HTML SitemapExplore

Wat Luang Pho Ophasi — Local services in Bang Mot Subdistrict

Name
Wat Luang Pho Ophasi
Description
Nearby attractions
Nearby restaurants
Kob Suwanan Seafood Restaurant
Bang Mot, Thung Khru, Bangkok 10140, Thailand
Watsana Khao Man Gai
9, 275 ถนน พุทธบูชา Bang Mot, Chom Thong, Bangkok 10150, Thailand
Mr. Genki
407 ซอย อนามัยงามเจริญ 25 ถนนพระราม2 Tha Kham, Bang Khun Thian, Bangkok 10150, Thailand
กับข้าว' กับปลา บางมด พระราม 2 KubKao' KubPla Rama 2
B1-B3 Pinnacle Mall ถ.พระรามที่ 2, Tha Kham, Bang Khun Thian, Bangkok 10150, Thailand
Nearby local services
Nearby hotels
Related posts
Keywords
Wat Luang Pho Ophasi tourism.Wat Luang Pho Ophasi hotels.Wat Luang Pho Ophasi bed and breakfast. flights to Wat Luang Pho Ophasi.Wat Luang Pho Ophasi attractions.Wat Luang Pho Ophasi restaurants.Wat Luang Pho Ophasi local services.Wat Luang Pho Ophasi travel.Wat Luang Pho Ophasi travel guide.Wat Luang Pho Ophasi travel blog.Wat Luang Pho Ophasi pictures.Wat Luang Pho Ophasi photos.Wat Luang Pho Ophasi travel tips.Wat Luang Pho Ophasi maps.Wat Luang Pho Ophasi things to do.
Wat Luang Pho Ophasi things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Luang Pho Ophasi
ThailandBangkokBang Mot SubdistrictWat Luang Pho Ophasi

Basic Info

Wat Luang Pho Ophasi

72/3 ถนน พุทธบูชา Bang Mot, Thung Khru, Bangkok 10140, Thailand
4.7(648)
Open until 12:00 AM
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Family friendly
Accessibility
attractions: , restaurants: Kob Suwanan Seafood Restaurant, Watsana Khao Man Gai, Mr. Genki, กับข้าว' กับปลา บางมด พระราม 2 KubKao' KubPla Rama 2, local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Phone
+66 80 545 5239
Website
watluangphoropasi.com
Open hoursSee all hours
SatOpen 24 hoursOpen

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Bang Mot Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Bang Mot Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Bang Mot Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Live events

Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Sat, Jan 24 • 1:00 PM
Khlong San, Bangkok, 10600, Thailand
View details
Secret of Sak Yant Tattoo
Secret of Sak Yant Tattoo
Wed, Jan 28 • 9:30 AM
Bang Khen, Bangkok, 10220, Thailand
View details
White Lotus Thai Cooking Class in Bangkok
White Lotus Thai Cooking Class in Bangkok
Sat, Jan 24 • 1:30 PM
Phra Nakhon, Bangkok, 10200, Thailand
View details

Nearby restaurants of Wat Luang Pho Ophasi

Kob Suwanan Seafood Restaurant

Watsana Khao Man Gai

Mr. Genki

กับข้าว' กับปลา บางมด พระราม 2 KubKao' KubPla Rama 2

Kob Suwanan Seafood Restaurant

Kob Suwanan Seafood Restaurant

4.3

(197)

Click for details
Watsana Khao Man Gai

Watsana Khao Man Gai

4.2

(312)

Closed
Click for details
Mr. Genki

Mr. Genki

4.6

(130)

Open until 9:00 PM
Click for details
กับข้าว' กับปลา บางมด พระราม 2 KubKao' KubPla Rama 2

กับข้าว' กับปลา บางมด พระราม 2 KubKao' KubPla Rama 2

4.5

(57)

Open until 9:00 PM
Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Luang Pho Ophasi

