HTML SitemapExplore

Wat Bot Samsen — Attraction in Dusit Subdistrict

Name
Wat Bot Samsen
Description
Nearby attractions
Thai Newspaper Museum
299 อาคาร ชาตรีโสภณพนิช Nakhon Ratchasima Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Sai Suddha Nobhadol Building
1 U Thong Nok Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Nearby restaurants
Oros
317/9 Nakhon Ratchasima Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Busaba
151, 4 Thanon Nakhon Chaisi Rd, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
แกงป่า ศรีย่าน
954 2 Thanon Nakhon Chaisi Rd, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Panettone
303 Thanon Nakhon Chaisi Rd, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Café Amazon
115/1-3 อาคารสุโทัยแกรนด์ ดุสิต Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Cicloz Bike Cafe'
97/4 Sukhothai Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Victory Bakery สาขา ศรีย่าน เครือสะพานกรุงธน
99/18 Nakornchaisri Rd, Dusit, Bangkok 10300, Thailand
นิวมล นมสด
151/2 ตลาดศรีย่าน ถนนนครชัยศรี แขวงถนนนครชัยศรี Bangkok 10300, Thailand
Suan Dusit Home Bakery
295 Nakhon Ratchasima Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
KubKao' KubPla Market Place Dusit
ชั้นที่ 1 โครงการ มาร์เก็ตเพลส Ratchawithi Rd, Wachira Phayaban, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Nearby local services
Nearby hotels
UMA Hotel
580 Si Yan 1 Alley, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Sriyanar Place
125, 16 Thanon Nakhon Chaisi Rd, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Bluefin Guesthouse
76 Soi Sriyan 3 Khwaeng Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Suan Sunandha Palace Hotel
1 U Thong Nok Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Sriyan Residence
39 Thanon Nakhon Chaisi Rd, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Royal Riverside Villa
102 Si Kham Alley, Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Suan Dusit Place Hotel
295 Nakhon Ratchasima Rd, Wachira Phayaban, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
GLOW Bangkok Riverside
196 1 Ratchawithi Rd, Wachira Phayaban, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Haheng House - บ้านฮะเฮง
94 Phichai Rd, Khwaeng Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Coop Dopa Hostel
3 12 Nakhon Ratchasima Rd, Dusit, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand
Related posts
Keywords
Wat Bot Samsen tourism.Wat Bot Samsen hotels.Wat Bot Samsen bed and breakfast. flights to Wat Bot Samsen.Wat Bot Samsen attractions.Wat Bot Samsen restaurants.Wat Bot Samsen local services.Wat Bot Samsen travel.Wat Bot Samsen travel guide.Wat Bot Samsen travel blog.Wat Bot Samsen pictures.Wat Bot Samsen photos.Wat Bot Samsen travel tips.Wat Bot Samsen maps.Wat Bot Samsen things to do.
Wat Bot Samsen things to do, attractions, restaurants, events info and trip planning
Wat Bot Samsen
ThailandBangkokDusit SubdistrictWat Bot Samsen

Basic Info

Wat Bot Samsen

207 Thanon Samsen, Wat Sam Phraya, Khet Dusit, Bangkok 10200, Thailand
4.6(45)
Open 24 hours
Save
spot

Ratings & Description

Info

Cultural
attractions: Thai Newspaper Museum, Sai Suddha Nobhadol Building, restaurants: Oros, Busaba, แกงป่า ศรีย่าน, Panettone, Café Amazon, Cicloz Bike Cafe', Victory Bakery สาขา ศรีย่าน เครือสะพานกรุงธน, นิวมล นมสด, Suan Dusit Home Bakery, KubKao' KubPla Market Place Dusit, local businesses:
logoLearn more insights from Wanderboat AI.
Phone
+66 2 668 9139
Website
watbotsamsen.watportal.com

Plan your stay

hotel
Pet-friendly Hotels in Dusit Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Affordable Hotels in Dusit Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.
hotel
Trending Stays Worth the Hype in Dusit Subdistrict
Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Reviews

