มากราบหลวงปู่ช่วง จันทโชโต ( พระครูนนทวุฒาจารย์ ) วันที่ 3/12/66 วัดติดกับเรือนจำ ส่วนประวัติหลวงปู่ช่วงคือ
ประวัติหลวงปู่ช่วง วัดบางแพรกเหนือ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2404 ที่บ้านในคลองบางบัวทอง ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โยมบิดาชื่อสิงห์โต โยมมารดาชื่อเฟี้ยม นามสกุล เพ็งแจ่ม เมื่อท่านอายุได้ 9 ขวบ บิดามารดาได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือกับพระที่วัดขวิด (วัดแสงสิริธรรม) ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในละแวกบ้านของท่าน ต่อมาเมื่ออายุได้ 12 ปี ท่านก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดเขมาภิรตาราม โดยมีพระเขมาภิมุขธรรม เป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุได้ 19 ปี ท่านก็ลาสิกขามาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ พอปี พ.ศ.2424 ท่านจึงได้อุปสมบท ที่วัดบางแพรกใต้ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของโยมบิดาของท่าน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2424 โดยมีพระอธิการทับ วัดนครอินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการศรี วัดบางแพรกใต้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เสือ วัดนครอินทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "จันทโชโต" เมื่อท่านได้อุปสมบทแล้วท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบางแพรกใต้ ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย และวิปัสสนากรรมฐานกับพระอุปัชฌาย์ และพระคู่สวดของท่านทั้ง 3 รูป อีกทั้งทางด้านพุทธาคมต่างๆ ซึ่งท่านทั้ง 3 รูปนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนั้น นอกจากนี้ท่านก็ยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ ศึกษาวิทยาคมกับหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ซึ่งเรียนวิชาโสฬสมงคลและไตรสรณาคมน์ เรียนวิชาทำผ้าประเจียดและธงแดงจากพระธรรมานุสรี(สว่าง) วัดเทียนถวาย เรียนวิชาทำผงวิเศษห้าประการจากพระครูนิโรธมุนี วัดตำหนักเหนือ เรียนทางคงกระพันชาตรีกับหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน ในปี พ.ศ.2435 พระอาจารย์ศรี เจ้าอาวาสวัดบางแพรกใต้มรณภาพ ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบ ต่อแทน ต่อมาในปี พ.ศ.2450 หลวงปู่ช่วง วัดบางแพรกเหนือ ท่านก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พอปี พ.ศ.2453 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลสวนใหญ่ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มี ศีลาจารวัตรงดงาม เคร่งครัดในระเบียบวินัย และมีเมตตาธรรมสูง หลวงปู่ช่วงท่านจึงมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย หลวงปู่ช่วง ท่านได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมาย เช่น พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิหอระฆัง เป็นต้น ทั้งเอาใจใส่บูรณปฏิสังขรณ์ตลอดมา จึงทำให้วัดบางแพรกใต้คืนสภาพจากความเสื่อมโทรมจนเจริญขึ้นเท่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ท่านเป็นพระอุปัชฌายะ บวชคนมาตั้งแต่บิดาจนถึงบุตรหลาน เหลน นับอยู่ในเกณฑ์ยาวถึง 3-4 ชั้น แม้ในยามที่ท่านชราภาพ ท่านก็สงเคราะห์คนอื่นตลอดมา ใครไปหาไม่มีผิดหวังต้องการอะไรให้ทันที ในเทศกาลออกพรรษาจะมีลูกศิษย์ของท่านมาให้ท่านช่วยลงกระหม่อมมาก ท่านจะใช้ดินสอพองที่ท่านได้ทำไว้มาลงให้ เรื่องวัตถุมงคลของท่านก็มีผ้าประเจียด เสื้อยันต์ ตะกรุดพิสมร ซึ่งผู้ที่อยากได้จะนำวัสดุมาขอให้ท่านทำให้ ปัจจุบันหาดูได้ยากมากครับ ท่านได้เคยสร้างพระเครื่องเนื้อดินสอพองผสมผงวิเศษและใบแคอัดพิมพ์ ในคราวสงครามเอเชียบูรพา ปัจจุบันก็หาชมยากเช่นกัน ในปี พ.ศ.2488 ลูกศิษย์ได้ขออนุญาตท่านสร้างเหรียญที่ระลึกขึ้นเป็นรุ่นแรกในการทำบุญฉลองอายุครบ 85 ปี ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมาก สนนราคาสูงและหายาก ในปี พ.ศ.2490 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูนนทวุฒาจารย์ ในปี พ.ศ.2496 วัดลานนาบุญ ได้จัดสร้างเหรียญรูปหลวงปู่ช่วง ออกเป็นที่ระลึกในการจำลองพระคันธารราษฎร์ ปี พ.ศ.2497 วัดบางแพรกเหนือ ได้มีการยกเครื่องบนก่อสร้างพระอุโบสถ ในการนี้คณะกรรมการวัดผู้ดำเนินการได้ขออนุญาตหลวงปู่ขอสร้างเหรียญรูปท่านมาอีกรุ่นหนึ่ง เป็นรูปอาร์มเหมือนเหรียญรุ่นแรก แต่ย่อขนาดลง เหรียญรุ่นสุดท้ายเป็นแบบรูปสามเหลี่ยมสองหน้า ด้านหนึ่งเป็นรูปพระพุทธโสธร ด้านหนึ่งเป็นรูป หลวงปู่ช่วง สร้างในปี พ.ศ.2497 แต่ทว่ายังไม่ได้ออกมาแจก จนกระทั่งท่านมรณภาพในปีต่อมาจึงนำมาแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพของท่าน หลวงปู่ท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2498 สิริอายุได้ 94...