4.7
(648)
avatar
5.0
6y

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ.. พระมหาชวน เปรียญ ๗ ประโยค ได้เข้ามาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร จนได้เปรียญ ๗ ประโยค ครั้นเมื่อท่านได้ไปทอดกฐินที่วัดหลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา ที่ลพบุรี ได้เห็นหลวงพ่อกบ เผาสมบัติที่มีผู้นำมาถวาย จึงเข้าไปกราบนมัสการเรียนถามเหตุผล เมื่อได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อกบแล้วก็เลื่อมใส จนเมื่อกลับมาถึงวัดบวรนิเวศวิหาร ก็หยุดการเรียนปริยัติหันมาเรียนทาง ปฏิบัติ ออกธุดงค์และบูชาไฟตามรอยหลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา  บรรดาพระในวัดบวรนิเวศวิหารเข้าร้องเรียนเรื่อง มหาชวนเผาข้าวของที่มีผู้นำมาถวายและ บูชาไฟ ว่าอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้วัดบวรฯ ขึ้นได้ อีกประการหนึ่งวัดบวรนิเวศวิหารเป็นวัดหลวง ฝ่ายธรรมยุต การบูชาไฟย่อมขัดกับข้อวัตรปฏิบัติแห่งธรรมยุติกนิกาย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรฯ ขณะนั้น จึงเรียกมหาชวนมาพบ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงให้มหาชวนเลือกปฏิบัติสองทาง คือทางแรกอยู่ในสำนักวัดบวรฯ ต่อไป แต่ต้องยุติการบูชาไฟ และทางที่สอง คือย้ายออกจากวัดบวรฯ ไปจำพรรษาที่อื่น มหาชวนกราบทูลว่าขอเลือกทางที่สอง คือแบบแบกกลดธุดงค์ออกจากวัดบวรฯ มหาชวนซึ่งต่อมาได้เรียกตัวเองว่า “โอภาสี” โดยบอกว่า มหาชวนได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ที่อยู่นี่คือ “โอภาสี” หลังจากนั้นหลวงพ่อโอภาสีได้ไปอาศัยลานดินว่างในสวนส้มที่ตำบลบางมดเป็นที่ปักกลด โดยออกบิณฑบาต และบูชาไฟ มีผู้ที่เคยไปนมัสการท่านที่วัดบวรนิเวศวิหารติดตามมาคอยอุปัฏฐาก ต่อมาเจ้าของสวนได้ถวายที่ดินโดยรอบสถานที่ที่ท่านปักกลดทำ เป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันได้ยกฐานะเป็นวัดโอภาสีจนทุกวันนี้ ตอนนั้นชาวสวนแบ่งออกเป็นสองพวก พวกหนึ่งบอกว่าหลวงพ่อโอภาสี ทำให้สวนของพวกเขาอยู่ในอันตราย หากกองไฟที่หลวงพ่อโอภาสีเผาสมบัติลุกลาม ไหม้สวนจนวอดวายเป็นขนัดๆนายตี๋ อันธพาลรับจ้างเป็นรายแรกที่มาลองดีกับหลวงพ่อโอภาสี  นายตี๋เล่าว่า ได้รับค่าจ้างจากเจ้าของสวนที่ไม่พอใจหลวงพ่อโอภาสี ว่าจ้างให้ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้หลวงพ่อโอภาสีถอนกลดออกไปจากพื้นที่เสียคืนแรกนายตี๋ได้เก็บก้อนหินขนาดเหมาะมือใส่ถุงปุ๋ยมาแอบซ่อนไว้ไม่ไกลจากกลดที่หลวงพ่อปักไว้ พอได้โอกาสเหมาะ หลวงพ่อโอภาสีอยู่เพียงลำพัง ก็ใช้ก้อนหินขว้างปากลดของหลวงพ่อ ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง ก้อนที่ถูกก็ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นแก่ตาตนคือ พอก้อนหินกระทบหลังคากลด ก็เกิดกระเด้งกลับมาอย่างแรง ทีแรกก็เฉียดตัวนายตี๋ นายตี๋จึงคำรามในใจว่า แน่นักเรอะ! คราวนี้แหละจะเขวี้ยงให้ผ่านประตูกลดที่เปิดไว้ให้ถูกตัวหลวงพ่อเลยทีเดียว ให้มันรู้กันไปว่าจะแน่สักแค่ไหน ‘‘พอผมขว้างก้อนหินเข้าไปตรงจุดที่ผมกะไว้ ก้อนหินก็กระเด็นย้อนกลับมาด้านบน หล่นลงมากลางกบาลของผมพอดี หัวแตกเลือดไหลโกรก จนผมต้องวิ่งไปเข้าโรงพยาบาลให้หมอเย็บถึง ๑๐ เข็ม ไม่อาจไปรบกวนหลวงพ่อได้อีก พอแผลหายผมจึงไปกราบเท้าท่าน ไปสารภาพให้ท่านอโหสิให้แก่ผม ท่านยิ้มแล้วพูดกับผมว่า…  ‘‘อาตมาไม่ได้คิดร้ายกับใคร ไม่พยาบาทใคร กรรมของโยมต่างหากที่มันย้อนกลับไปทำร้ายโยม’’ ทางด้านนายโสม ผู้ว่าจ้างนายตี๋ให้เอาก้อนหินไปขว้างใส่กลดของหลวงพ่อโอภาสี แต่นายตี๋กลับกลายไปเป็นศิษย์อุปัฏฐากหลวงพ่อแทน จึงเกิดความเคียดแค้นมาก คืนนั้นกินเหล้าย้อมใจจนได้ที่ แล้วเอาปืนพกเหน็บเอว แอบเข้ามาที่ใกล้ๆ กับกลดของหลวงพ่อโอภาสี ชักปืนขึ้นมาหันปากกระบอกขึ้นฟ้า แล้วตะโกนร้องว่า “ไปให้พ้นโว๊ย ไปเผาของที่อื่น หากยัง อยู่ที่นี่ชาวบ้านเขาจะเดือดร้อน” จากนั้นก็รัวกระสุนเข้าใส่กลดจนหมดลูกโม่ สะใจแล้วก็เดินทางกลับบ้าน นายโสมเล่าว่า ‘‘เช้ามืดวันรุ่งขึ้น มีตำรวจจากกองปราบมาล้อมบ้านผม เอาหมายค้นมาด้วย มาค้นบ้านและยึดปืนที่ผมเอาไปยิงขู่หลวงพ่อโอภาสีเมื่อคืนก่อน โดยระบุว่าจะเอาไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันกับที่ก่อคดีฆ่านายสุชาย เจ้าของสวนย่านเดียวกับผมหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้เป็นคนทำ’’ กว่าเรื่องจะเรียบร้อย นายโสมต้องถูกนำตัวไปสอบสวนแล้วสอบสวนอีก เสียเงินเสียทองจ้างทนายมาสู้ความ จนหมดเงินไปมากมาย ที่สุดก็ต้องมากราบหลวงโอภาสีเพื่อขอให้ท่านช่วย โดยสารภาพผิดว่าเคยเอาปืนมายิงขู่หลวงพ่อตอนกลางคืน หลวงพ่อโอภาสีท่านก็อโหสิและพรมน้ำมนต์ให้  ในที่สุดนายโสมก็พ้นผิดและได้กลายมาเป็นศิษย์ของหลวงพ่อโอภาสีเช่นกันนายกวย ชายชาวจีนซึ่งเช่าที่ดินทำสวนผักในบริเวณนั้น เห็นว่าสำนักสงฆ์ของหลวงพ่อโอภาสีมีข้าวของมากมาย น้ำมันก๊าด น้ำมันมะพร้าว น้ำมันบัว เครื่องใช้ไม้สอยวางไว้มากมาย นายกวยเลยถือวิสาสะมาหยิบเอาไปใช้ ตอนแรกก็แค่เอาขวดมากรอกน้ำมันก๊าดเมื่อ...