Live events

Bangkok Backstreets Food Tour with 15-plus tasting
Bangkok Backstreets Food Tour with 15-plus tasting
Thu, Jan 22 • 5:00 PM
Samphanthawong, Bangkok, 10100, Thailand
View details
Secret of Sak Yant Tattoo
Secret of Sak Yant Tattoo
Wed, Jan 21 • 9:30 AM
Bang Khen, Bangkok, 10220, Thailand
View details
Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Must-Try: Hidden Bangkok Bike and Food tour
Mon, Jan 19 • 3:30 PM
Khlong San, Bangkok, 10600, Thailand
View details

Nearby attractions of Wat Bot Samsen

Thai Newspaper Museum

Sai Suddha Nobhadol Building

Thai Newspaper Museum

Thai Newspaper Museum

4.2

(9)

Open 24 hours
Click for details
Sai Suddha Nobhadol Building

Sai Suddha Nobhadol Building

4.7

(18)

Open until 12:00 AM
Click for details

Nearby restaurants of Wat Bot Samsen

Oros

Busaba

แกงป่า ศรีย่าน

Panettone

Café Amazon

Cicloz Bike Cafe'

Victory Bakery สาขา ศรีย่าน เครือสะพานกรุงธน

นิวมล นมสด

Suan Dusit Home Bakery

KubKao' KubPla Market Place Dusit

Oros

Oros

4.2

(147)

Open until 12:00 AM
Click for details
Busaba

Busaba

4.4

(235)

Closed
Click for details
แกงป่า ศรีย่าน

แกงป่า ศรีย่าน

4.4

(1.1K)

Open until 12:00 AM
Click for details
Panettone

Panettone

4.3

(139)

Open until 10:00 PM
Click for details
Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
Wanderboat LogoWanderboat

Your everyday Al companion for getaway ideas

CompanyAbout Us
InformationAI Trip PlannerSitemap
SocialXInstagramTiktokLinkedin
LegalTerms of ServicePrivacy Policy

Get the app

© 2025 Wanderboat. All rights reserved.

