หลวงปู่ถิร ฐิตธมฺโม (พระครูสถิตธรรมวิสุทธิ์)
ในวัยเด็ก หลวงปู่ได้เรียนหนังสือภาคบังคับเหมือนเด็กทั่วไป ที่โรงเรียนมุกดาลัย อำเภอมุกดาหาร ซึ่งในขณะนั้นขึ้นกับจังหวัดนครพนม และในระหว่างเรียนชั้นประถมศึกษานี้มักป่วยเป็นโรคปวดท้องอย่างรุนแรง บางทีถึงกับสลบหมดสติไป ซึ่งเหตุการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ
จนอายุประมาณ ๑๐ ปีบังเกิดความคิดว่า ชีวิตมนุษย์นี้ช่างวุ่นวาย และโลกนี้ช่างคับแคบจริงๆ รู้สึกอึดอัดเบื่อหน่าย ไม่ทราบว่าตัวเองควรจะดำเนินชีวิตไปอย่างไรดี (ความตอนนี้ได้กราบเรียนขอคำอธิบายจากหลวงปู่ และหลวงปู่ได้เมตตาอธิบายว่า ที่ท่านคิดเช่นนี้มีสาเหตุมาจากการป่วย เพราะคนเราเกิดมาเหมือนถูกคุมขังด้วยความเจ็บป่วย เกิด แก่ เจ็บ ตาย) จึงอธิษฐานว่า ถ้าเราไม่มีบุญบารมี เราจะหนีไปตายดีกว่า (หมายความว่า ถ้าเราไม่มีบุญก็จะขอตายเสียเลยดีกว่า) แต่อาการป่วยด้วยโรคปวดท้องก็ยังคงเป็นอยู่ประจำทุกปี แม้จะได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ก็ยังไม่หาย จนต่อมาภายหลังเมื่อได้บวชเป็นพระแล้วอาการปวดท้องดังกล่าวจึงหายไป
สมัยนั้นจะมีวัดประจำหมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่าวัดบ้าน เมื่อหลวงปู่ไปวัด เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ที่พระท่านครองอยู่ รู้สึกสบายใจทุกครั้ง จึงยึดถือเป็นแนวทางไว้ในขณะนั้นว่า เมื่อโตขึ้นเราจะบวช และต่อมาเมื่ออายุประมาณ ๑๐ กว่าปี จึงได้ขอบิดาไปเป็นลูกศิษย์วัดอยู่ที่ วัดยอดแก้วศรีวิชัย (วัดกลาง) ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม (ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ในปัจจุบัน) คอยรับใช้บริการพระในวัด พร้อมกับเรียนหนังสือตามปกติ จนจบหลักสูตรชั้นสูงสุดของประถมศึกษาในสมัยนั้น แล้วได้ศึกษาต่อในหลักสูตรเร่งรัด ด้วยหวังว่าวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อจบการศึกษาแล้วจะสามารถออกมารับราชการได้
ชีวิตในเพศพรหมจรรย์
เมื่อเรียนหลักสูตรเร่งรัดจบแล้ว หลวงปู่เกิดความต้องการที่จะบวชเป็นเณรเพื่อจะได้ศึกษาต่ออีก ด้วยในสมัยนั้นการศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาต้องศึกษาในวัด ถ้าเป็นฆราวาสจะได้เรียนเพียงชั้นประถมศึกษาซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับ หลักสูตรการเรียนของสามเณรในสมัยนั้นได้บรรจุหลักสูตรการฝึกหัดครู และวิชาพระพุทธศาสนา วิชาภาษาบาลีและสันสกฤต ควบคู่กันไป ซึ่งใน ๑ ปีการศึกษาเปิดสอนเพียง ๓ เดือนเท่านั้น
หลวงปู่จึงขออนุญาตบิดาบวชเณร บิดาท่านก็อนุญาตให้บวชที่วัดยอดแก้วศรีวิชัย (วัดกลาง) ที่หลวงปู่เป็นลูกศิษย์วัดอยู่นั่นเอง ในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยมี พระมหาแก้ว รัตนปัญโญ เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นหลวงปู่อายุได้ ๑๖ ปี เมื่อบวชแล้ว บิดาได้พามาอยู่ที่ วัดป่าศิลาวิเวก อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม (ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ในปัจจุบัน) ที่บิดาและลุงได้ร่วมกันสร้างไว้ วัดนี้เป็นวัดธรรมยุตที่ในขณะนั้น ท่านพระอาจารย์ดี ฉนฺโน เป็นเจ้าอาวาส
หมายเหตุ : พระอาจารย์ดี ฉนฺโน เดิมเป็นพระมหานิกาย ท่านเป็นพระที่มีใจคอหนักแน่นเด็ดเดี่ยว เก่งทางช่างไม้ ช่างก่อสร้าง แกะสลัก เขียนภาพ ช่างเหล็ก ช่างปั้นดินเผา และมีความรู้ทางยาแผนโบราณ เรื่องว่าน เลียงผา ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีคาถาอาคม เช่น วิชากำบังตัว คงกระพันชาตรี เชี่ยวชาญในการปราบผีทุกชนิด เป็นต้น ตอนหลังมาได้ญัตติเป็นธรรมยุติกนิกาย โดยฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ใน พ.ศ. ๒๔๖๕ ท่านจึงหันมาสนใจการปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้น เพื่อนรุ่นสหธรรมิกของท่าน คือ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน), เจ้าพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์), พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล, พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม, พระอาจารย์มหาปิ่น ปญฺญาพโล และหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นต้น (จากหนังสือชีวประวัติอภินิหารของพระอาจารย์ดี...
Read moreเป็นวัดสวยสะอาดสงบ ใจกลางเมือง พระภิกษุสามเณรที่วัดนี้ไม่จับเงิน มีหลายจุดหลายมุมให้บันทึกภาพสวยประทับใจมากมาย เราไปร่วมพิธีศพเพื่อนสนิท ได้มีโอกาสได้ฟังเจ้าอาวาส เทศนาธรรมประทับใจมาก ไม่ยาวจนน่าเบื่อ ได้ใจความชัดเจนได้ประโยชน์ในทันที รู้สึกประทับใจและศรัทธากันมากมาย "นายพลกต @ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว"...
Read moreWat Thipphayaratnimit o Wat Pa Ban Chik è un antico tempio circondato da boschi ombrosi e piacevoli. All'interno del complesso è presente una grande pagoda, che si ritiene contenga le reliquie di Lord Buddha. È interessante notare che la pagoda ha la forma di Thanan, un antico utensile...
Read more