวัดท้ายยอสามารถทำได้สะดวก โดยขับรถข้ามสะพานติณสูลานนท์มายังเกาะยอ...
Read moreวัดท้ายยอ ตั้งอยู่เลขที่ 19 บ้านท้ายสระ หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของจังหวัดสงขลา สร้างขึ้นในสมัยตอนต้นของกรุงธนบุรี (ประมาณ พ.ศ.2311) ชื่อเดิม คือ “วัดคงคาวดี” แต่ชาวบ้านมักจะเรียกกันติดปากว่า “วัดท้ายเสาะ” ตามชื่อของหมู่บ้านเก่าแก่ของเกาะยอ ต่อมาชาวบ้านได้เรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดท้ายยอ” ตามชื่อของเกาะ วัดท้ายยอมีโบราณวัตถุที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม อาทิ กุฏิเจ้าอาวาสที่เรียกว่า “กุฏิแบบเรือนไทยปั้นหยา”
กุฏิแบบเรือนไทยทรงปั้นหยามีอายุกว่า 200 ปี มีรูปแบบการสร้างตามสถาปัตยกรรมของภาคใต้แบบมงคลสูตรและมาตราสูตร คนโบราณเชื่อว่าในการสร้างอาคารบ้านเรือน มี 2 สาย คือ สายสัมมาทิฐิ เช่น การสร้างบ้านที่อยู่อาศัย สร้างศาลา และสร้างกุฏิ จะเริ่มด้วยการสร้างจั่วก่อนส่วนอื่น ซึ่งสอดรับกับภาษิตที่ว่ารักดีหามจั่ว และสายมิจฉาทิฐิ เช่น การสร้างโรงเรือน เตาเผาสุรา และโรงบ่อนการพนัน จะเริ่มต้นด้วยการขุดหลุมลงเสาก่อน ซึ่งสอดรับกับภาษิตที่ว่ารักชั่วหามเสา ด้วยเชื่อว่าจะมีความหนักแน่นในกิจการ นอกจากนั้นในทางมงคลสูตรยังเกี่ยวข้องกับการกำหนดวัน เดือน ปี...
Read more