Posts

Suporn KulwatnantachaiSuporn Kulwatnantachai
วัดเก่าแก่ขนาดไม่ใหญ่สมัยอยุธยา​ จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปีสุดท้ายในแผ่นดินพระเจ้าเสือ​ หรือปีแรกในพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ​ สันนิษฐาน​ว่า​น่าจะ​เคยเป็น​วัด​ร้า​งม​าก่อน​ โดย​พิจารณา​จาก​ชื่อ​วัดโบสถ์​ เพราะ​การ​ตั้งชื่อ​วัด​ส่วนใหญ​ก็​จะ​ตั้ง​ตา​มชื่อ​ของ​ชุมชน​ หรือ​เอา​นา​มหรือ​สกุล​ของ​ผู้สร้าง​มาเป็น​ชื่อ​วัด​ แต่​ก็​ไม่มี​หลักฐาน​ว่า​ได้​ร้า​งไป​ตั้งแต่​เมื่อใด​ แต่​น่าจะเป็น​วัด​ร้าง​มา​นาน​มาก​ จน​ไม่มีใคร​ทราบ​ชื่อ​เดิม​และ​เหลือ​เพียงโบสถ์​หลัง​เดียว​ จึง​ตั้ง​ชื่อว่า​วัดโบสถ์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​สามเสน​บนถนน​สามเสน​เยื้องวังสุโขทัย​ ทางเข้าอยู่เชิงสะพาน​ข้างโรงเรียนทีปัง​กร​วิทยาพัฒน์​ (วัดโบสถ์)​ เมื่อเข้าวัด​ทางซ้ายจะเห็น​อุโบสถ​ใหม่ยกสูงสองชั้น​​ เป็นแบบขนบ​เดิม​มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​หันหน้า​ไปทาง​ทิศ​ตะวันออก​ มีพระ​พุทธ​ชินราช​จำลอง​เป็น​พระประธาน​ มีพระอัครสาวก​ยืนสองข้าง​ ภายในมี​ภาพจิตรกรรมฝาผนัง​ ทางขวามือเข้าไปมีพระอุโบสถ​เก่า​ เป็นแบบพระราช​นิยม​สมัย​รัชกา​ลที่​ 3​ ช่อฟ้า​หางหงส์​เป็นเศียรนาค​ ไม่มี​ใบระกา​ หน้าบันมีลายปูนปั้น​ มีพาลัยทั้งด้านหน้าและหลัง​ หันหน้าไปทางทิศ​ตะวันออก​ ใบเสมาหินทรายแดงคู่อยู่ในซุ้มโค้ง​ สอดคล้อง​กับ​เรื่องเล่าที่ว่า​ พระประธ​านในพระอุโบสถ​เก่า​มีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษมสร้างขึ้นตั้ง​แต่สมัย​อยุธยา​ ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธ​รูปแล้วบรรทุกใส่แพซุงแล้วล่องลงมา​ หากผ่านวัดใดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธ​รูป​หรือไม่มีพระประธาน​ก็ให้ถวายแก่วัดนั้น​ วัดโบสถ์​นี้ผมสันนิษฐาน​ว่าเป็นพระเจ้าอยู่หัว​ท้ายสระ​ทรงสร้างถวายกุศลแด่พระราชบิดาคือพระเจ้าเสือ​ เพราะสร้างในปีพลัดแผ่นดินพอดี​ ถือเป็นพระอารามหลวงจึงมีใบเสมาคู่​ ส่วนแพซุงก็นำมาปูเรียงกันก่อน​ แล้วจึงก่อสร้างพระอุโบสถ​ทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด​ ฐานพระอุโบสถ​เก่าจึงโค้งสำเภาแบบนิยมสมัยอยุธยา​ตอนปลาย​ ส่วนเครื่องบนไม้คงผุพังไปและได้ปฏิสังขรณ์​สมัยรัชกา​ลที่​ 3​ นอกจากหลวงพ่อสุขเกษม​ พระประธาน​ปางสมาธิ​ บนฐานชุกชีใหญ่​ ด้านหน้ามีพระพุทธ​รูป​ถือตาลปัตร​ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน​ ผมคิดว่าเป็นพระศรีอริ​ย​เม​ตรัย​ แต่มีการเพิ่มพระเกศโมลี​ในภายหลัง​ สองข้างมีพระทรงเครื่องปางมารวิชัย​ ทางด้านหลังมีพระนั่งและยืน​ 2 แถวๆ​ละ​ 3 องค์​ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง​สมัยอยุธยา​ตามขนบ​ คือด้านหลังพระประธานเป็นภาพไตรภูมิ​ ฝั่งตรงข้ามเป็นภาพมารผจญ​ สองข้างเหนือหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม​ ระหว่างหน้าต่างเป็นภาพทศชาดก​ แต่เสียหายเพราะความชื้น​ไปมาก​ ส่วนอื่นยังคงสมบูรณ์​สวยงาม​ ผมดูว่าน่าจะ​มีบูรณะโดยสมเด็จพระบวร​ราช​เจ้า​มหา​สุร​สิงหนาท​ สมัยรัชกา​ลที่​ 5​ พระอธิการเนียม​(เจ้าอาวาส)​ ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ​และหอระฆัง​ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถ​เก่าและใหม่ และสร้าง​พระเจดีย์​ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง​ (ปัจจุบันได้ล้มและรื้อทิ้งไปแล้ว)​ หน้าพระอุโบสถ​เก่ามีเจดีย์​องค์​หนึ่ง​ เป็นเจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ชั้นเรือนธาตุมีซุ้มจรนัมสี่ทิศ​ น่าจะสร้างพร้อมพระอุโบสถ​ยังสภาพสมบูรณ์​ เมื่อเดือนก่อนผมได้มาไหว้พระเก้าวัดแถบเทเวศร์​บางขุนพรหม​ วันนี้​ผมมาไหว้พระต่อแถบสามเสน​ เริ่มจากวัดเทวราชกุญชร​ วัดราชาธิวาส​ วัดราชผาติการาม​ และวัดประสาทบุญ​ญาวาส​ ก่อนมาวัดโบสถ์​ (สามเสน)​ แล้วจะไปต่อวัดสวัสดิ์​วารี​ (วัดแค​ สามเสน)​ ครับ
Suphakorn PanyangamSuphakorn Panyangam
มากราบพระพุทธรูปหรือที่เรียกว่าหลวงพ่อสุขเกษม อยู่ในโบสถ์เก่า ไปมาวันที่ 26/1/68 ส่วนประวัติที่หาข้อมูลได้ก็ตามนี้ครับ วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 รายนามเจ้าอาวาส 1.พระอธิการเฮง 2.พระอธิการชื่น 3.พระมหาทองหล่อ 4.พระครูศรีปัญญาวิมล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2516 –2551 5.พระครูสมณกิจธำรง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2552–2562 6.พระมหานคร จิตตโสภโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ.2562–ปัจจุบัน
Puncharas TrirojpattanaPuncharas Trirojpattana
วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด[1] จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด[2] วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2531
See more posts
See more posts
hotel
Find your stay

