HTML SitemapExplore

Wat Sri Mongkol Tai — Local services in Mukdahan Province

Name
Wat Sri Mongkol Tai
Description
Nearby attractions
Indochina Market Mukdahan
36 Samran Chai Khong Fang Tai Alley, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Nearby restaurants
Good Mook* Café & Restaurant, Thai & Western, Until 10 PM, Mukdahan Town
10, Song Nang Sathit Road, Tambon Mukdahan, Amphoe Mueang Mukdahan, Mukdahan, 49000, Thailand
คู่แฝด ต้นตำรับอาหารเวียดนาม Ku Fat Vietnam Food Restaurant
GPRJ+X4V, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
ครัวเวียดนาม
212 Pitak Santirat Alley, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Saigon Kitchen
Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Krua Anchan
853 Samran Chai Kong Nae, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Thai Kitchen & Ice Cream Jai Jai Mukdahan
125 ถ Pitak Santirat Alley, Tambon Si Bun Rueang, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Nong Ju's Porridge Shop for Many Breakfast Dishes, Mukdahan City, Until 2pm
77 Songnang Satit, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
ร้านอาหาร คุณจุ๋ม
Samran Chai Khong Fang Tai Alley, Si Bun Rueang, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Wirin JeawHawn @Mukdahan
8 1 Cha Phuban Alley, ตำบล ในเมือง Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Linly Coffee
GPRF+G9W, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Nearby local services
Hor Chao Mae Song Nang Phi Nong
GPVJ+PHG, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Wat Yot Kaeo Siwichai
18 Thaiyanon, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Wat Si Sumang Wanaram
GPQJ+7X9, Si Bun Rueang, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Nearby hotels
Submukda Grand Hotel
Samut Sakdarak Rd, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Riverfront Hotel
Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
เอส.ซี. เรสซิเดนซ์
10 Anurak 1 Alley, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Good view pool villa mukdahan
GPXJ+W27, Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
Ploy Palace Hotel
Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
River City Hotel Mukdahan
28 ถ มุกดาหาร ดอนตาล ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร Mukdahan, Thailand
Related posts
Keywords
Wat Sri Mongkol Tai tourism.Wat Sri Mongkol Tai hotels.Wat Sri Mongkol Tai bed and breakfast. flights to Wat Sri Mongkol Tai.Wat Sri Mongkol Tai attractions.Wat Sri Mongkol Tai restaurants.Wat Sri Mongkol Tai local services.Wat Sri Mongkol Tai travel.Wat Sri Mongkol Tai travel guide.Wat Sri Mongkol Tai travel blog.Wat Sri Mongkol Tai pictures.Wat Sri Mongkol Tai photos.Wat Sri Mongkol Tai travel tips.Wat Sri Mongkol Tai maps.Wat Sri Mongkol Tai things to do.
Wat Sri Mongkol Tai things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Sri Mongkol Tai
ThailandMukdahan ProvinceWat Sri Mongkol Tai

Basic Info

Wat Sri Mongkol Tai

GPVJ+HF3 ตำบลในเมือง Mueang Mukdahan District, Mukdahan 49000, Thailand
4.5(166)
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
Scenic
attractions: Indochina Market Mukdahan, restaurants: Good Mook* Café & Restaurant, Thai & Western, Until 10 PM, Mukdahan Town, คู่แฝด ต้นตำรับอาหารเวียดนาม Ku Fat Vietnam Food Restaurant, ครัวเวียดนาม, Saigon Kitchen, Krua Anchan, Thai Kitchen & Ice Cream Jai Jai Mukdahan, Nong Ju's Porridge Shop for Many Breakfast Dishes, Mukdahan City, Until 2pm, ร้านอาหาร คุณจุ๋ม, Wirin JeawHawn @Mukdahan, Linly Coffee, local businesses: Hor Chao Mae Song Nang Phi Nong, Wat Yot Kaeo Siwichai, Wat Si Sumang Wanaram
logoLearn more insights from Wanderboat AI.