   Read more
avatar
5.0
4y

'หลวงพ่อโอภาสี' พระอภิญญาผู้สำเร็จ'เตโชกสิณ'

สมัยเมื่อประมาณปี ๒๔๘๕ ย่านบางมด ฝั่งธนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสวนส้มอันขึ้นชื่อ ที่เรียกกันว่า "ส้มบางมด" ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใสชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น อาศรมบางมด และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร นี่คือจุดเริ่มต้นของที่มาแห่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย คือ หลวงพ่อโอภาสี พระภิกษุผู้มีอิทธิปาฏิหาริย์เป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวาง รวมทั้งวัตถุมงคลหลากหลายรูปแบบของท่านที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทางด้านพุทธคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือเมตตามหานิยม และที่ยอมรับกันเป็นอย่างมาก คือ การค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง จนเรียกได้ว่าท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชาวไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ประกอบกิจการค้าขาย นับถือท่านเป็นที่สุด เพราะเชื่อกันว่า ได้กราบไหว้ขอพรจากท่านแล้ว จะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจการค้า จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นตลอดเวลา ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์  เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ทำให้ท่านดำเนินรอยตามวิชาของอาจารย์ท่าน คือ บูชาเพลิงเป็นการศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ด้วยการนำสิ่งของทุกอย่างที่ได้รับมาโยนเข้ากองไฟหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีมูลค่ามากมายเพียงใดก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นในวิชาที่เรียน ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี เพราะเริ่มมีลูกศิษย์ที่นับถือต่างเดินทางมาหาท่านที่วัดมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนได้พบเห็นปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่หลวงพ่อได้ช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ก็ยังลูกศิษย์ติดตามไปทำบุญกับท่านมากมายเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้างสำนักสงฆ์อาศรมบางมด ขึ้นถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป ทำให้สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนถึงทุกวันนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วัดหลวงพ่อโอภาสี ด้วยมีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี เจ้าสัวจากย่านเยาวราช สำเพ็ง บางลำพู ฯลฯ แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญด้วยดี เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ แต่ถ้าผู้ใดเกิดเสียดายของ เวลาที่เห็นท่านโยนเข้ากองไฟ เมื่อกลับมาถึงบ้าน จะเห็นสิ่งของหรือเงินที่ถวายแล้วท่านเผาไฟกลับมาอยู่ภายในบ้านได้เองอย่างมหัศจรรย์ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือต่อๆ กันมา ในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมาก ไปกราบไหว้และร่วมทำบุญกับหลวงพ่อตลอดเวลา ความมหัศจรรย์ที่เกี่ยวกับหลวงพ่อโอภาสี ที่มีผู้พูดถึงกันเสมอๆ คือ การเดินทางไปปรากฏตัวในที่ต่างๆ ของหลวงพ่อ ในวันเวลาเดียวกัน มีผู้พบเห็นท่านในหลายจังหวัดพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่สมัยก่อนการเดินทางไปแต่ละจังหวัดต้องใช้เวลานาน บางแห่งใช้เวลาเป็นวันก็มี เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้มีผู้กล่าวถึงเป็นประจำ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องการค้าการขาย ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ นับได้ว่าแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว...

