ศาลพระแม่ย่า เป็นสถานที่ 1 ใน 10 ของ "10 สิ่งที่ต้องทำในสุโขทัย" นั่นคือ "การไหว้สักการะพระแม่ย่า" เนื่องจากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุโขทัยอีกสิ่งหนึ่ง เดิมพบองค์พระแม่ย่าที่เพิงหินบนยอดเขาสูงที่สุดยอดหนึ่งของเขาหลวง ในเขตบ้านโว้งบ่อ ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย คือ เขาแม่ย่า หรือ เขาน่าย่า ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองสุโขทัยเก่าไปประมาณ ๗ กิโลเมตร เพิงหินที่พบเทวรูปนั้น ปัจจุบันก็เรียกกันว่า ถ้ำพระแม่ย่า ชาวบ้านแถวนั้นมีความเชื่อว่าหากไหว้สักการะ ขอพรใดๆก็จะสมปรารถนาในทุกเรื่อง และในช่วงสงกรานต์มีประเพณีแหนพระแม่ย่า เพื่อให้ฝนตกตามฤดูกาล เพราะทุกครั้งที่แห่แหนประแม่ย่าก็จะมีฝนตกลงมาอย่างน่าอัศจรรย์
จากศิลาจารึกหลักที่ 1 นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า พระขพุงผี หมายถึงเทวรูปและเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่กว่าผีทั้งหลายในเมืองนี้ และน่าจะเป็นองค์พระแม่ย่า ที่สร้างอุทิศแด่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วคือพระนางเสือง พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่ยังไม่มีข้อยุติ และชาวบ้านส่วนมาก เชื่อว่า พระแม่ย่าคือ พระนางเสือง พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระแม่ย่าของพระยาเลอไท ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเรียกพระมหากษัตริย์ว่า พ่อเมือง จึงเรียกพระราชมารดาของพ่อเมืองว่า "แม่ย่า"
ในปี พ.ศ.2486 ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า ถ้าแห่แหนบ่อย อาจจะทำให้องค์พระแม่ย่าเกิดเสียหายได้ จึงสร้างองค์จำลองไว้ที่ถ้ำพระแม่ย่า และอันเชิญองค์จริงมาประดิษฐานที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุโขทัย และสร้างเทวลัยที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ ศาลพระแม่ย่า ” ต่อมา ในปี พ.ศ.2537 ผู้ว่าราชการจังหวัด พ่อค้า ประชาชน และข้าราชการ เห็นว่าศาลพระแม่ย่าหลังเก่าชำรุดทรุดโทรม ได้มีความคิดเห็นให้ทุบทิ้ง และสร้างศาลใหม่
ดังนั้นจึงถือว่า “ พระแม่ย่า ” เป็นของคู่บ้านคู่เมือง ประชาชนมีความเคารพเลื่อมใสศรัทธา เชื่อว่าปีใดเกิดฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพงถ้าได้อัญเชิญ พระแม่ย่าออกมาแห่ในวันสงกรานต์ เพื่อร่วมกันสรงน้ำ และขอพรพระแม่ย่า จะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล จนกลายเป็นประเพณีแห่พระแม่ย่าในวันสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระแม่ย่าจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งศาลพระแม่ย่าคาถาบูชา พระแม่ย่า 2 อย่างคือ คาถาบูชา พระแม่ย่า (มนต์ขอลาภ-มงคล) และคาถาบูชา พระแม่ย่า (มนต์กำจัดภัย)
คาถาบูชา พระแม่ย่า (มนต์ขอลาภ-มงคล)
ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วยบทสวด
อหัง วันทามิ ขะพุงผีมะหาเทวะตา รักขันตุ สะทาตุมเห อะนุรักขันตุ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง สัพพะลาภัง สะทาโสตถี ภะวันตุเม
คาถาบูชา พระแม่ย่า (มนต์กำจัดภัย)
ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วยบทสวด
อะหัง วันทามิ ขะพุงผีมะหาเทวะตา สัพพะอุปาทา สัพพะทุกข สัพพะโศก สัพพะโรค อุปาทา วินาสายะ สัพพะสะตรู ปะมุจจะติ โอม ขะพุงผีมะหาเทวะตา สะทา รัพขันตุ สะวาหะ สะวาหายะ
เมื่อสวดคาถาเสร็จ ก็นำธูปเทียนไปปักที่กระถางธูป แล้วจึงนำดอกไม้เดินเข้าไปถวายด้านในศาลพระแม่ย่าและกราบสักการะขอพร จากนั้นก็นำทองคำเปลวปิดทองเทวรูปพระแม่ย่าด้านนอกที่อยู่ตรงทางขึ้นทั้ง 2 ฝัง นี้ถือว่าเป็นการเสร็จการสักการะองค์พระแม่ย่า แต่ยังสามารถวายบายศรี ผ้าสไบ และชุดไทยเป็นต้นที่มีให้ภายในศาลพระแม่ย่าอีกด้วย...