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Mukdahan Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Mukdahan Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Mukdahan Province
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Nearby attractions of Wat Sri Mongkol Tai

Indochina Market Mukdahan

Indochina Market Mukdahan

Indochina Market Mukdahan

4.1

(2.1K)

Closed
Click for details

Nearby restaurants of Wat Sri Mongkol Tai

Good Mook* Café & Restaurant, Thai & Western, Until 10 PM, Mukdahan Town

คู่แฝด ต้นตำรับอาหารเวียดนาม Ku Fat Vietnam Food Restaurant

ครัวเวียดนาม

Saigon Kitchen

Krua Anchan

Thai Kitchen & Ice Cream Jai Jai Mukdahan

Nong Ju's Porridge Shop for Many Breakfast Dishes, Mukdahan City, Until 2pm

ร้านอาหาร คุณจุ๋ม

Wirin JeawHawn @Mukdahan

Linly Coffee

Good Mook* Café & Restaurant, Thai & Western, Until 10 PM, Mukdahan Town

Good Mook* Café & Restaurant, Thai & Western, Until 10 PM, Mukdahan Town

4.4

(157)

Open until 12:00 AM
Click for details
คู่แฝด ต้นตำรับอาหารเวียดนาม Ku Fat Vietnam Food Restaurant

คู่แฝด ต้นตำรับอาหารเวียดนาม Ku Fat Vietnam Food Restaurant

4.0

(51)

Closed
Click for details
ครัวเวียดนาม

ครัวเวียดนาม

4.2

(165)

Closed
Click for details
Saigon Kitchen

Saigon Kitchen

4.1

(121)

Closed
Click for details

Nearby local services of Wat Sri Mongkol Tai

Hor Chao Mae Song Nang Phi Nong

Wat Yot Kaeo Siwichai

Wat Si Sumang Wanaram

Hor Chao Mae Song Nang Phi Nong

Hor Chao Mae Song Nang Phi Nong

4.7

(25)

Click for details
Wat Yot Kaeo Siwichai

Wat Yot Kaeo Siwichai

4.2

(43)

Click for details
Wat Si Sumang Wanaram

Wat Si Sumang Wanaram

4.2

(55)

Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Reviews of Wat Sri Mongkol Tai

4.5
(166)
avatar
5.0
1y

เป็นวัดที่สวยและมีพระพุทธรูปที่โคตรสวยเลยครับ ใครผ่านมาแถวนี้แวะเถอะครับ สวยจริง ไปมาวันที่ 14/3/67 ส่วนประวัติวัดตามนี้ครับ

วัดศรีมงคลใต้ สถานที่ตั้ง ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหารมาตั้งแต่อดีต มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามานานนับหลายชั่วอายุคนจนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ หลังจากที่เจ้าจันทรสุริยวงค์ เจ้าเมืองโพนสิม (คันธบุรี บริเวณพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาวในปัจจุบัน) ถึงแก่กรรมแล้ว ท้าวกินรีได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาและได้อพยพผู้คนจากบ้านโพนสิมเพื่อมาตั้งเมืองใหม่ วันหนึ่งพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากมุก (บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน) ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่บริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงนำไปเล่าให้เท้ากินรีฟังเมื่อท้าวกินรีตรวจก็เห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่ท้าวกินรีกำลังควบคุมบ่าวไพร่ถางป่าใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม และอีกองค์เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ท้ากินรีจึงสร้างวิหารครอบพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้วตั้งชื่อว่า “วัดศรีมงคล” เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดศรีมงคลใต้) พระพุทธรูปองค์เล็กค่อย ๆจมลงในดินจนในที่สุดเหลือแต่ยอดพระเกตุมาลา ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวาย

ประวัติและความเป็นมา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ภายในอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และ ยนามว่า “พระหลุบเหล็ก” ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังคงประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ และต่อมามีผู้ถวายนามว่า พระเจ้าองค์หลวง ความสำคัญต่อชุมชน เป็นวัดสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวงนี้เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและเป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธานุภาพ คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง จึงเป็นศูนย์กลางการทำพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ประชาชนจะเวียนเทียนรอบอุโบสถ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ลักษณะโบสถ์หรือสิมเป็นแบบอีสาน ก่ออิฐถือปูนทรงเตี้ยแจ้ หลังคา ๒ ชั้น ประกอบด้วย ช่อฟ้า (โหง่) หางหงส์ ใบระกา ใช้สีฉูดฉาดตกแต่งให้สวยงาม เป็นสิมโถงก่อผนังยกพื้นสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีประตู หน้าต่าง มีชานมุขยื่นออกมาด้านหน้าโบสถ์ มีบันไดขึ้นด้านข้าง ๒ ข้าง ลักษณะเด่นของสิม คือ ประตู เข้าเป็นลายปูนปั้น ประดับลวดลายศิลปะอีสาน ส่วนยอดของลายปูนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์กับนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าคนอีสานกับคนกรุงเทพมหานคร (พระอาทิตย์ หมายถึง คนกรุงเทพ นาค หมายถึง คนอีสาน) เส้นทางเข้าสู่วัดศรีมงคลใต้ ไปตามถนนข้างโรงพยาบาลมุกดาหาร ผ่านหน้าศาลากลางไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง...