Pet-friendly Hotels in Dusit Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดเก่าแก่ขนาดไม่ใหญ่สมัยอยุธยา​ จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปีสุดท้ายในแผ่นดินพระเจ้าเสือ​ หรือปีแรกในพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ​ สันนิษฐาน​ว่า​น่าจะ​เคยเป็น​วัด​ร้า​งม​าก่อน​ โดย​พิจารณา​จาก​ชื่อ​วัดโบสถ์​ เพราะ​การ​ตั้งชื่อ​วัด​ส่วนใหญ​ก็​จะ​ตั้ง​ตา​มชื่อ​ของ​ชุมชน​ หรือ​เอา​นา​มหรือ​สกุล​ของ​ผู้สร้าง​มาเป็น​ชื่อ​วัด​ แต่​ก็​ไม่มี​หลักฐาน​ว่า​ได้​ร้า​งไป​ตั้งแต่​เมื่อใด​ แต่​น่าจะเป็น​วัด​ร้าง​มา​นาน​มาก​ จน​ไม่มีใคร​ทราบ​ชื่อ​เดิม​และ​เหลือ​เพียงโบสถ์​หลัง​เดียว​ จึง​ตั้ง​ชื่อว่า​วัดโบสถ์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​สามเสน​บนถนน​สามเสน​เยื้องวังสุโขทัย​ ทางเข้าอยู่เชิงสะพาน​ข้างโรงเรียนทีปัง​กร​วิทยาพัฒน์​ (วัดโบสถ์)​ เมื่อเข้าวัด​ทางซ้ายจะเห็น​อุโบสถ​ใหม่ยกสูงสองชั้น​​ เป็นแบบขนบ​เดิม​มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​หันหน้า​ไปทาง​ทิศ​ตะวันออก​ มีพระ​พุทธ​ชินราช​จำลอง​เป็น​พระประธาน​ มีพระอัครสาวก​ยืนสองข้าง​ ภายในมี​ภาพจิตรกรรมฝาผนัง​ ทางขวามือเข้าไปมีพระอุโบสถ​เก่า​ เป็นแบบพระราช​นิยม​สมัย​รัชกา​ลที่​ 3​ ช่อฟ้า​หางหงส์​เป็นเศียรนาค​ ไม่มี​ใบระกา​ หน้าบันมีลายปูนปั้น​ มีพาลัยทั้งด้านหน้าและหลัง​ หันหน้าไปทางทิศ​ตะวันออก​ ใบเสมาหินทรายแดงคู่อยู่ในซุ้มโค้ง​ สอดคล้อง​กับ​เรื่องเล่าที่ว่า​ พระประธ​านในพระอุโบสถ​เก่า​มีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษมสร้างขึ้นตั้ง​แต่สมัย​อยุธยา​ ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธ​รูปแล้วบรรทุกใส่แพซุงแล้วล่องลงมา​ หากผ่านวัดใดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธ​รูป​หรือไม่มีพระประธาน​ก็ให้ถวายแก่วัดนั้น​ วัดโบสถ์​นี้ผมสันนิษฐาน​ว่าเป็นพระเจ้าอยู่หัว​ท้ายสระ​ทรงสร้างถวายกุศลแด่พระราชบิดาคือพระเจ้าเสือ​ เพราะสร้างในปีพลัดแผ่นดินพอดี​ ถือเป็นพระอารามหลวงจึงมีใบเสมาคู่​ ส่วนแพซุงก็นำมาปูเรียงกันก่อน​ แล้วจึงก่อสร้างพระอุโบสถ​ทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด​ ฐานพระอุโบสถ​เก่าจึงโค้งสำเภาแบบนิยมสมัยอยุธยา​ตอนปลาย​ ส่วนเครื่องบนไม้คงผุพังไปและได้ปฏิสังขรณ์​สมัยรัชกา​ลที่​ 3​ นอกจากหลวงพ่อสุขเกษม​ พระประธาน​ปางสมาธิ​ บนฐานชุกชีใหญ่​ ด้านหน้ามีพระพุทธ​รูป​ถือตาลปัตร​ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน​ ผมคิดว่าเป็นพระศรีอริ​ย​เม​ตรัย​ แต่มีการเพิ่มพระเกศโมลี​ในภายหลัง​ สองข้างมีพระทรงเครื่องปางมารวิชัย​ ทางด้านหลังมีพระนั่งและยืน​ 2 แถวๆ​ละ​ 3 องค์​ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง​สมัยอยุธยา​ตามขนบ​ คือด้านหลังพระประธานเป็นภาพไตรภูมิ​ ฝั่งตรงข้ามเป็นภาพมารผจญ​ สองข้างเหนือหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม​ ระหว่างหน้าต่างเป็นภาพทศชาดก​ แต่เสียหายเพราะความชื้น​ไปมาก​ ส่วนอื่นยังคงสมบูรณ์​สวยงาม​ ผมดูว่าน่าจะ​มีบูรณะโดยสมเด็จพระบวร​ราช​เจ้า​มหา​สุร​สิงหนาท​ สมัยรัชกา​ลที่​ 5​ พระอธิการเนียม​(เจ้าอาวาส)​ ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ​และหอระฆัง​ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถ​เก่าและใหม่ และสร้าง​พระเจดีย์​ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง​ (ปัจจุบันได้ล้มและรื้อทิ้งไปแล้ว)​ หน้าพระอุโบสถ​เก่ามีเจดีย์​องค์​หนึ่ง​ เป็นเจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ชั้นเรือนธาตุมีซุ้มจรนัมสี่ทิศ​ น่าจะสร้างพร้อมพระอุโบสถ​ยังสภาพสมบูรณ์​ เมื่อเดือนก่อนผมได้มาไหว้พระเก้าวัดแถบเทเวศร์​บางขุนพรหม​ วันนี้​ผมมาไหว้พระต่อแถบสามเสน​ เริ่มจากวัดเทวราชกุญชร​ วัดราชาธิวาส​ วัดราชผาติการาม​ และวัดประสาทบุญ​ญาวาส​ ก่อนมาวัดโบสถ์​ (สามเสน)​ แล้วจะไปต่อวัดสวัสดิ์​วารี​ (วัดแค​ สามเสน)​ ครับ
Suporn Kulwatnantachai