   Read more
avatar
5.0
3y

วัดหลวงพ่อโอภาสี วัดหลวงพ่อโอภาสีตั้งวัดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2485 พื้นที่ย่านบางมดแห่งนี้เต็มไปด้วยสวนส้ม หลวงพ่อโอภาสีได้เดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใส ชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น "อาศรมบางมด" และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นชื่อ "วัดหลวงพ่อโอภาสี" เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าและทำนายทายทักได้ถูกต้อง ท่านยังถือลัทธิบูชาเพลิง ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์ เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้าง "สำนักสงฆ์อาศรมบางมด" ถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "วัดหลวงพ่อโอภาสี" มีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญ เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ วัตถุมงคล หลวงพ่อโอภาสี ได้สร้างแจกตั้งแต่สมัยที่มาอยู่ย่านบางมดใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าร่วมรบในสงครามพอดี ในยุคแรกท่านจะทำผ้ายันต์ ผ้าประเจียด เหรียญสตางค์รู แจกให้ลูกศิษย์ มีผู้นำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์ต่างๆ เช่น คงกระพัน แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ จนมีผู้คนมาขอของท่านมากขึ้น ท่านจึงได้สร้าง พระปิดตาเนื้อตะกั่ว และ พระพิมพ์เนื้อผงผสมดิน ซึ่งล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คาถา “อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” นับเป็นคาถาที่ศิษย์หลวงพ่อโอภาสีทุกคนท่องจำจนขึ้นใจ สิ่งมงคลสักการะของวัดนี้มีจุดให้สักการะทำบุญเรียกได้ว่าครบวงจร จะไหว้พระ ทำบุญ สักการะองค์เทพต่างๆและบูรพกษัตริย์ ได้ตามความต้องการ สิ่งก่อสร้างงดงาม พระอุโบสถและศาลารายสวยงามมาก บรรยากาศภายในวัดสงบร่มรื่น การเดินทางมาวัดนี้ก็ง่ายมาก ถ้าท่านไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ให้โดยสารรถประจำทาง สาย 21,75,82,140,142,195,558, มาลงที่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 26 ที่ปากซอยจะมีรถสองแถวสีแดง สุดสายที่วัดหลวงพ่อโอภาสี...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Dr.KITILUCK SUTTABONGKOTDr.KITILUCK SUTTABONGKOT
'หลวงพ่อโอภาสี' พระอภิญญาผู้สำเร็จ'เตโชกสิณ' สมัยเมื่อประมาณปี ๒๔๘๕ ย่านบางมด ฝั่งธนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสวนส้มอันขึ้นชื่อ ที่เรียกกันว่า "ส้มบางมด" ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใสชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น อาศรมบางมด และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร นี่คือจุดเริ่มต้นของที่มาแห่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย คือ หลวงพ่อโอภาสี พระภิกษุผู้มีอิทธิปาฏิหาริย์เป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวาง รวมทั้งวัตถุมงคลหลากหลายรูปแบบของท่านที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทางด้านพุทธคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือเมตตามหานิยม และที่ยอมรับกันเป็นอย่างมาก คือ การค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง จนเรียกได้ว่าท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชาวไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ประกอบกิจการค้าขาย นับถือท่านเป็นที่สุด เพราะเชื่อกันว่า ได้กราบไหว้ขอพรจากท่านแล้ว จะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจการค้า จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นตลอดเวลา ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์  เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ทำให้ท่านดำเนินรอยตามวิชาของอาจารย์ท่าน คือ บูชาเพลิงเป็นการศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ด้วยการนำสิ่งของทุกอย่างที่ได้รับมาโยนเข้ากองไฟหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีมูลค่ามากมายเพียงใดก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นในวิชาที่เรียน ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี เพราะเริ่มมีลูกศิษย์ที่นับถือต่างเดินทางมาหาท่านที่วัดมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนได้พบเห็นปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่หลวงพ่อได้ช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ก็ยังลูกศิษย์ติดตามไปทำบุญกับท่านมากมายเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้างสำนักสงฆ์อาศรมบางมด