Read moreวัดโบราณขนาดใหญ่พอควร มีเกจิอาจารย์ชื่อดังคือหลวงปู่ช่วง ไม่ทราบประวัติและนามผู้สร้าง สันนิษฐานจากพระพุทธรูปหินทราย และฐานมณฑปโค้งสำเภา น่าจะเป็นวัดในสมัยอยุธยา หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ประชาชนพร้อมด้วยพระสงฆ์ต่างอพยพล่องลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีพระรูปหนึ่งขึ้นจากเรือที่ปากคลองบางแพรกมาพักที่สวน ซึ่งต่อมาประชาชนท้องถิ่นได้ร่วมสร้างวัดในสมัยกรุงธนบุรี และตั้งชื่อวัดตามชื่อคลอง แต่เพื่อไม่ให้ชื่อซ้ำกับวัดอีกแห่ง (วัดบางแพรกเหนือ) จึงเรียกว่าวัดบางแพรกใต้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 วัดตั้งอยู่ริมคลองบางแพรกฝั่งใต้ ในซอยนนทบุรี 2 ถนนนนทบุรี 1 ด้านหลังวัดติดกับเรือนจำกลางบางขวาง บริเวณแดน 9 และแดน 11 (นักโทษประหาร) โดยศพนักโทษจะถูกนำออกมาทางประตูแดง หรือประตูผี มีลักษณะเป็นประตูเล็กเตี้ยคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสทาสีแดงสด ปัจจุบันประตูแดงคล้ายปิดตาย หลังนักโทษประหาร 2 รายสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2552 เมื่อเข้าวัดจะเห็นพระอุโบสถ และพระวิหาร 2 หลัง ทั้ง 3 หลังเป็นแบบขนบเดิม มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เสาย่อมุมไม้สิบสอง หัวเสามีบัวแวง หลังขวามือมีขนาดใหญ่กว่าเป็นพระอุโบสถ หน้าบันมีพระปางสมาธิ ประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง ใบเสมาอยู่ในซุ้มโค้งกูบช้าง 8 ทิศ ซ้ายมือเป็นพระวิหาร 2 หลังตั้งเรียงกัน หน้าบันมีรูปเทพพนม หลังแรกประตูและหน้าต่างมีซุ้มหน้านาง หลังที่ 2 ประตูและหน้าต่างเจาะช่องเรียบ ตั้งอยู่ในกำแพงแก้วร่วมกัน ไม่ได้เปิดให้เข้า ด้านขวามือนอกกำแพงแก้วมีวิหารยอดเจดีย์ หน้าบันมีพระปางเลไลย์หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีพระพุทธรูปหินทรายปางสมาธิ และพระอัครสาวกยืน ขุดพบใต้เจดีย์เก่า คาดว่าน่าจะเป็นพระประธานในพระอุโบสถสมัยอยุธยา ซ้ายมือเป็นพระมณฑปยอดเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีมุข 4 ทิศ มุขหน้ายืนยาวหันไปทางทิศใต้ มุขมีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หน้าบันมีรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ข้างในตัน ประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ทิศ ฐานโค้งแบบสมัยอยุธยา ถัดเข้าไปเป็นวิหารหลวงปู่ช่วง ทรงจตุรมุขยอดเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หันหน้าไปทางทิศเหนือสู่คลอง มีพระปางประทานพรเป็นพระประธาน ข้างซ้ายมีพระสังกัจจายน์ ข้างขวามีรูปหล่อหลวงปู่ช่วง บริเวณริมคลองมีหอระฆังสูง 2 ชั้น ศาลาท่าน้ำ และสะพานข้ามคลองไปวัดบางแพรกเหนือ ข้างขวาพระอุโบสถเดินไปออกซอยประชาราษฎร์ 26 เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้มาไหว้พระ 9 วัดแถบวงศ์สว่าง วันนี้ผมมาไหว้พระแถบท่าน้ำนนท์ เริ่มจากวัดปากน้ำ นนทบุรี วัดเขมาภิรตาราม วัดกำแพง นนทบุรี วัดฝาง วัดนครอินทร์ และวัดบางขวาง นนทบุรี ก่อนมาวัดบางแพรกใต้ นนทบุรี...
Read moreวัดบางแพรกใต้ ตั้งอยู่ติดภายในซอย ที่ติดกับเรือนจำกลางบางขวาง บริเวณวัด ส่วนใหญ่ด้านข้างติดกับเรือนจำเลย สภาพบริเวณวัด ทัศนียภาพไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่ บรรยากาศดูทึมๆ จอดรถบริเวณลานด้านข้าง ที่เข้าซอยมีที่จอดรถกว้าง อุโบสถวิหารส่วนใหญ่ปิด แต่สามารถเข้ามานมัสการ หลวงพ่อช่วงเกจิอาจารย์ของวัดบางแพรกใต้ได้ ในมณฑปของท่าน วัดนี้จะเป็นวัดที่แต่ก่อน นำพระมาเทศน์ให้นักโทษประหารที่จะถูกประหารชีวิตภายในเรือนจำกลางบางขวาง และศพจะถูกส่งออกทางประตู...
Read more