Suporn Kulwatnantachai

hotel
Find your stay

Affordable Hotels in Dusit Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

Get the Appoverlay
Get the AppOne tap to find yournext favorite spots!
มากราบพระพุทธรูปหรือที่เรียกว่าหลวงพ่อสุขเกษม อยู่ในโบสถ์เก่า ไปมาวันที่ 26/1/68 ส่วนประวัติที่หาข้อมูลได้ก็ตามนี้ครับ วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 รายนามเจ้าอาวาส 1.พระอธิการเฮง 2.พระอธิการชื่น 3.พระมหาทองหล่อ 4.พระครูศรีปัญญาวิมล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2516 –2551 5.พระครูสมณกิจธำรง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2552–2562 6.พระมหานคร จิตตโสภโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ.2562–ปัจจุบัน
Suphakorn Panyangam

Suphakorn Panyangam

hotel
Find your stay

The Coolest Hotels You Haven't Heard Of (Yet)

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

hotel
Find your stay

Trending Stays Worth the Hype in Dusit Subdistrict

Find a cozy hotel nearby and make it a full experience.

วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด[1] จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด[2] วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2531
Puncharas Trirojpattana

Puncharas Trirojpattana

See more posts
See more posts

Reviews of Wat Bot Samsen

4.6
(45)
avatar
5.0
1y

วัดเก่าแก่ขนาดไม่ใหญ่สมัยอยุธยา​ จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปีสุดท้ายในแผ่นดินพระเจ้าเสือ​ หรือปีแรกในพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ​ สันนิษฐาน​ว่า​น่าจะ​เคยเป็น​วัด​ร้า​งม​าก่อน​ โดย​พิจารณา​จาก​ชื่อ​วัดโบสถ์​ เพราะ​การ​ตั้งชื่อ​วัด​ส่วนใหญ​ก็​จะ​ตั้ง​ตา​มชื่อ​ของ​ชุมชน​ หรือ​เอา​นา​มหรือ​สกุล​ของ​ผู้สร้าง​มาเป็น​ชื่อ​วัด​ แต่​ก็​ไม่มี​หลักฐาน​ว่า​ได้​ร้า​งไป​ตั้งแต่​เมื่อใด​ แต่​น่าจะเป็น​วัด​ร้าง​มา​นาน​มาก​ จน​ไม่มีใคร​ทราบ​ชื่อ​เดิม​และ​เหลือ​เพียงโบสถ์​หลัง​เดียว​ จึง​ตั้ง​ชื่อว่า​วัดโบสถ์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​สามเสน​บนถนน​สามเสน​เยื้องวังสุโขทัย​ ทางเข้าอยู่เชิงสะพาน​ข้างโรงเรียนทีปัง​กร​วิทยาพัฒน์​ (วัดโบสถ์)​ เมื่อเข้าวัด​ทางซ้ายจะเห็น​อุโบสถ​ใหม่ยกสูงสองชั้น​​ เป็นแบบขนบ​เดิม​มี​ช่อฟ้า​ใบระกา​หางหงส์​ ตั้งอยู่​ริม​คลอง​หันหน้า​ไปทาง​ทิศ​ตะวันออก​ มีพระ​พุทธ​ชินราช​จำลอง​เป็น​พระประธาน​ มีพระอัครสาวก​ยืนสองข้าง​ ภายในมี​ภาพจิตรกรรมฝาผนัง​ ทางขวามือเข้าไปมีพระอุโบสถ​เก่า​ เป็นแบบพระราช​นิยม​สมัย​รัชกา​ลที่​ 3​ ช่อฟ้า​หางหงส์​เป็นเศียรนาค​ ไม่มี​ใบระกา​ หน้าบันมีลายปูนปั้น​ มีพาลัยทั้งด้านหน้าและหลัง​ หันหน้าไปทางทิศ​ตะวันออก​ ใบเสมาหินทรายแดงคู่อยู่ในซุ้มโค้ง​ สอดคล้อง​กับ​เรื่องเล่าที่ว่า​ พระประธ​านในพระอุโบสถ​เก่า​มีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษมสร้างขึ้นตั้ง​แต่สมัย​อยุธยา​ ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธ​รูปแล้วบรรทุกใส่แพซุงแล้วล่องลงมา​ หากผ่านวัดใดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธ​รูป​หรือไม่มีพระประธาน​ก็ให้ถวายแก่วัดนั้น​ วัดโบสถ์​นี้ผมสันนิษฐาน​ว่าเป็นพระเจ้าอยู่หัว​ท้ายสระ​ทรงสร้างถวายกุศลแด่พระราชบิดาคือพระเจ้าเสือ​ เพราะสร้างในปีพลัดแผ่นดินพอดี​ ถือเป็นพระอารามหลวงจึงมีใบเสมาคู่​ ส่วนแพซุงก็นำมาปูเรียงกันก่อน​ แล้วจึงก่อสร้างพระอุโบสถ​ทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด​ ฐานพระอุโบสถ​เก่าจึงโค้งสำเภาแบบนิยมสมัยอยุธยา​ตอนปลาย​ ส่วนเครื่องบนไม้คงผุพังไปและได้ปฏิสังขรณ์​สมัยรัชกา​ลที่​ 3​ นอกจากหลวงพ่อสุขเกษม​ พระประธาน​ปางสมาธิ​ บนฐานชุกชีใหญ่​ ด้านหน้ามีพระพุทธ​รูป​ถือตาลปัตร​ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน​ ผมคิดว่าเป็นพระศรีอริ​ย​เม​ตรัย​ แต่มีการเพิ่มพระเกศโมลี​ในภายหลัง​ สองข้างมีพระทรงเครื่องปางมารวิชัย​ ทางด้านหลังมีพระนั่งและยืน​ 2 แถวๆ​ละ​ 3 องค์​ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง​สมัยอยุธยา​ตามขนบ​ คือด้านหลังพระประธานเป็นภาพไตรภูมิ​ ฝั่งตรงข้ามเป็นภาพมารผจญ​ สองข้างเหนือหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม​ ระหว่างหน้าต่างเป็นภาพทศชาดก​ แต่เสียหายเพราะความชื้น​ไปมาก​ ส่วนอื่นยังคงสมบูรณ์​สวยงาม​ ผมดูว่าน่าจะ​มีบูรณะโดยสมเด็จพระบวร​ราช​เจ้า​มหา​สุร​สิงหนาท​ สมัยรัชกา​ลที่​ 5​ พระอธิการเนียม​(เจ้าอาวาส)​ ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ​และหอระฆัง​ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถ​เก่าและใหม่ และสร้าง​พระเจดีย์​ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง​ (ปัจจุบันได้ล้มและรื้อทิ้งไปแล้ว)​ หน้าพระอุโบสถ​เก่ามีเจดีย์​องค์​หนึ่ง​ เป็นเจดีย์​ย่อมุม​ไม้​สิบสอง​ ชั้นเรือนธาตุมีซุ้มจรนัมสี่ทิศ​ น่าจะสร้างพร้อมพระอุโบสถ​ยังสภาพสมบูรณ์​ เมื่อเดือนก่อนผมได้มาไหว้พระเก้าวัดแถบเทเวศร์​บางขุนพรหม​ วันนี้​ผมมาไหว้พระต่อแถบสามเสน​ เริ่มจากวัดเทวราชกุญชร​ วัดราชาธิวาส​ วัดราชผาติการาม​ และวัดประสาทบุญ​ญาวาส​ ก่อนมาวัดโบสถ์​ (สามเสน)​ แล้วจะไปต่อวัดสวัสดิ์​วารี​ (วัดแค​...

