Wat Sam Wihan is located on Uthong Rd., Tambon Suan Plik, Amphoe Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chang Wat Phra Nakhon Si Ayutthaya, on the north area of city island. Sam Wihan ( Sam means three, Wihan means Preaching hall, “ Wihan “ often seen written “ Viharn “ or “ Vihan “ or “ Wiharn “ this is the language spelling problem). This is an active temple, access by Khlong ( canal ) Bang Khuat ( or Pho Sam Tom River so called the old name “ Lop Buri River, where Maha Chai Fortress stood in front side. This temple consist of large bell-shaped Chedi, boat-shaped Viharn and large reclining Buddha image inside, Chedi lies to the west of this Viharn ,Ubosot survived and 2 for each pillar are sema stones, lots of artifacts, advertised as over 600 years established ( late Ayutthaya period ). Referring to Richard D. Cushman ( 2006 ) “ The Royal Chronicles of Ayutthaya “, during the “ White Elephant War “ ( A.D. 1563-1564 ), Burmese King from Hongsawadi with his forces set a stronghold at “ Wat Sam Vihan “ targeted to attack Ayutthaya City so this is a great historical...
Read moreสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดสามวิหาร จ.อยุธยา
วัดสามวิหาร เป็นวัดในพระพุทธศาสนาเถรวาท สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน 12 ตารางวา สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) ประมาณ พ.ศ. 1920 ตามตำนานกล่าวว่า หม่อมหลวงชีดำได้สร้างขึ้นเพื่อจะบรรจุอัฐิของพระมารดา และญาติ ๆ ต่อมาจึงได้ร่วมกับพี่น้อง 2 พระองค์ สร้าง คือ เจ้าฟ้าขาวและเจ้าฟ้าเขียว โดยแบ่งกันสร้างดังนี้ หม่อมหลวงชีดำ สร้างพระนอนและวิหาร เจ้าฟ้าขาว สร้างหลวงพ่อขาวและวิหาร เจ้าฟ้าเขียว สร้างพระยืน และวิหาร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 1930 เดิมชื่อว่า “วัดสามพิหาร” ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนเป็น “วัดสามวิหาร” เนื่องจากเดิมนั้นมี 3 วิหาร คือวิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน แต่ปัจจุบันนี้ เหลืออยู่ 2 วิหาร คือ วิหารพระนอนและวิหารพระนั่ง เท่านั้น ส่วนวิหารพระยืนนั้นได้สลักหักพังไปตามกาลเวลา และไม่มีผู้ใดได้สร้างทดแทนอีกเลย วัดสามวิหาร ได้เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้ง ยังทรงพระเยาว์ได้บรรพชาเป็นสามเณรพร้อมกับเด็กชายบุนนาค และพำนักอยู่ที่วัดสามวิหาร ทั้ง 3 รูป คือ สามเณรสิน สามเณรทองด้วง และสามเณรบุนนาค จึงเป็นเพื่อนสนิทกัน โบราณสถานและโบราณวัตถุ วัดสามวิหาร เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ ดังนี้ พระพุทธไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยอยุธยาตอนต้น แต่พุทธลักษณะได้รับอิทธิพลศิลปะแบบสุโขทัย พระพักตร์หน้านาง ยาว 21 เมตร อายุการสร้างประมาณ 600 ปี พระพุทธนิมิตพิชิตมาร (หลวงพ่อขาว) พระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4.6 เมตร ด้านหน้าพระมหาเจดีย์ พระพุทธสุวรรณนิมิต (หลวงพ่อทอง) พระประธานประจำพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น สมัยอยุธยาตอนต้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3.6 เมตร พระเจดีย์ประธาน ตั้งอยู่ตรงกันกับวิหารหลังกลางทิศตะวันออก ลักษณะเป็นพระเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 40 เมตร เป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัย เสมาหินสลัก เป็นเสมาหินสลักขนาดใหญ่ 17 ใบ อยู่รอบอุโบสถ ใบหนึ่งอยู่ด้านหน้าอุโบสถถูกลูกปืนใหญ่นารายณ์สังหารของพระยารามยิง ยังปรากฏรอยอยู่ขณะนี้ และยังมี ศาลเสด็จเจ้าพ่อสมศักดิ์ ตั้งอยู่ใกล้ถนนด้านทิศใต้ชาวบ้านมากราบไหว้บูชาอยู่เสมอ 6.พระเจดีย์หน้าวิหารพระนอน เป็นพระเจดีย์ทรงเครื่องขนาดย่อม ฐานสูงย่อมุมไม้ยี่สิบ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณย่อมุมไม้สิบสอง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สร้างขึ้นมาภายหลัง
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 20...
