😃😃😃😃😃😃😃😃😃 เป็นเวลา. หกเดือนเต็ม....ที่จิตรใจผมล่องลอยตามสายลม....ถ้าบอกว่าเป็นเจ้าไม่มีศาล.....ก็ไม่ผิด.....หรือ...คนบางคนใช้คำพูดว่า....ไปที่ชอบ...ที่ชอบนะ....ความหมายนี้บอกอะไรกัน...เป็นคำสั่ง....หรือ...คำขอร้อง....จากผู้บอกกล่าว....ผมในฐานะเป็นเจ้าไม่มีศาล....จะทำอย่างไรดี.......กายเนื้อหรืออีกอย่างคือกายทวาร....ยังประสพ..พบกับคำพูดแบบนี้ด้วยหรือ....ค่าตัวเราวัดจากอะไรกัน...วัดจากอาชีพที่ทำหรือ....วัดจากเครื่องประดับรอบกายเราหรือ....วัดจากอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่นที่เรามาพบ....ผมเดินผ่านตลาด....มีผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านผมไป....แล้วเขาก็หยุดแล้วตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังว่า...กูมีแต่ตัวกับหัวใจแล้ว....ผมฟังเขาพูดใจผมนี่มันรับรู้ในทันที....มันคล้ายกับผมที่บอกว่าผมมีตัวกับบทสวดมนต์....เท่านั้น.....มันแปลกจริงๆ.....หรือ...มันเป็นกรรมที่สร้างมาไม่ดี....หรือพูดได้ว่า....กรรมบันดาลผล....ความหมายนี้เป็นได้หลายอย่าง...เป็นทั้งกุศลกรรม....เป็นทั้งอกุศลกรรม....เหตุของกรรมทวารก็มีหยาบๆ...สามอย่าง....คือกรรมที่ทำ....ทางกาย 1....ทางวาจา 1.....ทางใจ 1...กรรมทางกายเราทำอะไรได้...มีฆ่าสัตว์...มีขโมย...มีกามประเพณี.. กรรมทางวาจาเราทำอะไรได้บ้าง..มีกล่าวคำเท็จ...มีกล่าวคำส่อเสียด...มีกล่าวคำหยาบ..มีกล่าวคำเพ้อเจ้อ...ส่วนกรรมทางใจละทำอะไรได้บ้าง...อันนี้ยากสักนิด....มีความโลภ...ความโกรธ....สุดท้ายความเห็นผิด..ทั้งหมดที่กล่าวมานี้..รวมกันมี 10 ประการ....ผมเองก็ยัง...งง.....ค่าตัวผม...เริ่มต้นที่...35....ครับ....
กรรมบันดาลผล เป็นได้ทั้งกุศลกรรม เป็นได้ทั้งอกุศลกรรม....ผมขอพูดถึงฝ่ายกุศลกรรมมันเป็นกรรมฝ่ายกุศลซึ่งว่าโดยอำนาจแห่งกรรมทวารคือเหตุที่ให้เกิดการกระทำ..,เรียกกันตามหลัก..,กามาวจรกุศลกรรม ซึ่งว่าโดยวัตถุอันเป็นบุญกิริยา...คือความดีงามที่ควรทำเพราะเป็นเหตุยังผลดีให้เกิดขึ้น...คือบุคคลใดเป็นคนมีสันดานดีคือมีจิตใจเป็นบุญเป็นกุศลก็จะได้รับผลอันประเสริฐแห่งชีวิตของตนทั้งโลกนี้และโลกหน้ากรรมนั้นย่อมชักพาให้ไปถือปฏิสนธิใน...กามสุคติภูมิทั้ง 7 ภูมิทันที...ถ้าพูดตามประสาชาวบ้านก็คือตายจากโลกนี้และไปปฏิสนธิขึ้นในโลกหน้าความหมายง่ายๆก็คือ ตาย และไปเกิดใหม่....การเกิดใหม่นี้ขอพูดถึงภูมิ ฝ่ายกุศลกรรม...คือ......1 มนุสสภูมิ คือกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกตามเดิม 2 จาตุมหาราชิกา ภูมิ คือ เสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ.สวรรค์เมืองฟ้า 3 ตาวติงสา ภูมิ คือเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ.สวรรค์เมืองฟ้า 4 ยามา ภูมิ คือเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ.สวรรค์เมืองฟ้า 5 ตุสิตา ภูมิ คือเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ.สวรรค์เมืองฟ้า 6 นิมมานรดี ภูมิ คือเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ. สวรรค์เมืองฟ้า 7 ปรนิมมิตวสวัตตี ภูมิ คือเสวยทิพย์สมบัติเป็นสุขอยู่ ณ.สวรรค์บนฟ้า