   Read more
avatar
5.0
51w

มากราบพระพุทธรูปหรือที่เรียกว่าหลวงพ่อสุขเกษม อยู่ในโบสถ์เก่า ไปมาวันที่ 26/1/68 ส่วนประวัติที่หาข้อมูลได้ก็ตามนี้ครับ

วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด

จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2531

รายนามเจ้าอาวาส 1.พระอธิการเฮง 2.พระอธิการชื่น 3.พระมหาทองหล่อ 4.พระครูศรีปัญญาวิมล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2516 –2551 5.พระครูสมณกิจธำรง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. 2552–2562 6.พระมหานคร จิตตโสภโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส...

   Read more
avatar
5.0
1y

วัดโบสถ์สามเสนเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากเรื่องเล่าที่ว่า พระพุทธรูปในอุโบสถหลังเดิมมีชื่อว่า หลวงพ่อสุขเกษม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างพระพุทธรูปแล้วบรรทุกใส่แพซุง โดยใช้ไม้ซุงเป็นร้อยมัดเข้าด้วยกันทำเป็นแพ นำพระพุทธรูปประดิษฐานบนแพนั้นแล้วล่องลงมา หากผ่านวัดริมน้ำวัดใดที่ยังไม่มีพระพุทธรูปหรือไม่มีพระประธานก็ให้ถวายแก่วัดนั้น จนเมื่อถวายหลวงพ่อสุขเกษมไว้ที่ตำบลสามเสนแล้ว แพซุงที่เหลือจึงให้ถวายวัดทำเป็นเสาเข็มสำหรับสร้างอุโบสถด้วย ในการก่อสร้างจึงนำไม้ซุงมาปูเรียงกันก่อน แล้วจึงก่อสร้างอุโบสถทับบนแพซุงอีกทีหนึ่งเพื่อกันทรุด[1]

จากข้อมูลของกรมการศาสนาระบุว่าสร้างปี พ.ศ. 2251 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2271 สันนิษฐานว่าน่าจะเคยเป็นวัดร้างมาก่อน โดยพิจารณาจากชื่อ "วัดโบสถ์" เพราะหลักของการตั้งชื่อวัดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามชื่อของชุมชน หรือเอานามหรือสกุลของผู้สร้างมาเป็นชื่อของวัด ดังนั้น วัดโบสถ์สามเสนจึงควรจะชื่อว่า วัดสามเสน หรือ วัดคลองสามเสน ตามชื่อของชุมชน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าได้ร้างไปเพราะสาเหตุใดและร้างไปตั้งแต่เมื่อใด แต่น่าจะเป็นวัดร้างมานานมาก จนไม่มีใครทราบชื่อเดิมและเหลือเพียงโบสถ์หลังเดียว จึงตั้งชื่อขึ้นว่า "วัดโบสถ์" มีหลักฐานบางแห่งบันทึกว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จมาทรงบูรณะวัดโบสถ์สามเสน แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าในครั้งนั้นมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่หรือไม่ สันนิษฐานว่า ในครั้งนั้นน่าจะยังเป็นวัดกึ่งร้าง คือมีพระสงฆ์มาพักอาศัยไม่แน่นอน ความเป็นอยู่คงยากลําบากเพราะห่างไกลจากพระนคร

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการฟื้นฟูสภาพวัดขึ้นใหม่ พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระอธิการเนียม (เจ้าอาวาส) ได้ดำเนินการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ภายในวัด โดยสร้างกุฏิขึ้นใหม่ บูรณะหอฉันและกุฏิเก่าที่ชํารุดทรุดโทรม และสร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่องค์หนึ่ง (ปัจจุบันได้ล้มและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว) ต่อมา พ.ศ. 2450 (ร.ศ. 126) ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฏิ และสร้างถนนเชื่อมกุฏิกับศาลาการเปรียญ การบูรณะทั้งสองครั้งมาจากการบริจาคร่วมกันของเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และฆราวาส เช่น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี นายร้อยโทคิด สมเด็จพระวันรัต พระสรรพการ (เชย สรรพการ) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของที่ดิน และชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงกับวัด[2] วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 27...

   Read more
Page 1 of 7
Previous
Next