   Read more
avatar
5.0
2y

กราบพระเจ้าองค์หลวงพระพุทธรูปโบราณ ทำบุญถวายปัจจัยบำรุงวัด ทำบุญค่าน้ำค่าไฟ สาธุสาธุสาธุ พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหล็กได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ...

   Read more
avatar
5.0
6y

พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหลกได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next

Posts

Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
เป็นวัดที่สวยและมีพระพุทธรูปที่โคตรสวยเลยครับ ใครผ่านมาแถวนี้แวะเถอะครับ สวยจริง ไปมาวันที่ 14/3/67 ส่วนประวัติวัดตามนี้ครับ วัดศรีมงคลใต้ สถานที่ตั้ง ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหารมาตั้งแต่อดีต มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามานานนับหลายชั่วอายุคนจนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ หลังจากที่เจ้าจันทรสุริยวงค์ เจ้าเมืองโพนสิม (คันธบุรี บริเวณพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาวในปัจจุบัน) ถึงแก่กรรมแล้ว ท้าวกินรีได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาและได้อพยพผู้คนจากบ้านโพนสิมเพื่อมาตั้งเมืองใหม่ วันหนึ่งพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากมุก (บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน) ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่บริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงนำไปเล่าให้เท้ากินรีฟังเมื่อท้าวกินรีตรวจก็เห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่ท้าวกินรีกำลังควบคุมบ่าวไพร่ถางป่าใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม และอีกองค์เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ท้ากินรีจึงสร้างวิหารครอบพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้วตั้งชื่อว่า “วัดศรีมงคล” เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดศรีมงคลใต้) พระพุทธรูปองค์เล็กค่อย ๆจมลงในดินจนในที่สุดเหลือแต่ยอดพระเกตุมาลา ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวาย ประวัติและความเป็นมา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ภายในอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และ ยนามว่า “พระหลุบเหล็ก” ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังคงประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ และต่อมามีผู้ถวายนามว่า พระเจ้าองค์หลวง ความสำคัญต่อชุมชน เป็นวัดสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวงนี้เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและเป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธานุภาพ คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง จึงเป็นศูนย์กลางการทำพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ประชาชนจะเวียนเทียนรอบอุโบสถ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ลักษณะโบสถ์หรือสิมเป็นแบบอีสาน ก่ออิฐถือปูนทรงเตี้ยแจ้ หลังคา ๒ ชั้น ประกอบด้วย ช่อฟ้า (โหง่) หางหงส์ ใบระกา ใช้สีฉูดฉาดตกแต่งให้สวยงาม เป็นสิมโถงก่อผนังยกพื้นสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีประตู หน้าต่าง มีชานมุขยื่นออกมาด้านหน้าโบสถ์ มีบันไดขึ้นด้านข้าง ๒ ข้าง ลักษณะเด่นของสิม คือ ประตู เข้าเป็นลายปูนปั้น ประดับลวดลายศิลปะอีสาน ส่วนยอดของลายปูนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์กับนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าคนอีสานกับคนกรุงเทพมหานคร (พระอาทิตย์ หมายถึง คนกรุงเทพ นาค หมายถึง คนอีสาน) เส้นทางเข้าสู่วัดศรีมงคลใต้ ไปตามถนนข้างโรงพยาบาลมุกดาหาร ผ่านหน้าศาลากลางไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง วัดศรีมงคลใต้จะอยู่ตรงข้ามกับด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร
Bootsayamas RungrasriBootsayamas Rungrasri
กราบพระเจ้าองค์หลวงพระพุทธรูปโบราณ ทำบุญถวายปัจจัยบำรุงวัด ทำบุญค่าน้ำค่าไฟ สาธุสาธุสาธุ พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหล็กได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ ความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาในทางที่ดีงาม
ธนวัฒน์ นุชสายสวาทธนวัฒน์ นุชสายสวาท
พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหลกได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ ความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาในทางที่ดีงาม
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Mukdahan Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

