เป็นวัดที่สวยและมีพระพุทธรูปที่โคตรสวยเลยครับ ใครผ่านมาแถวนี้แวะเถอะครับ สวยจริง ไปมาวันที่ 14/3/67 ส่วนประวัติวัดตามนี้ครับ
วัดศรีมงคลใต้ สถานที่ตั้ง ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหารมาตั้งแต่อดีต มีประชาชนเลื่อมใสศรัทธามานานนับหลายชั่วอายุคนจนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาจนถึงปัจจุบัน มีเรื่องเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ หลังจากที่เจ้าจันทรสุริยวงค์ เจ้าเมืองโพนสิม (คันธบุรี บริเวณพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาวในปัจจุบัน) ถึงแก่กรรมแล้ว ท้าวกินรีได้เป็นเจ้าเมืองสืบต่อมาและได้อพยพผู้คนจากบ้านโพนสิมเพื่อมาตั้งเมืองใหม่ วันหนึ่งพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากมุก (บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน) ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่บริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงนำไปเล่าให้เท้ากินรีฟังเมื่อท้าวกินรีตรวจก็เห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่ท้าวกินรีกำลังควบคุมบ่าวไพร่ถางป่าใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม และอีกองค์เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ท้ากินรีจึงสร้างวิหารครอบพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้วตั้งชื่อว่า “วัดศรีมงคล” เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดศรีมงคลใต้) พระพุทธรูปองค์เล็กค่อย ๆจมลงในดินจนในที่สุดเหลือแต่ยอดพระเกตุมาลา ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวาย
ประวัติและความเป็นมา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ภายในอุโบสถประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และ ยนามว่า “พระหลุบเหล็ก” ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังคงประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ และต่อมามีผู้ถวายนามว่า พระเจ้าองค์หลวง ความสำคัญต่อชุมชน เป็นวัดสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวงนี้เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและเป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธานุภาพ คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง จึงเป็นศูนย์กลางการทำพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ประชาชนจะเวียนเทียนรอบอุโบสถ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ลักษณะโบสถ์หรือสิมเป็นแบบอีสาน ก่ออิฐถือปูนทรงเตี้ยแจ้ หลังคา ๒ ชั้น ประกอบด้วย ช่อฟ้า (โหง่) หางหงส์ ใบระกา ใช้สีฉูดฉาดตกแต่งให้สวยงาม เป็นสิมโถงก่อผนังยกพื้นสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร มีประตู หน้าต่าง มีชานมุขยื่นออกมาด้านหน้าโบสถ์ มีบันไดขึ้นด้านข้าง ๒ ข้าง ลักษณะเด่นของสิม คือ ประตู เข้าเป็นลายปูนปั้น ประดับลวดลายศิลปะอีสาน ส่วนยอดของลายปูนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์กับนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าคนอีสานกับคนกรุงเทพมหานคร (พระอาทิตย์ หมายถึง คนกรุงเทพ นาค หมายถึง คนอีสาน) เส้นทางเข้าสู่วัดศรีมงคลใต้ ไปตามถนนข้างโรงพยาบาลมุกดาหาร ผ่านหน้าศาลากลางไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง...
Read moreกราบพระเจ้าองค์หลวงพระพุทธรูปโบราณ ทำบุญถวายปัจจัยบำรุงวัด ทำบุญค่าน้ำค่าไฟ สาธุสาธุสาธุ พระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหล็กได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ...
Read moreพระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พระเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุก่ออิฐถือปูน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒.๒ เมตรสูง ๒ เมตร ศิลปะล้านช้าง นับเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดมุกดาหาร ตามประวัติมีว่าในปลาย สมัยกรุงศรีอยุธยา "เจ้ากินรี" เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ พระเจ้าองค์หลวง มองภายนอกเหมือนสร้างด้วยอิฐถือปูน มีผู้เล่าต่อกันมาว่า องค์พระภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดศรีมงคลใต้ ถนนสำราญชายโขงใต้ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติการสร้างและการได้มา ปรากฏตามตำนานเมืองมุกดาหารได้บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เจ้ากินรี (เจ้าเมืองโพนสิม)เป็นบุตรชายของเจ้าจันทรสุริยวงศ์ (ปัจจุบันเป็นบริเวณพระธาตุอิงฮัง เมืองคันธะบุรี แขวงสุวรรณเขต (สะหวันนะเขต) ได้อพยพผู้คนจากเมืองโพนสิม เพื่อจะแสวงหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ วันหนึ่งนายพรานจากเมืองโพนสิม ได้ข้ามแม่น้ำโขงมาล่าสัตว์ตรงปากห้วยมุก ได้พบต้นตาลต้นหนึ่งมี ๗ ยอด และกองอิฐปรักหักพังอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นบ้านเมืองในสมัยโบราณมาก่อน นายพรานจึงไปเล่าให้เจ้ากินรีฟัง เมื่อเจ้ากินรีมาตรวจ ดูเห็นว่ามีทำเลเหมาะสมที่จะตั้งบ้านเมือง จึงได้ชักชวนพรรคพวกมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ ขณะที่เจ้ากินรีกำลังคุมบ่าวไพร่หักร้างถางพงอยู่ใกล้ต้นตาล ๗ ยอด ก็ได้พบพระพุทธรูป ๒ องค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนมีลักษณะสง่างาม สูง ๒ เมตร องค์เล็กเป็น พระพุทธรูปหล่อด้วยเหล็กอย่างดีอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ๒ ต้น เจ้ากินรีจึงได้พากันสร้างวิหารขึ้นครอบ พระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ แล้วตั้งชื่อว่า"วัดศรีมงคล” เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมือง ปรากฏมีอภินิหารเกิดขึ้นถึงสองครั้ง คอพระเหลกได้เสด็จมาอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ตรงจุดเดิม จึงอัญเชิญกลับ พระวิหาร ต่อมาพระเหล็ก องค์นั้นก็เสด็จหนีมาอยู่ตรงจุดเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้ฝังองค์จมลงในดินเหลือแต่เพียงพระเกศ ท้าวกินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้นและถวายนามว่า "พระหลุบเหล็ก” ต่อมาน้ำท่วมบริเวณนั้น พระเหล็กจึงได้จมน้ำหายไป ส่วนพระพุทธรูปองค์ ใหญ่คงประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร วัดศรีมงคลใต้ และต่อมา ชาวเมืองมุกดาหารได้ถวายนามว่า "พระเจ้าองค์หลวง” เมืองมุกดาหารสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ ตั้งชื่อเมืองตามสถานที่ว่า "มุกดาหาร" สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามัณฑาตุราชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร พ.ศ. ๒๓๒๑ พระเจ้าองค์หลวง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวมุกดาหารและชาวพุทธศาสนิกชนทั่วไป เป็นที่เลื่องลือทั้งในด้านความศักดิ์สิทธิ์และพุทธานุภาพ คุ้มครองให้ผู้สักการบูชา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ตลอดจนช่วยดลบันดาลให้ได้รับ...
Read more