ขึ้นถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป ทำให้สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนถึงทุกวันนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วัดหลวงพ่อโอภาสี ด้วยมีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี เจ้าสัวจากย่านเยาวราช สำเพ็ง บางลำพู ฯลฯ แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญด้วยดี เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ แต่ถ้าผู้ใดเกิดเสียดายของ เวลาที่เห็นท่านโยนเข้ากองไฟ เมื่อกลับมาถึงบ้าน จะเห็นสิ่งของหรือเงินที่ถวายแล้วท่านเผาไฟกลับมาอยู่ภายในบ้านได้เองอย่างมหัศจรรย์ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือต่อๆ กันมา ในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมาก ไปกราบไหว้และร่วมทำบุญกับหลวงพ่อตลอดเวลา ความมหัศจรรย์ที่เกี่ยวกับหลวงพ่อโอภาสี ที่มีผู้พูดถึงกันเสมอๆ คือ การเดินทางไปปรากฏตัวในที่ต่างๆ ของหลวงพ่อ ในวันเวลาเดียวกัน มีผู้พบเห็นท่านในหลายจังหวัดพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่สมัยก่อนการเดินทางไปแต่ละจังหวัดต้องใช้เวลานาน บางแห่งใช้เวลาเป็นวันก็มี เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้มีผู้กล่าวถึงเป็นประจำ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องการค้าการขาย ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ นับได้ว่าแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว ก็ยังเป็นที่พึ่งของลูกศิษย์ตลอดเวลา
Your browser does not support the video tag.
Rujitep PeerawanichagulRujitep Peerawanichagul
ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญคือองค์เจดีย์ที่บรรจุสรีระหลวงพ่อโอภาสี พร้อมทั้งปล่องไฟที่ว่ากันว่า ไม่เคยดับเลยตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา
Chanthawat BoonprasertsriChanthawat Boonprasertsri
วัดหลวงพ่อโอภาสี วัดหลวงพ่อโอภาสีตั้งวัดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2485 พื้นที่ย่านบางมดแห่งนี้เต็มไปด้วยสวนส้ม หลวงพ่อโอภาสีได้เดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใส ชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น "อาศรมบางมด" และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นชื่อ "วัดหลวงพ่อโอภาสี" เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าและทำนายทายทักได้ถูกต้อง ท่านยังถือลัทธิบูชาเพลิง ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์ เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้าง "สำนักสงฆ์อาศรมบางมด" ถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "วัดหลวงพ่อโอภาสี" มีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญ เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ วัตถุมงคล หลวงพ่อโอภาสี ได้สร้างแจกตั้งแต่สมัยที่มาอยู่ย่านบางมดใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าร่วมรบในสงครามพอดี ในยุคแรกท่านจะทำผ้ายันต์ ผ้าประเจียด เหรียญสตางค์รู แจกให้ลูกศิษย์ มีผู้นำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์ต่างๆ เช่น คงกระพัน แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ จนมีผู้คนมาขอของท่านมากขึ้น ท่านจึงได้สร้าง พระปิดตาเนื้อตะกั่ว และ พระพิมพ์เนื้อผงผสมดิน ซึ่งล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คาถา “อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” นับเป็นคาถาที่ศิษย์หลวงพ่อโอภาสีทุกคนท่องจำจนขึ้นใจ สิ่งมงคลสักการะของวัดนี้มีจุดให้สักการะทำบุญเรียกได้ว่าครบวงจร จะไหว้พระ ทำบุญ สักการะองค์เทพต่างๆและบูรพกษัตริย์ ได้ตามความต้องการ สิ่งก่อสร้างงดงาม พระอุโบสถและศาลารายสวยงามมาก บรรยากาศภายในวัดสงบร่มรื่น การเดินทางมาวัดนี้ก็ง่ายมาก ถ้าท่านไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ให้โดยสารรถประจำทาง สาย 21,75,82,140,142,195,558, มาลงที่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 26 ที่ปากซอยจะมีรถสองแถวสีแดง สุดสายที่วัดหลวงพ่อโอภาสี (สายนี้ผ่านหน้าวัดโพธิทอง ด้วยนะครับ)
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Bang Mot Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

