วัดโบราณขนาดใหญ่พอควร เดิมมีชื่อว่าวัดสามจีน สันนิษฐานว่าอาจเป็นพี่น้องชาวจีน 3 คนเป็นผู้สร้าง สร้างเมื่อปลายสมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาเจ้าพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ไม่ปรากฎหลักฐานว่าเป็นเจ้าพระยาโชฎึกฯท่านใด) เป็นผู้ดำเนินการบูรณะและก่อสร้างเพิ่มเติม วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนนามวัดใหม่เป็นวัดโชติการาม ตามราชทินนามของเจ้าพระยาโชฎึกฯ วัดตั้งอยู่สุดซอยวัดโชติการาม ลงจากสะพานพระราม 5 เลยแยกวัดสังฆทาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางไผ่พัฒนา เลี้ยวซ้ายซอยบางไผ่ 1 ไปไม่ลึก วัดอยู่ถัดจาก อบต.บางไผ่ เลี้ยวขวาหน้าวัดเข้าเขตโบราณสถาน จะเห็นด้านหลังพระอุโบสถ เป็นแบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันมีปูนปั้นเรื่องภูริทัตชาดก ท่ามกลางลายพฤกษาประดับเครื่องถ้วยจีน มีพาลัยเฉพาะด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกสู่คลอง เสาสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ หัวเสาไม่มีบัว ฐานโค้งสำเภาแบบสมัยอยุธยา ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง มีหลวงพ่อสุโขทัยพระปางมารวิชัยเป็นพระประธาน ข้างหน้ามีพระปางมารวิชัยขนาดรองตั้งบนฐานชุกชีสูง มีพระอัครสาวกยืนหันเข้า 2 องค์ ด้านหน้ามีพระพุทธชินราชจำลอง มีพระปางมารวิชัย และพระปางห้ามสมุทรทั้ง 2 ข้าง ใบเสมาตั้งอยู่บนฐานกลีบบัว 8 ทิศ ขวามือนอกกำแพงแก้วมีเจดีย์ย่อมุมไม้ยี่สิบทรงเครื่องขนาดใหญ่ ถัดไปเป็นพระวิหาร เป็นแบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ ตั้งขนานพระอุโบสถ เสาสี่เหลี่ยมเอนเข้าหากัน หัวเสามีบัวแวง ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง มีพระปางมารวิชัยเป็นพระประธาน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเทพชุมนุม และพระอดีตพุทธเจ้า ฝั่งตรงข้ามพระประธานเป็นภาพพุทธประวัติตอนชนะมาร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีเจดีย์ทรงปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ทิศ ด้านซ้ายมือของพระอุโบสถมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมพันมือกลางน้ำ ด้านหลังนอกกำแพงวัดมีทางเดินไปสะพานข้ามคลองเก่าอายุร่วมร้อยปี ด้านหลังพระอุโบสถเป็นลานสักการะหลวงปู่ทวด และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดือนก่อนผมได้มาไหว้พระ 9 วัดแถบบางกรวย วันนี้ผมมาไหว้พระต่อแถบบางไผ่ เริ่มจากวัดสังฆทาน วัดเขียน วัดศาลาลี วัดตึก นนทบุรี วัดค้างคาว วัดทองนาปรัง และวัดไทร ก่อนมาวัดโชติการาม...
Read moreวัดโชติการาม หรือเดิมชื่อวัดสามจีน เป็นวัดราษฎร์ที่ตั้งอยู่ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวปี พ.ศ. 2350 โดยมีชาวจีนพี่น้องสามคนเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง ต่อมาวัดได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาโชฎึกราชเศรษฐี จนเปลี่ยนชื่อเป็นวัดโชติการามตามราชทินนามของท่านวัดโชติการามมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะอุโบสถทรงวิลันดาซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สืบทอดมาจากสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดับหน้าบันด้วยปูนปั้นเล่าเรื่องชาดก และตกแต่งด้วยเครื่องถ้วยจีน ลวดลายพรรณพฤกษา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัยและพระพุทธรูปหลายองค์
พระอุโบสถของวัดโดดเด่นด้วยฐานอ่อนโค้งทรงสำเภา ไม่มีช่อฟ้าใบระกา โดยที่หน้าบันมีปูนปั้นเป็นภาพภูริทัตชาดกท่ามกลางลายปูนปั้นและเครื่องถ้วยชามลายคราม รวมทั้งซุ้มจระนำที่ประดับด้วยถ้วยชามอย่างวิจิตร วิหารทรงโรงก่ออิฐถือปูน 3 ห้อง ภายในมีพระประธานปางมารวิชัยที่ชื่อ "หลวงพ่อสุโขทัย" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปงดงามและศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นภาพพุทธประวัติตอนต่าง ๆ และประตูวิหารที่สลักลวดลายทวารบาลแบบจีนอันสวยงามนอกจากนั้นระหว่างอุโบสถกับวิหารมีเจดีย์ย่อมุมไม้ยี่สิบที่ประดับกระเบื้องสีเหลืองยอดเป็นบัวคลุม มีความแปลกตาและถือเป็นพระเจดีย์โบราณล้ำค่า วัดนี้ยังมีธรรมาสน์เก่าแก่ที่คาดว่าเป็นอายุกว่า 200 ปี ส่วนบรรยากาศรอบวัดเงียบสงบ...
Read moreวัดเก่าแก่ย่านนนทบุรี มีองค์ท้าวเวสสุวรรณหน้าทองคำกำไลทอง เป็นองค์ที่ 3 ของประเทศไทย และองค์แรกของจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ
พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถโบราณ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และการมีการบูรณะขึ้นใหม่ใน กรุงรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 โดยโดยชาวจีน 3 พี่น้องเป็นผู้บูรณะ ทำให้พระอุโบสถมีความประสงค์ผสานระหว่างศิลปะอยุธยา และศิลปะแบบจีนได้สวยงาม ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ พระพุทธรูปโบราณ
มีพระเจดีย์โบราณ องค์พระเจดีย์มีลักษณะทรงเครื่องย่อมุมไม้ 12 ที่มีความสวยงามโดดเด่นมากๆ ตั้งอยู่ระหว่างโบสถ์และพระวิหาร
พระวิหาร มีหลวงพ่อสุโขทัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปโบราณ และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ที่มีสีสัน...
Read more