เป็นวัดที่สวยและมีพระพุทธรูปที่โคตรสวยเลยครับ ใครผ่านมาแถวนี้แวะเถอะครับ สวยจริง ไปมาวันที่ 14/3/67 ส่วนประวัติวัดตามนี้ครับ วัดศรีมงคลใต้ สถานที่ตั้ง ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหารมาตั้งแต่อดีต มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามานานนับหลายชั่วอายุคนจนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ หลังจากที่เจ้าจันทรสุริยวงค์ เจ้าเมืองโพนสิม (คันธบุรี บริเวณพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาวในปัจจุบัน) ถึงแก่กรรมแล้ว ท้าวกินรีได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาและได้อพยพผู้คนจากบ้านโพนสิมเพื่อมาตั้งเมืองใหม่ วันหนึ่งพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากมุก (บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน) ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่บริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงนำไปเล่าให้เท้ากินรีฟังเมื่อท้าวกินรีตรวจก็เห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่ท้าวกินรีกำลังควบคุมบ่าวไพร่ถางป่าใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม และอีกองค์เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ท้ากินรีจึงสร้างวิหารครอบพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้วตั้งชื่อว่า “วัดศรีมงคล” เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดศรีมงคลใต้) พระพุทธรูปองค์เล็กค่อย ๆจมลงในดินจนในที่สุดเหลือแต่ยอดพระเกตุมาลา ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวาย ประวัติและความเป็นมา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ภายในอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และ ยนามว่า “พระหลุบเหล็ก” ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังคงประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ และต่อมามีผู้ถวายนามว่า พระเจ้าองค์หลวง ความสำคัญต่อชุมชน เป็นวัดสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวงนี้เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและเป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธานุภาพ คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง จึงเป็นศูนย์กลางการทำพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ประชาชนจะเวียนเทียนรอบอุโบสถ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ลักษณะโบสถ์หรือสิมเป็นแบบอีสาน ก่ออิฐถือปูนทรงเตี้ยแจ้ หลังคา ๒ ชั้น ประกอบด้วย ช่อฟ้า (โหง่) หางหงส์ ใบระกา ใช้สีฉูดฉาดตกแต่งให้สวยงาม เป็นสิมโถงก่อผนังยกพื้นสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีประตู หน้าต่าง มีชานมุขยื่นออกมาด้านหน้าโบสถ์ มีบันไดขึ้นด้านข้าง ๒ ข้าง ลักษณะเด่นของสิม คือ ประตู เข้าเป็นลายปูนปั้น ประดับลวดลายศิลปะอีสาน ส่วนยอดของลายปูนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์กับนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าคนอีสานกับคนกรุงเทพมหานคร (พระอาทิตย์ หมายถึง คนกรุงเทพ นาค หมายถึง คนอีสาน) เส้นทางเข้าสู่วัดศรีมงคลใต้ ไปตามถนนข้างโรงพยาบาลมุกดาหาร ผ่านหน้าศาลากลางไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง วัดศรีมงคลใต้จะอยู่ตรงข้ามกับด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Mukdahan Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
กราบพระเจ้าองค์หลวงพระพุทธรูปโบราณ ทำบุญถวายปัจจัยบำรุงวัด ทำบุญค่าน้ำค่าไฟ สาธุสาธุสาธุ พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหล็กได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ ความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาในทางที่ดีงาม
Bootsayamas Rungrasri

Bootsayamas Rungrasri

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Mukdahan Province

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหลกได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ ความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาในทางที่ดีงาม
ธนวัฒน์ นุชสายสวาท

ธนวัฒน์ นุชสายสวาท

See more posts
See more posts