'หลวงพ่อโอภาสี' พระอภิญญาผู้สำเร็จ'เตโชกสิณ' สมัยเมื่อประมาณปี ๒๔๘๕ ย่านบางมด ฝั่งธนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยสวนส้มอันขึ้นชื่อ ที่เรียกกันว่า "ส้มบางมด" ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใสชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น อาศรมบางมด และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร นี่คือจุดเริ่มต้นของที่มาแห่งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย คือ หลวงพ่อโอภาสี พระภิกษุผู้มีอิทธิปาฏิหาริย์เป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวาง รวมทั้งวัตถุมงคลหลากหลายรูปแบบของท่านที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทางด้านพุทธคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือเมตตามหานิยม และที่ยอมรับกันเป็นอย่างมาก คือ การค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง จนเรียกได้ว่าท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชาวไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ประกอบกิจการค้าขาย นับถือท่านเป็นที่สุด เพราะเชื่อกันว่า ได้กราบไหว้ขอพรจากท่านแล้ว จะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจการค้า จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นตลอดเวลา ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์  เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ทำให้ท่านดำเนินรอยตามวิชาของอาจารย์ท่าน คือ บูชาเพลิงเป็นการศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ด้วยการนำสิ่งของทุกอย่างที่ได้รับมาโยนเข้ากองไฟหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีมูลค่ามากมายเพียงใดก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นในวิชาที่เรียน ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี เพราะเริ่มมีลูกศิษย์ที่นับถือต่างเดินทางมาหาท่านที่วัดมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนได้พบเห็นปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่หลวงพ่อได้ช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ก็ยังลูกศิษย์ติดตามไปทำบุญกับท่านมากมายเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้างสำนักสงฆ์อาศรมบางมด ขึ้นถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป ทำให้สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนถึงทุกวันนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วัดหลวงพ่อโอภาสี ด้วยมีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี เจ้าสัวจากย่านเยาวราช สำเพ็ง บางลำพู ฯลฯ แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญด้วยดี เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ แต่ถ้าผู้ใดเกิดเสียดายของ เวลาที่เห็นท่านโยนเข้ากองไฟ เมื่อกลับมาถึงบ้าน จะเห็นสิ่งของหรือเงินที่ถวายแล้วท่านเผาไฟกลับมาอยู่ภายในบ้านได้เองอย่างมหัศจรรย์ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือต่อๆ กันมา ในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมาก ไปกราบไหว้และร่วมทำบุญกับหลวงพ่อตลอดเวลา ความมหัศจรรย์ที่เกี่ยวกับหลวงพ่อโอภาสี ที่มีผู้พูดถึงกันเสมอๆ คือ การเดินทางไปปรากฏตัวในที่ต่างๆ ของหลวงพ่อ ในวันเวลาเดียวกัน มีผู้พบเห็นท่านในหลายจังหวัดพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่สมัยก่อนการเดินทางไปแต่ละจังหวัดต้องใช้เวลานาน บางแห่งใช้เวลาเป็นวันก็มี เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้มีผู้กล่าวถึงเป็นประจำ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องการค้าการขาย ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ นับได้ว่าแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว ก็ยังเป็นที่พึ่งของลูกศิษย์ตลอดเวลา
Dr.KITILUCK SUTTABONGKOT