Read moreวัดสามวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๕๖ หมู่ ๔ บ้านคลองบางขวด ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดมหานิกาย เป็นพื้นที่ราบลุ่มตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของคลองบางขวด มีคลองบางขวดกั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หรือในรัชสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีที่ ๑ (ขุนหลวงพระงั่ว) ประมาณปีพ.ศ. ๑๙๒๐ ตามตำนานกล่าวว่าหม่อมหลวงชีดำได้สร้างขึ้นเพื่อจะได้บรรจุอัฐิของพระมารดาและญาติๆ ได้ร่วมกับพี่น้อง ๒ พระองค์คือเจ้าฟ้าขาวและเจ้าฟ้าเขียว โดยแบ่งกันสร้างดังนี้ หม่อมหลวงชีดำสร้างพระนอนและวิหาร เจ้าฟ้าขาวสร้างหลวงพ่อขาวและวิหาร เจ้าฟ้าเขียวสร้างพระยืนและวิหาร เดิมชื่อว่า "วัดสามพิหาร" ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดสามวิหาร" เนื่องจากเดิมนั้นมีวิหาร ๓ หลัง คือวิหารพระนอน วิหารพระนั่ง วิหารพระยืน แต่ปัจจุบันนี้เหลือวิหารอยู่ ๒ หลัง คือวิหารพระนอนและวิหารพระนั่งเท่านั้น ส่วนวิหารพระยืนนั้นได้หักพังไปตามกาลเวลาและไม่มีผู้ใดได้สร้างทดแทนอีกเลย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปีพ.ศ.๑๙๓๐ โบราณสถานโบราณวัตถุสำคัญและศาสนะที่สำคัญ ๑.อุโบสถประดิษฐานพระพุทธสุวรรณนิมิตมงคล (หลวงพ่อทอง) หน้าตักกว้าง ๓.๖ เมตร ๒.วิหารประดิษฐานพระมหามงคล (หลวงพ่อขาว) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปารมารวิช้ยขนาดกว้างหน้าตัก ๔.๖ เมตร ๓.วิหารพระนอนถัดจากวิหารโถงออกไปเป็นวิหารพระนอน อาคารทั้งหมดคือพระอุโบสถวิหารโถงและวิหารพระนอน ตั้งเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน ภายในวิหารประดิษฐานพระนอนหรือพระพุทธรูปปางไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแบบสุโขทัยความยาว ๒๑ เมตร ๔.พระเจดีย์หน้าวิหารพระนอน เป็นพระเจดีย์ทรงเครื่องขนาดย่อมฐานสูงย่อมุมไม้ยี่สิบ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณย่อมุมไม้สิบสอง ๕.พระเจดีย์ประธาน ตั้งอยู่ตรงกันกับวิหารหลังกลางทิศตะวันออก ลักษณะเป็นพระเจดีย์ทรงกลม หรือทรงระฆังขนาดใหญ่ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๖ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๕๙ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๕ การเดินทางจากถนนอู่ทองที่ผ่านตลาดหัวรอ เดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกผ่านวัดราชประดิษฐานทางด้านซ้ายถึงสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาเข้าถนนชีกุนตรงไปผ่านวัดวงษ์ฆ้องทางด้านซ้ายถึงสามแยกวัดวงษ์ฆ้องประมาณ ๑๐๐ เมตรเลี้ยวขวาตรงไปตามถนนชีกุนประมาณ ๗๐๐ เมตรที่ผ่านวัดอินทราราม วัดแม่นางปลื้ม ข้ามสะพานคลองบางขวดลงสะพานแล้วทางด้านซ้ายก็จะถึงวัดสามวิหารเลี้ยวเข้าประตูวัดสามวิหาร ทางวัดเปิดให้เยี่ยมชมและสักการะตั้งแต่เวลา๐๗.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.ทุกวันมีบริเวณที่จอดรถยนต์ ๔ ล้อได้ประมาณจำนวน ๒๐...
Read more