Read moreมากราบรูปเคารพพระแม่ย่าและติดทองรูปเคารพจำลองของท่าน คล้ายๆกับศาลหลักเมืองประจำจังหวัดหลายๆที่ ที่ผมเคยไปมา ไปมาวันที่ 18/12/68 ส่วนประวัติก็ตามนี้ครับ
พระแม่ย่า เดิมนั้นประดิษฐานอยู่ที่ถ้ำพระแม่ย่า ซึ่งเป็นเพิงชะโงกเงื้อมออกมาทางใต้ ประมาณ 3 เมตรเศษ พระแม่ย่าหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ตามเงื้อมเขาที่ยื่นล้ำออกมาทางด้านหลังเงื้อมผามีถ้ำตื้น ๆ องค์เทวรูป (พระแม่ย่า) เป็นเทวรูปหิน สลักด้วยหินชนวน เป็นรูปสตรีวัยสาว มีเครื่องประดับอย่างสตรีโบราณผู้สูงศักดิ์ ประทับยืนตรง แขนทั้งสองข้างแนบพระวรกาย นุ่งผ้าปล่อยชายไหว เป็นเชิงชั้นทั้งสองข้างแบบศิลปการนุ่งผ้าสตรีสมัยสุโขทัย ไม่สวมเสื้อหรือสไบเปลือยส่วนบนทั้งหมด เห็นพระถันทั้งสองเต้า ใส่กำไลแขน กำไลข้อมือและกำไลข้อเท้าทั้งสองข้าง เป็นกำไลวงกลม มีพระพักตร์เป็นรูปไข่ คางมน พระโอษฐ์แย้มยิ้มน้อย ๆ สวมมงกุฎเป็นแบบชฎาทรงสูง ที่พระบาทสวมรองพระบาทปลายงอน ยอดศิลาส่วนที่เหนือพระมงกุฎแตกบิ่นหายไปบ้าง เมื่อวัดขนาดของเทวรูปศิลารวมแท่นหินแผ่นเดียวกันที่คงอยู่ สูงทั้งหมด 51 นิ้ว วัดจากพระบาทถึงยอดพระมงกุฎ สูง 49 นิ้ว ศิลาจำหลักเป็นศิลาแท่งเดียวกันตลอดไม่มีรอยต่อ
ประวัติที่มาอันแน่นอนของพระแม่ย่านั้น ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่าเป็นใคร เมื่อประชาชนพากันเรียกว่า “พระแม่ย่า” อาจารย์ทองเจือ สืบชมภู สันนิษฐานว่าคงเป็นนางกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่ง และนางกษัตริย์องค์นี้น่าจะเป็นพระนางเสือง ซึ่งเป็นพระราชชนนีของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และเป็นพระเจ้าย่าของพระยาลิไท ตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้กล่าวว่า “...เบื้องหัวนอนเมืองสุโขทัยนี้มีกุฎี พิหาร ปู่ครู มีสรีดภงส์ มีป่าพร้าว มีป่าลาง มีป่าขาม มีน้ำโคก มีพระขพุงผี เทพดาในเขาอนนนั้นเป็นใหญ่กว่าผีทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขไทนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอนนบ่คุ้มเกรงเมืองนี้หาย...” จากข้อความดังกล่าว ได้มีการนำคำว่า “พระขพุงผี” มาตีความเกี่ยวพันกับพระแม่ย่า โดยที่นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้สันนิษฐาน ในครั้งที่มีการสัมมนาถึงการเมืองและสภาพสังคมสุโขทัย เมื่อวันที่ 1-4 สิงหาคม 2520 ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ได้ลงความเห็นว่า พระขพุงผี หมายถึง พระที่โตหรือใหญ่ ซึ่งน่าจะเข้ากับศิลาจารึกว่า พระขพุงผีนี้เป็นใหญ่กว่าผีทั้งหลายได้...พ่อขุนรามคำแหงก็ทรงเคารพเลื่อมใสพระพุทธรูปองค์นี้มากอยู่ โดยทรงยกให้เป็นยอดของผีทั้งหลาย ถ้า แม่ย่านี้สร้างอุทิศเพื่อผีจริงแล้วก็จะต้องเป็นผีนางเสืองแน่ พระเจ้ารามคำแหงคงจะไม่เคารพผีอื่น...
Read moreExcellent place and great location. The shrine of Phra Mae Ya is an important place of worship in Sukhothai. It is highly revered by the people of Sukhothai province and the general public. Anyone who has a problem will go to pay homage and pray for help from Phra Mae Ya. It is said that their wishes are often granted. Regarding the sacredness of Phra Mae Ya, Ajarn Thongchuea Suebchomphu has written a poem to worship Phra Mae...
Read more