Dr.KITILUCK SUTTABONGKOT

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Bang Mot Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญคือองค์เจดีย์ที่บรรจุสรีระหลวงพ่อโอภาสี พร้อมทั้งปล่องไฟที่ว่ากันว่า ไม่เคยดับเลยตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา
Rujitep Peerawanichagul

Rujitep Peerawanichagul

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Bang Mot Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดหลวงพ่อโอภาสี วัดหลวงพ่อโอภาสีตั้งวัดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2536 โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2485 พื้นที่ย่านบางมดแห่งนี้เต็มไปด้วยสวนส้ม หลวงพ่อโอภาสีได้เดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยปฏิปทาอันน่าศรัทธาเลื่อมใส ชาวบ้านจึงพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ จนเศรษฐีเจ้าของที่ดินได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น "อาศรมบางมด" และได้นิมนต์ให้ท่านอยู่เป็นการถาวร ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นชื่อ "วัดหลวงพ่อโอภาสี" เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าและทำนายทายทักได้ถูกต้อง ท่านยังถือลัทธิบูชาเพลิง ประวัติหลวงพ่อโอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจ.นครศรีธรรมราช เกิดที่ อ.ปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและได้บวชเป็นสามเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบวชแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อที่วัดบวรฯ จนสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค หลังจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม และได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ จากหลายพระอาจารย์ เป็นเวลานานเกือบ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้ร่ำเรียนวิชานานที่สุด คือ หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จ.นครนายก ศึกษาเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อให้จิตใจสงบนิ่ง และหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆ ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแกร่ง วิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจึงเข้มขลัง จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง และได้ทำพิธีบูชาเพลิง ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี ท่านเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงแห่งนี้ต่อไป จึงได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่ย่านบางมด ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก จึงได้สร้าง "สำนักสงฆ์อาศรมบางมด" ถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป สำนักสงฆ์แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "วัดหลวงพ่อโอภาสี" มีผู้นับถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาสงเคราะห์ให้ตามที่เห็นสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่ง มีทั้งชาวบ้านชาวสวน รวมถึงคหบดี แม้แต่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน พร้อมทั้งร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านเป็นประจำ สำหรับเรื่องการบูชาเพลิงนั้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความสงสัย และเป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้ประสบกับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายสิ่งของมีค่าใดๆ ให้ท่าน หลังจากนั้นไม่นานการงานการค้าจะเจริญ เงินทองจะเพิ่มพูนขึ้นจนน่าแปลกใจ หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากราบไหว้สรีระของท่านอยู่เสมอๆ เพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ซึ่งมักจะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ วัตถุมงคล หลวงพ่อโอภาสี ได้สร้างแจกตั้งแต่สมัยที่มาอยู่ย่านบางมดใหม่ๆ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าร่วมรบในสงครามพอดี ในยุคแรกท่านจะทำผ้ายันต์ ผ้าประเจียด เหรียญสตางค์รู แจกให้ลูกศิษย์ มีผู้นำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์ต่างๆ เช่น คงกระพัน แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ จนมีผู้คนมาขอของท่านมากขึ้น ท่านจึงได้สร้าง พระปิดตาเนื้อตะกั่ว และ พระพิมพ์เนื้อผงผสมดิน ซึ่งล้วนได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คาถา “อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” นับเป็นคาถาที่ศิษย์หลวงพ่อโอภาสีทุกคนท่องจำจนขึ้นใจ สิ่งมงคลสักการะของวัดนี้มีจุดให้สักการะทำบุญเรียกได้ว่าครบวงจร จะไหว้พระ ทำบุญ สักการะองค์เทพต่างๆและบูรพกษัตริย์ ได้ตามความต้องการ สิ่งก่อสร้างงดงาม พระอุโบสถและศาลารายสวยงามมาก บรรยากาศภายในวัดสงบร่มรื่น การเดินทางมาวัดนี้ก็ง่ายมาก ถ้าท่านไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ให้โดยสารรถประจำทาง สาย 21,75,82,140,142,195,558, มาลงที่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 26 ที่ปากซอยจะมีรถสองแถวสีแดง สุดสายที่วัดหลวงพ่อโอภาสี (สายนี้ผ่านหน้าวัดโพธิทอง ด้วยนะครับ)
Chanthawat Boonprasertsri

Chanthawat Boonprasertsri

See more posts
See more posts