ส่วนกรรมบันดาลผล ที่เป็นส่วนอกุศลกรรมอันเป็นกรรมฝ่ายบาป คือให้ผลเป็นความทุกข์ความเดือดร้อนแก่คนผู้เป็นเจ้าของกรรมนั้น อันที่ผมกล่าวหยาบๆ 3 อย่างคือทางกาย 1 ทางวาจา 1ทางใจ 1 ซึ่งรวมกันทั้งหมดมี 10 ประการ เรียกว่า อกุศลกรรมหรือ อกุศลกรรมบถ...ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเจ้าของกรรมสิ้นชีวิตหรือตายลงอกุศลกรรมย่อมชักพาไปให้ไปเกิด..ในยังภพภูมิต่างๆดังนี้ 1 ไปเกิดใน ติรัจฉาน ภูมิ เป็น สัตว์ 2 ไปเกิดใน เปตติวิสย ภูมิ เป็น เปรต 3 ไปเกิดใน อสูรกาย ภูมิ คือ อบายภูมิโลกอสุรกาย คือสัตว์นรกมีแต่ความโหดร้าย 4 ไปเกิดใน นิรย ภูมิ คือโลกนรกที่มีน้ำหนักมากที่สุด หรือ คือ มหานรก...ซึ่งมี 8 ขุมด้วยกัน
หมายเหตุ....อบายภูมิ มี 4 ภูมิ ด้วยกันคือ....
1 นิรยภูมิ = โลกนรก 2 เปตติวิสยภูมิ = โลกเปรต 3 อสุรกายภูมิ = โลกอสูรกาย 4 ติรัจฉานภูมิ = โลกเดียรฉาน
คำว่า อบาย ตรงกับคำว่า เดียรฉาน คำว่า ทุคติ ตรงกับคำว่า เปรต คำว่า วินิบาต ตรงกับคำว่า อสูรกาย คำว่า นรก ...
Read moreวัดโบราณขนาดไม่ใหญ่ มีหลวงพ่อใหญ่อายุกว่า 700 ปี สร้างโดยพระยาเสนาและพระยาทรงศรีมหาธรรมราชา สร้างขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 สันนิษฐานว่าอาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมบริเวณนี้เคยเป็นทางเดินทัพของทหาร จากบ้านบางกอกสู่กรุงศรีอยุธยา เนื่องจากบริเวณแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไทรจำนวนมาก ประกอบกับอยู่ริมแม่น้ำ จึงทำให้เหมาะสำหรับพักม้าและทหาร ป่าแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า ป่าไทรพักม้า ต่อมาเมื่อมีผู้คนมาตั้งบ้านเรือนในพื้นที่บริเวณนี้ จึงถูกเรียกชื่อใหม่ว่าตำบลไทรม้ามาจนทุกวันนี้ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อ พ.ศ.2508 และได้บูรณะอุโบสถหลังเก่าในปี พ.ศ.2541 วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี สุดซอยไทรม้า 14 (แยกจากซอยไทรม้า 13) ถนนรัตนาธิเบศร์ เมื่อถึงวัดจะเห็นพระอุโบสถหลังใหม่ แบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันมีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำ เสาย่อมุมไม้สิบสอง หัวเสามีบัวแวง ประตูและหน้าต่างมีซุ้มปราสาท ไม่ได้เปิดให้เข้า ระหว่างประตูหน้ามีพระปางลีลา ใบเสมาอยู่ในซุ้มจตุรมุข 8 ทิศ ด้านหน้านอกกำแพงแก้วเป็นพระวิหาร (พระอุโบสถหลังเดิม) แบบขนบเดิม ผ่านการบูรณะเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 ไม่มีช่อฟ้า มีใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำ เสากลม หัวเสามีบัวแวง มีพระศรีเดโชชัย (หลวงพ่อใหญ่) พระปางสมาธิหินทรายแดงศิลปะอู่ทอง ตำนานเล่าว่าลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยเดียวกันกับหลวงพ่อโสธร ผ่านมาหลายต่อหลายวัด แต่ก็ไม่มีวัดใดสามารถอัญเชิญขึ้นจากน้ำได้ จนกระทั่งมาลอยหยุดทวนกระแสน้ำที่ท่าน้ำหน้าวัดไทรม้าใต้ ชาวบ้านได้เกณฑ์ผู้คนมาช่วยกันก็ไม่สามารถนำขึ้นจากน้ำ จนเมื่อหลวงปู่อินทร์เทวดาเจ้าอาวาสวัดสมัยนั้นได้ทำพิธีบวงสรวง จึงอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดได้ มีพระอัครสาวกยืน 2 ข้าง มีพระปางสมาธิขนาดรองล้อมรอบหันออกสี่ทิศ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยเรื่องพุทธประวัติ ด้านหน้าพระวิหารมีพระปางมารวิชัยเป็นพระประธาน มีพระพุทธชินราชจำลอง 2 ข้าง ข้างหน้ามีหลวงพ่อโสธร และหลวงพ่อใหญ่องค์จำลองให้ปิดทอง ข้างซ้ายมีรูปหล่อหลวงปู่ศุขและหลวงพ่อโต ข้างขวามีรูปหล่อหลวงปู่ทวดและหลวงพ่อเงิน ด้านขวาบริเวณริมน้ำมีวิหารขนาดเล็ก มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันมีรูปเทพพนม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำ มีพระปางมารวิชัยเป็นพระประธาน มีรูปหล่อหลวงปู่อินทร์เทวดา และหลวงปู่ศุข ถัดไปมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงม้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำ บริเวณริมแม่น้ำมีศาลาท่าน้ำเป็นที่ปล่อยปลา เมื่อเดือนก่อนผมได้มาไหว้พระ 9 วัดแถบบางกร่าง วันนี้ผมมาไหว้พระต่อแถบไทรม้า เริ่มจากวัดไทรม้าเหนือ ก่อนเดินต่อมาวัดไทรม้าใต้...
Read moreวัดไทรม้าใต้ ตั้งอยู่เลขที่ 88 หมู่ที่ 4 ซอยไทรม้า ซอย 14 (แยกซอยไทรม้า ซอย 13) ถนนบ้านไทรม้า ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000 วัดไทรม้าใต้ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในหมู่ที่ 4 บ้านไทรม้าเหนือ ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นที่ธรณีสงฆ์ พื้นที่จำนวน 3 ไร่ 90 ตารางวา ปัจจุบันพระครูภัทรกิจวิสาล (ประวัติ ปริชาโน) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดไทรม้าใต้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2332 โดยพระยาเสนาและพระยาทรงศรีมหาธรรมราชาสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ต่อมาได้มีการพัฒนาจนเจริญมั่นคงและได้บูรณะอุโบสถหลังเก่าในปี พ.ศ. 2540 วัดได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2508
อาคารเสนาสนะได้แก่ อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513 ในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ หลวงพ่อใหญ่ มีอายุกว่า 700 ปี ตามตำนานเล่าว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยทวนน้ำมาและพุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน[2] ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงจัตุรมุขชั้นครึ่ง หอสวดมนต์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2518 เป็นอาคารไม้คอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น วิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2456 ภายในมีพระพุทธรูปเรียกว่า พระศรีเดโชชัย (หลวงพ่อใหญ่) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ และมีพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร ศาลาอเนกประสงค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2520 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 ชั้น กุฏิสงฆ์...
Read more